#วงในบอกมา
- Dried Cafe คาเฟ่ผลไม้อบแห้งแห่งแรกในไทย เครื่องดื่ม ไอศกรีม เค้ก ใช้วัตถุดิบหลักจากผลไม้ไทยอบแห้ง
- จาน ช้อน แก้ว สไตล์ยุโรปสุดคลาสสิก เป็นของเก่าจากอังกฤษ
- เมนูสีแดง จะใช้สีจากแก้วมังกรซึ่งให้สีสดใส แต่ไม่ทำให้รสชาติเดิมของเมนูนั้นผิดเพี้ยน

คาเฟ่เชียงใหม่สมัยนี้เกิดขึ้นเต็มไปหมด ถ้าไม่มีจุดขายโดดเด่นจริง ๆ ก็คงจะเป็นที่จดจำได้ยาก อย่างร้านที่เราจะพาชาว Wongnai ไปรู้จักกันวันนี้ เป็นคาเฟ่ที่มีคอนเซปต์ชัดเจนไม่ซ้ำใคร ด้วยการนำเอาผลไม้ไทยอบแห้งมาเป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่ม กาแฟ ไอศกรีม เค้ก ได้รสชาติที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว จึงเป็นที่มาของชื่อร้าน Dried Cafe เชียงใหม่



ร้าน Dried Cafe เชียงใหม่ อยู่ในอาคาร RK Group ผู้ผลิตผลไม้อบแห้งเชียงใหม่ Nana Fruit บนถนนวงแหวนรอบสอง(เส้นหลังพายัพ) สังเกตง่าย ๆ ถ้าขับรถมาจากสันทราย ตึกจะอยู่ด้านซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปจอดรถด้านล่างตึกแล้วเดินขึ้นไปบนชั้นสองก็จะพบกับร้านแสนสวยสไตล์โมเดิร์นวินเทจ ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัย เฟอร์นิเจอร์สไตล์ยุโรปบางชิ้นเป็นของเก่าดูมีเสน่ห์สะดุดตา จาน ช้อน ดูผู้ดีไปหมด ตัดด้วยการดีไซน์โครงสร้างที่ดูทันสมัย ตกแต่งด้วยดอกไม้แห้ง สวยไปเสียทุกมุม


อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่า เมนูของที่ร้านใช้วัตถุดิบเป็นผลไม้ไทยอบแห้ง หลายคนคงอยากรู้แล้วใช่ไหมว่าเจ้าผลไม้อบแห้ง เมื่อมาอยู่ในคาเฟ่แสนสวย จะออกมาเป็นเมนูประมาณไหน หน้าตาอย่างไร
เมนูของที่นี่มีทั้งกาแฟ, Coffee Mocktail, ชา, เครื่องดื่ม, ไอศกรีม และเค้กต่าง ๆ โดยผลไม้อบแห้งที่ใช้ในเมนูเครื่องดื่ม จะเป็นการนำผลไม้อบแห้งไปเคี่ยวจนได้ไซรัปที่มีทั้งความหวาน และหอมของผลไม้ อย่างเจ้ากาแฟหน้าตาดีที่ซ่อนรสชาติหวานหอมของผลไม้รสต่าง ๆ เอาไว้

“Gentle One” (ราคา 185 บาท) กาแฟเอสเปรสโซ่เข้ม ๆ ผสมผสานเข้ากับความละมุนของนม ไซรัปกลิ่นสับปะรด มะม่วง และมะพร้าว มันช่างเป็นความนุ่มลิ้นที่มาพร้อมมิติของรส และกลิ่นที่แปลกใหม่ ประสาทสัมผัสรับรสแรกได้กลิ่นมะพร้าว ตามมาด้วยกลิ่นสับปะรดและมะม่วง “Kiss in The Dark” (ราคา 180 บาท) แก้วนี้เป็นกาแฟ Cold Brew เสริมความหวานหอมของไซรัปสตรอว์เบอร์รี และลำไย เป็นสัมผัสที่ว้าวววว สุด ๆ ~


Nana Fruit Special เครื่องดื่มพิเศษสูตรพิเศษของ Dried Cafe เชียงใหม่ ใช้ไซรัปจากผลไม้อบแห้งหลายรสชาติ มาผสมผสานกับเครื่องดื่มสี่แบบ เลือกได้ในแบบที่ชอบทั้ง ชาเย็น (ราคา 80 บาท) โซดา (ราคา 80 บาท) สมูธตี (ราคา 95 บาท) และมิลก์เชค (ราคา 110 บาท) วิธีสั่งก็ง่าย ๆ เริ่มจากเลือกรสชาติไซรัปที่เราชอบ แล้วตามด้วยเลือกประเภทเครื่องดื่ม

และไม่อยากให้พลาดเครื่องดื่มม็อกเทลสีสวย หน้าตาดี มาพร้อมรสชาติผลไม้ที่ผสมผสานกันอย่างมีมิติ จิบคำแรกจะมีคำถามเกิดขึ้นว่า อะไรน่ะ? ด้วยความที่เราจะได้กลิ่นของผลไม้หลักก่อน และตามมาด้วยกลิ่นผลไม้อีกชนิดหรือสองชนิดเสริมตามมา นับเป็นเสน่ห์ของเครื่องดื่มทุกแก้วที่ร้านนี้

