ถ้าอยู่ดี ๆ ก็มีคนถามขึ้นมาว่ามีกลิ่นแปลก ๆ มาจากไหน แล้วเราก็ได้แต่ตอบในใจว่าคือกลิ่นตัวของเรา สาว ๆ ต้องลงมือทำอะไรสักอย่างแล้วนะ! ถึงน้ำหอมจะช่วยกลบกลิ่นตัวได้บ้าง แต่แก้ปัญหาจากต้นเหตุน่าจะดีกว่า และมันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย :D

1.ลดกระเทียมและหัวหอม


ถึงทั้ง 2 อย่างจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ แต่ให้เบรกไว้ก่อนเลยค่ะ ถ้าสาว ๆ เป็นคนที่มีปัญหากลิ่นตัว เพราะเจ้าหัวหอมและกระเทียมเป็นส่วนประกอบของอาหารที่มีกลิ่นฉุน นอกจากจะทำให้มีกลิ่นปากแล้ว กลิ่นพวกนี้จะค้างอยู่ในตัวเรา ร่างกายต้องขับออกมาในรูปแบบของปัสสาวะ เหงื่อ ลมหายใจ จนทำให้บางครั้งเป็นสาเหตุให้เรามีกลิ่นตัวโดยไม่รู้ตัวก่อน ไม่เพียงแต่หัวหอมและกระเทียมเท่านั้นนะคะ ยังมีเครื่องเทศ และอาหารที่มีสารโคลีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ ตับ ไข่ ถั่วเต้าเจี้ยว ผักชี แกงกะหรี่ แฮม ปลาทูน่า ฯลฯ แล้วก็อาหารที่มีรสจัด ก็ทำให้ต่อมเหงื่อขับออกมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณใต้วงแขน ที่สำคัญยังก่อให้เกิดสารตกค้างในลำไส้ด้วย
วิธีลดกลิ่นกระเทียมง่าย ๆ :ถ้ารู้สึกว่ามีกลิ่นแรงมาก ๆ หลังรับประทานอาหารเสร็จ ลองหันมาดื่มชาเขียวสักแก้วดูนะคะ เพราะชาเขียวจะเข้าไปกำจัดกลิ่นของกำมะถันที่อยู่ในกระเทียมให้จางลงค่ะ

2.ดื่มชาคาโมไมล์


กลิ่นตัวมักเกิดจากเหงื่อซึ่งที่จริงแล้วไม่มีกลิ่น แต่กลิ่นจะเกิดเมื่อเหงื่อมาเจอกับแบคทีเรีย เราอาจยอมเสียเหงื่อให้กับเรื่องดีๆ อย่างการออกกำลังกาย แต่บางครั้งเราก็เหงื่อออกมากเพราะความเครียด เมื่อรู้สึกวิตกกังวล ตื่นเต้น หรือเจอเรื่องเครียด และกดดัน ลองจิบชาคาโมไมล์สักถ้วยจะช่วยให้รู้สึกสงบลงอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครทันสังเกตหรือได้กลิ่นเหงื่อแน่นอนค่ะ ที่สำคัญนะคะในใบชามีกรดแทนนิกหรือสารแทนนิน มีส่วนช่วยให้เหงื่อที่ถูกขับออกมามีปริมาณน้อยลง
ทริคจากใบชา :
- ใบชาที่เหลือจากการชง สาว ๆ สามารถนำมาแปะไว้ที่ใต้ตา เพื่อลดอาการบวมและเมื่อยล้าจากการใช้สายตานาน ๆ ได้ค่ะ
- หากชาที่ใช้เป็นแบบถุง สามารถนำถุงชาที่ชงแล้วมาทาบริเวณใต้รักแร้หรือเท้า ทาเป็นประจำจะช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ค่ะ

3.อาบน้ำผสมเบกกิ้งโซดา


โซเดียมไบคาร์บอเนตหรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อของ “เบกกิ้งโซดา (Baking Soda)” ลักษณะเป็นผงสีขาว ๆ หลายคนเข้าใจว่าเบกกิ้งโซดาใช้สำหรับทำขนมเท่านั้น บอกเลยว่าคิดผิดค่ะ ถ้าหากเบกกิ้งโซดาช่วยขจัดกลิ่นในตู้เย็นได้ ก็น่าจะขจัดกลิ่นตัวของเราได้ด้วย เบกกิ้งโซดามีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อนๆ โดยเบคกิ้งโซดาจะช่วยลดกลิ่น ทำลายแบคทีเรีย และขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ด้วยนะคะ
ทริคกำจัดกลิ่นตัวด้วยเบกกิ้งโซดา : ให้นำเบกกิ้งโซดามาผสมกับน้ำเล็กน้อยให้พอข้น แล้วนำมาทาบริเวณรักแร้ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก หากมีกลิ่นบริเวณเท้าหรือข้อพับก็สามารถใช้วิธีนี้เหมือนกันได้นะคะ

4.เลเซอร์กำจัดกลิ่นถาวร


และอีกหนึ่งวิธีที่สาว ๆ เคยได้ยินนั่นก็คือการทำเลเซอร์ ‘กำจัดกลิ่นตัวแบบถาวร’ โดยสถาบันเสริมความงามหลายแห่งเปิดให้บริการมากมาย ซึ่งวันนี้ขอแนะนำบริการจาก Rattinan Clinic ค่ะ ที่นี่มีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการรักษาเรื่องกลิ่นตัว ซึ่งสมัยก่อนแพทย์จะใช้วิธีการผ่าตัดต่อมเหงื่อและต่อมกลิ่นออก วิธีการนี้ใช้เวลาในการพักฟื้นนานและสร้างแผลให้กับคนไข้ แต่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์เรียกว่า miraDry เพียงแค่ใช้คลื่นไมโครเวฟเข้าไปทำลายการทำงานของต่อมเหงื่อและต่อมกลิ่น ซึ่ง 2 ต่อมนี้เมื่อถูกทำลาย ก็จะหายไปเลย ร่างกายจะไม่สร้างเพิ่มขึ้นอีก นับว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพอย่างมากเลยนะคะ
✦ ขั้นตอนการรักษาด้วย miraDry ✦




หากสาว ๆ คนไหนลองมาแล้วสารพัดวิธีแล้วไม่ได้ผล การกำจัดกลิ่นตัวแบบถาวรด้วยเทคโนโลยี miraDry ถือว่าเป็นทางออกที่ดีวิธีหนึ่งเลยค่ะ เพราะทำลายทั้งต่อมเหงื่อและต่อมกลิ่น บริเวณรักแร้โดยเฉพาะ นับเป็นการ กำจัดเหงื่อ กลิ่นตัว ที่มีประสิทธิภาพปลอดภัย ลงทุนเพียงครั้งเดียวแต่ได้ผลในระยะยาว ไม่กลับมาสร้างปัญหากวนใจให้เราอีกเลยค่ะ สำหรับใครที่สนใจสามารถเข้ามารับคำปรึกษาได้ที่ Rattinan Clinic คุณหมอที่นี่เขาเชี่ยวชาญด้านกำจัดกลิ่นตัวโดยเฉพาะเลยนะคะ และยังเป็นคลินิกแห่งเดียวในไทยที่นำเข้าเทคโนโลยี miraDry อีกด้วยค่ะ


🎉 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. : 02-233-1424
FB : rattinanclinic
IG : rattinan_clinic
Website : https://www.rattinanclinic.com/




