Asian Ville ยกประเทศญี่ปุ่นมาอยู่ใจกลางทองหล่อ
  1. Asian Ville ยกประเทศญี่ปุ่นมาอยู่ใจกลางทองหล่อ

Asian Ville ยกประเทศญี่ปุ่นมาอยู่ใจกลางทองหล่อ

ช่วงนี้ข่าวทางประเทศญี่ปุ่นยกเว้นวีซ่ากำลังมาแรง ทำให้หลายคนถือโอกาสจับจองตั๋วไปเที่ยวถึงถิ่นกันบ้างแล้ว แต่หลายคนยังหาโอกาสไปท่องเที่ยวไม่ได้ตอนนี้
writerProfile
28 ส.ค. 2013 · โดย
Ad ·
สนับสนุนโดย Asian Ville ทองหล่อ
(รายละเอียดเพิ่มเติม)

“แผนที่ภายในร้าน”

“เปิดประตูเข้าไปจะเจอกับสวนไผ่”

ช่วงนี้ข่าวทางประเทศญี่ปุ่นยกเว้นวีซ่ากำลังมาแรง ทำให้หลายคนถือโอกาสจับจองตั๋วไปเที่ยวถึงถิ่นกันบ้างแล้ว แต่หลายคนยังหาโอกาสไปท่องเที่ยวไม่ได้ตอนนี้ ลองมาแวะชมร้านอาหารใจกลางกรุงเทพบ้านเราก่อน ที่เรียกได้ว่ายกประเทศญี่ปุ่นมาไว้ในร้านเลยทีเดียว ร้าน “Asian Ville” ตั้งอยู่ที่ซอยทองหล่อ 18 หรือที่เรียกกันติดปากว่าซอยเบนซ์ทองหล่อนั่นเอง หากเข้าซอยมาแล้วให้เดินตรงเข้ามา ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือติดกับร้าน Max Value สำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ไม่ต้องกังวล เพราะทางร้านมีที่จอดรถบริการให้เพียงก้าวขาเข้ามาในร้านจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของประเทศญี่ปุ่น เป็นช่วงเวลาที่ลืมไปเลยว่าอยู่ที่ประเทศไทย เพิ่มบรรยากาศให้รู้สึกเป็นญี่ปุ่นด้วยการให้พนักงานแต่งชุดยูคาตะ ชุดประจำชาติของประเทศญี่ปุ่น และยิ่งไปกว่านั้นเวลาเข้าร้านพนักงานจะตีกลองสะบัดชัย 2 ที พร้อมประสานเสียงทักทายสวัสดีลูกค้า ถือว่าต้อนรับกันอย่างยิ่งใหญ่เลยทีเดียว เนื่องจากเจ้าของร้านเป็นคนรักการท่องเที่ยว และอยากนำสถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละประเทศมารวมกัน การตกแต่งภายในร้านจึงเป็นการจำลองสถานที่ท่องเที่ยวจากประเทศไทย จีน ญี่ปุ่น ลาว ภายใต้ concept ที่ว่า “อยากให้ลูกค้าเลือกความหลากหลาย” ภายในร้านจึงแบ่งออกเป็น 5 โซน ให้ลูกค้าได้เลือกตามความชอบ ได้แก่โซน China Town , Sakura Park , Bar Sashimiland , เวียงจันทร์ และหนองคาย

“โซน China Town”

“บริเวณชั้น 2 ของโซน Chaina Town”“โซน Chaina Town” เป็นโซนเดียวที่สามารถสูบบุหรี่ได้

“โซน Sakura Park”

“โซน Sashimi Land”

“โซน เวียงจันทร์”

“สะพานมิตรภาพไทย-ลาว เชื่อมระหว่างโซนเวียงจันทร์ กับ หนองคาย”

“โซน หนองคาย”

“Kamameshi”มาเริ่มเรียกน้ำย่อยด้วยเมนูแรกกันเลย “Kamameshi” (คามาเมชิ) ราคา 360 บาท เมนูแรกนี้ ถือว่าเป็นเมนูน้องใหม่ล่าสุดจากทางร้าน ข้าวอบไข่ปลาแซลมอน ภายในชามประกอบไปด้วยไข่ปลาแซลมอน ปลาแซลมอน ไข่หวาน และผักดอง หากสั่งเมนูนี้ต้องใจเย็นๆกันสักหน่อยเพราะต้องรอครึ่งชั่วโมง เนื่องจากทางร้านจะหุงมาให้แบบสดๆ โดยข้าวจะหุงด้วยน้ำซุปสูตรพิเศษของทางร้าน แต่รับรองได้ว่าคุ้มค่ากับการรอคอยแน่นอน น้ำซุปที่ใช้หุงได้ซึมเข้าไปในตัวข้าวรสชาติกลมกล่อม ข้าวนุ่มๆเม็ดอ้วนๆทานกับปลาแซลมอนและไข่ปลาแซลมอนกลิ่นหอมฟุ้ง ทานตอนร้อนๆหุงขึ้นหม้อใหม่ๆแล้วละก็ฟินสุดๆ ไฮไลท์ของชามนี้คือต้องทานตรงขอบหม้อ เพราะจะได้กลิ่นหอมไหม้นิดๆจากขอบหม้อ เชื่อได้ว่าขอบหม้อจะไม่เหลือข้าวสักเม็ดเลยทีเดียว

