งานนี้คอคราฟต์เบียร์มีเฮค่าาา กับคราฟต์เบียร์บาร์แห่งแรกบนถนนพระอาทิตย์ กับร้าน “Bottle Rocket” ถ้าใครมาแถวถนนพระอาทิตย์บ่อยๆ อยากกระดกคราฟต์เบียร์แบบเต็มพิกัดคงหาไม่ได้แน่นอน เพราะร้านส่วนใหญ่จะเป็น Bistro ที่เสิร์ฟอาหารเป็นหลัก แต่ที่ร้านนี้!!! คุณจะได้ฟินแบบไม่อั้นเลยล่ะ


เมื่อก้าวเข้าไปในร้าน เราก็เจอกับคุณปริ้นซ์เจ้าของร้านค่ะ เลยได้นั่งคุยชิลล์ๆ ก่อนสั่งอาหาร เลยรู้มาว่าคุณปริ้นซ์ไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วเจอคราฟต์เบียร์บาร์ที่ญี่ปุ่น ด้วยความฟินในทริปนั้นก็กลายเป็นความฝันที่อยากเปิดร้านคราฟต์เบียร์ในไทย แล้วคุณปริ้นซ์ก็เล็งเห็นว่าในย่านถนนพระอาทิตย์เนี่ยไม่มีร้านไหนที่ขายคราฟต์เบียร์โดยเฉพาะเจาะจง เลยขอลงหลักที่นี่เลย! ดีสุดๆ ค่ะ >_<

เอาล่ะค่ะ เรามาเริ่มกันดีกว่า อยากลองใจจะขาดแล้ว ประเดิมด้วย “Hitachino white ale (ฮิตาชิโนะ ไวท์เอล)” (180.-) เป็นเบียร์จากประเทศญี่ปุ่นที่มีส่วนผสมของข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี เปลือกส้ม ผักชี และอ๊อป กลิ่นหอมสดชื่น รสนุ่มละมุน ดื่มได้เรื่อยๆ เลย หมดแก้วนี้ก็มาอัพเกรดขึ้นอีกนิดด้วย “Lychee shandy” (180.-) ด้วยความที่ฮิตาชิโนะ ไวท์เอล จะมีกลิ่นหอมฟรุตตี้จางๆ ของเปลือกผลไม้ ทางร้านจึงใช้เสน่ห์ตรงนั้น มาเพิ่มด้วยลิ้นจี่แช่แข็งเข้าไปค่ะ ผสมผสานกับน้ำโซดา ลิ้นจี่หวาน ฮิตาชิโนะ ไวท์เอลเปรี้ยวอมขมติดปลายลิ้น มันเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ ฟินมากกก คนที่ไม่ถนัดดื่มเบียร์แนะนำแก้วนี้เลย



“Hitachino nest anbai ale” (180.-) ตัวนี้จะมีแอลกอฮอล์ 7.5% พอดื่มจะได้รสเปรี้ยวหวานของบ๊วยค่ะ คุณปริ้นซ์เล่าว่าเป็นบ๊วยญี่ปุ่นสดจากฟาร์มออร์แกนิกในจังหวัดอิบารากิ มีความเค็มนิดๆ จากเกลือทะเลญี่ปุ่น Moshio รวมๆ แล้วมีรสกลมกล่อม อูมามิมากๆ ทั้งเปรี้ยวหวานเค็มของบ๊วย และเกลือทะเล กับความหอมขมของดอกฮอปส์ สมดุลกันดีค่ะ


“Hitachino espresso stout” (490.-) เป็นเมนูที่ผสมผสานกันระหว่างเบียร์ดำรสกาแฟ “เอสเพรสโซ่สเต้าท์” ที่เข้มข้นหอมกลิ่นกาแฟคั่วกับดาร์กช็อกโกแลตที่ทำออกมาเป็นมิลค์เชก และท็อปด้วยไอศกรีมคิทแคทและบราวนี่โฮมเมดที่เจ้าของร้านทำเอง โรยด้วยมาร์ชเมลโลวเบิร์นไฟเพิ่มความหอม และวิปครีมเพิ่มเทกซ์เจอร์ความละมุนเข้าไป เนื้อสัมผัสมันช่างฟินสุดๆ ถ้าเพื่อนในวงไม่ดื่มสามารถเลือกแบบ no alcohol ได้นะคะ ราคา 350 บาท ยังไม่จบเท่านี้ค่ะ เพื่อนที่มาด้วยขอต่ออีกแก้ว “Stone head Butterfly wheat” (200.-) เบียร์ที่มีส่วนผสมของข้าวสาลี นุ่มหอมเป็นเอกลักษณ์มากๆ ซึ่งตัวเบียร์จะผสมดอกอัญชันลงไป ทำให้เป็นสีม่วงแปลกตาอย่างที่เราเห็น ส่วนรสชาติก็เหมือนกับเราดื่มน้ำอัญชันค่ะ หอมสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อนจริงๆ


แก้วต่อไป เป็นลูกรักของเราเลยค่ะ “Iced tea beer” (180.-) เบียร์ที่ท็อปด้วยไอศกรีมชามะนาวหนึ่งแท่ง ไอศกรีมที่ค่อยๆ ละลายเข้าคู่ได้ดีกับเบียร์ได้อย่างไม่น่าเชื่อค่ะ มีความสดชื่นอย่างยิ่ง เดินถนนพระอาทิตย์มาร้อนๆ ควรสั่งอย่างที่สุด ทานคู่กับ “สปาเกตตีพริกแห้ง” (135.-) สปาเกตตีรสชาติกลมกล่อมเผ็ดอ่อนๆ พอร์ชันขนาดเล็กกำลังพอดี เหมาะกับทานคู่กับเบียร์ พออิ่ม ไม่หนักท้องจนเกินไปค่ะ หรือจะเลือกเป็น “สปาเกตตีคาโบนาร่า” (160.-) รสชาติกลมกล่อม ออนท็อปด้วยไข่แดง ก็ฟินไม่แพ้กัน



นอกจากสปาเกตตีแล้วก็มีกลับแกล้มของคนดื่มเบียร์ อย่าง “Medley” (180.-) ที่สั่งมาแล้วสามารถทานได้หลายคน ประกอบด้วย ถั่วแระ ถั่วลิสง ขาไก่ กากหมู หยิบเพลินๆ คุยเรื่อยๆ ฟินมากขอบอก







นอกจากนี้ ทางร้านยังมี Happy hours! เวลา 5.00 - 8.00 pm เบียร์สด (330ml) แก้วละ 129 บาทเท่านั้นเองค่า!!! ของดีรีบบอกต่อ
การเดินทาง
ร้าน “Bottle Rocket” อยู่ริมถนนเลย ตรงซอยชนะสงคราม ถนนพระอาทิตย์ อยากฟินฮิตาชิโนะรสนุ่ม ราคาสมเหตุสมผล ควรปักหมุดร้านนี้เลยค่ะ ของดีไม่อยากให้พลาด!