“Dressed Up” (ราคา 150 บาท) เครื่องดื่มสีเหลืองสดใสแก้วนี้รสชาติสับปะรดโดดเด่น ตามมาด้วยกลิ่นมะม่วง และมะพร้าว หอมหวานลงตัว ถูกใจคนชอบสับปะรดอย่างเราเป็นพิเศษ “Double Beauty” (150 บาท) การเจอกันของสองความงาม สตรอว์เบอร์รี และ ลำไย ความแตกต่างที่เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ


“Tea Pot” (ราคา 90 บาท) จับคู่ชาร้อนหอม ๆ กับผลไม้อบแห้ง โดยทางร้านได้เลือกสรรชาร้อนหนึ่งกลิ่น มิกซ์กับผลไม้แห้งหนึ่งชนิด อย่างเช่น “Brighter Day” (ราคา 90 บาท) เป็นการจับคู่กันของสีแดงสดจากแก้วมังกร บวกกับกลิ่นคาโมมายล์หอมอ่อน ๆ แสนผ่อนคลาย เสิร์ฟมาในชุดตะกร้าหวายสุดคิวต์


พอเห็นหน้าตา และไอเดียแล้ว ทุกเมนูโดดเด่นจนเป็นไฮไลต์ได้หมดเลย บ้าจริง~ “Ice Cream” (ราคา 70 บาท) ไอศกรีมสไตล์โฮมเมด ผสมเนื้อผลไม้อบแห้งแท้ ๆ แต่ออกมาแล้วไม่แห้งนะ มีให้เลือกมากกว่าสิบรสชาติ ซึ่งรสชาติก็ไม่ต่างไอศกรีมผลไม้สด ได้รสผลไม้เต็ม ๆ ตกแต่งมาสวยงาม เสิร์ฟมาพร้อมครัมเบิลโฮมเมดกรุบกรอบเสริมเท็กซ์เจอร์ให้เคี้ยวเพลินมากขึ้นไปอีก


แน่นอนว่ามาคาเฟ่ก็ต้องขอสั่งขนมสักชิ้นมากินคู่กับเครื่องดื่ม ขนม เค้ก และมาการอง ก็ใช้ส่วนผสมของผลไม้อบแห้งเช่นกันค่ะ ทางร้านทำเองสดใหม่ อย่างเมนูเด็ดก็ต้องยกให้ “Dragonfruit Chees Cake” (ราคา 115 บาท) ชีสเค้กชิ้นนี้ใช้ส่วนผสมจากแก้วมังกร ให้สีสวยหวานมากับรสชาติชีสเข้มข้น “Strawbery Cake” (ราคา 135 บาท) เค้กสีแดงสด ซ่อนความละมุนของมูสสตรอว์เบอร์รีเอาไว้ด้านใน ส่วนสายโทสต์ก็ต้อง “Dragon Fruit Toast” (ราคา 255 บาท) โทสต์สีชมพูอมแดง กรอบนอกนิด ๆ ด้านในออกนุ่มหนึบ เสิร์ฟพร้อมผลไม้สดตามฤดูกาล ราดครีมซอส และน้ำผึ้งลงไป ไซส์นี้เหมาะสำหรับสั่งมากินหลาย ๆ คน จุใจไปเลย


ขับรถผ่านร้านหลายครั้ง จนกระทั่งได้ตั้งใจแวะมาลองครั้งนี้ ถือว่าเหนือจากที่คาดหวังไว้มาก เพราะเขาไม่ได้ขายความสวย หรือคอนเซปต์อย่างเดียว แต่ทุกอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การคิดเมนู และการผสมผสานรสชาติต่าง ๆ ให้ออกมาลงตัว ไปจนถึงการจัดจาน ตกแต่งร้าน ใครที่ยังไม่เคยแวะ บอกได้คำเดียวว่าขับผ่านครั้งหน้าห้ามพลาด ~
ติดตามร้านกาแฟเชียงใหม่ คาเฟ่ รวมถึงร้านอาหารที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ต่อที่ เพจ น้าอ้วนชวนหิว by Wongnai
การเดินทาง
- ร้าน Dried Cafe เชียงใหม่ อยู่บนถนนวงแหวนรอบสอง เยื้องกับ ปั๊มน้ำมัน ปตท. หลังพายัพ ในตึก RK Group
- เวลาเปิด - ปิด :: เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 - 17.30 น.
- เบอร์ติดต่อ :: 092-415-6569




ร้าน Dried Cafe เป็นการต่อยอดจากธุรกิจผลไม้อบแห้งของครอบครัว อยากนำเสนอผลไม้อบแห้งในรูปแบบใหม่ ๆ ให้ดูทันสมัยขึ้น จึงกลายเป็นคาเฟ่ผลไม้อบแห้งแห่งแรกของไทย ทั้งเครื่องดื่ม กาแฟ ขนม และไอศกรีม เป็นสูตรที่เราคิดและเลือกสรรอย่างตั้งใจ ตกแต่งร้านสไตล์โมเดิร์นวินเทจ นั่งสบาย ถ่ายรูปสวย อยากให้ลองแวะมานะคะ