“Sashimi 5 Mori”“Sashimi 5 Mori” (ซาชิมิ 5 อย่าง) ราคา 620 บาท ประกอบไปด้วยปลากระพง ปลามากุโระ กุ้งหวาน ปลาหมึก และแซลมอน ซึ่งในแต่ละวันของสดจะไม่เหมือนกัน โดยพนักงานจะมาแจ้งก่อนว่ามีของสดอะไรบ้าง เนื้อปลาสด ชิ้นหนาใหญ่เต็มคำ กุ้งหวานตัวโตเนื้อแน่น ส่วนปลาหมึกก็สดเหมือนเพิ่งมาจากทะเลเลยทีเดียว แน่นอนว่าสิ่งที่ทานคู่กันและขาดไม่ได้เมื่อทานซาชิมินั่นคือ “โชยุ” ซึ่งทางร้านได้พิถึพิถันเลือกมาให้ลูกค้าได้ทานโชยุนำเข้าจากญี่ปุ่นที่รสชาติดีที่สุด โดยทางร้านกระซิบมาว่าเวลาทานโชยุที่นี่ให้จิ้มเบาๆ เพราะรสชาติจะแรงและเข้มข้นกว่าที่อื่นแน่นอน

“ปลากระพง”

“ปลามากุโระ”

“กุ้งหวาน”

“ปลาหมึก”

“ปลาแซลม่อน”

“Kushiage Mori”“Kushiage Mori” (คุชิอาเงะ โมริ) ราคา 259 บาท อาหารทอด 5 อย่าง หมักด้วยแป้งสูตรพิเศษของทางร้าน คิดโดยเชฟจากญี่ปุ่น กรอบนอกนุ่มใน เวลาทานให้จิ้มทานกับซอสทารุทารุ รสชาติจะคล้ายๆกับซอสทาร์ทาร์ รสชาติหอม มัน หวานอมเปรี้ยว ตัดความเลี่ยนมันได้ดี

“Ramen Regular”“Ramen Regular” (ราเมน) ราคา 230 บาท ราเมงน้ำซุปกระดูกหมู ทีเด็ดของจานนี้อยู่ตรงน้ำซุปจะถูกเคี่ยวนานถึง 8 ชั่วโมง เคี่ยวกันข้ามคืน ถือว่าเคี่ยวจนรสชาติออกมาจากกระดูกกลมกล่อมสุดๆกันเลยทีเดียว เส้นเหนียวนุ่มหนึบหนับ มี topping คือผัก กระเทียม หมูต้ม หากกลัวทานไม่หมด ไม่ต้องห่วงเพราะเมนูนี้จะมี 3 ขนาดให้เลือกสั่งด้วยกันคือ ไซส์เล็ก , กลาง และใหญ่ ทานเวลามาเสิร์ฟร้อนๆทำให้รู้สึกสดชื่นสุดๆ

“Yum Shiokara”“Yum Shiokara” (ยำปลาหมึกดอง) ราคา 140 บาท เมนูนี้แซ่บซี๊ดอย่าบอกใคร ปลาหมึกดองจากประเทศญี่ปุ่น ผสมเข้ากับน้ำยำสูตรเด็ดของร้าน ยำกันแบบสดๆ เป็นการผสมผสานระหว่างอาหารไทยกับอาหารญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว จานนี้รสชาติค่อนข้างเผ็ด เปรี้ยว ถือว่ารสชาติเด็ด แก้เลี่ยนได้เป็นอย่างดี หากใครชอบอาหารรสจัด รสเผ็ดต้องไม่พลาดจานนี้

“Orange Kyoho Sour”ตบท้ายกันด้วยเครื่องดื่ม “Orange Kyoho Sour” (น้ำส้ม กิวโฮ ซาว่า) ราคา 139 บาท น้ำส้มกิวโฮ ผสมเข้ากับน้ำองุ่นเข้มข้ม เมื่อคนเข้ากันแล้วความเปรี้ยวของส้มและความหวานขององุ่นเข้ากันอย่างไม่มีที่ติ เปรี้ยวๆหวานๆ เย็นชุ่มช่ำสุดๆ

“Grapefruit Sour”

“Grapefruit Sour” (เกรฟฟุต ซาว่า) ราคา 139 บาท น้ำองุ่นเข้มข้นผสมโซดา รสชาติหวานๆ เปรี้ยวๆ ซ่าๆ รสชาติเข้ากันอย่างลงตัว ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นสุดๆคุณผู้หญิงน่าจะชอบกัน นอกจากอาหารญี่ปุ่นแล้วก็ยังมีอาหารอื่นๆให้ลองอีกเพียบ ใครจะมาทานที่ร้านนี้อย่าลืมจองกันก่อนเดี๋ยวจะไม่มีที่นั่ง เพราะในแต่ละวันโต๊ะจะถูกจองเต็มเกือบหมด การันตีได้ว่าร้านนี้อร่อยสุดๆจริงๆ หรือใครอยากรู้จักร้านเพิ่มเติมก็สามารถดู MV ร้าน Asian Ville ตามลิงค์นี้ได้เลย

แผนที่

ร้านอยู่ในซอย เบนซ์ ทองหล่อ อยู่ติดกับ Max Value
static-map

การติดต่อ