#วงในบอกมา
- ทางร้านบอกว่าความพิเศษของกระทะคริสตัลคือ นอกจากรูปลักษณ์ที่สวยใสแบบ High-end ตัวกระทะยังสามารถรักษาความร้อนได้นานและสม่ำเสมอกว่ากระทะย่างทั่ว ๆ ไปโดยที่ไม่ต้องเปิดไฟแรงมาก
- ในส่วนของเมนูสเต๊กและปิ้งย่าง ทางร้านมั่นใจสุด ๆ เพราะรับเนื้อมาจากฟาร์มคุณภาพของไทยโดยตรง เป็นการสนับสนุนเกษตรไทย สำหรับเมนูสเต๊ก ทางร้านใช้แต่เนื้อพรีเมียมที่ได้รับรางวัลจากญี่ปุ่น และออสเตรเลียเท่านั้น!
- ย่างไปพร้อม ๆ กับ "Homemade Compound Butter" (เนยปรุงรส) สูตรพิเศษที่ทางร้านทำขึ้นมาเอง มีทั้ง “Original Grill Butter” (เนยผสมสมุนไพร 7 ชนิด), “Seasalt” (เนยผสมดอกเกลือ), “Garlic” (เนยกระเทียม), “Lemon Beer”, “Wasabi” และเนยตามฤดูกาลอย่าง “Black Truffle” ซึ่งเนยทุกตัวล้วนเสริมอรรถรสในการกินเนื้อได้อย่างเยี่ยมยอด

วันนี้พวกเราทีมงาน Wongnai ได้ค้นพบร้านเนื้อย่างนางลิ้นจี่อีกหนึ่งร้าน และที่น่าสนใจก็คือ ทางร้านบอกว่าเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่ใช้กระทะคริสตัล... กระทะที่เป็นคริสตัล! โอ้โห! ครั้งแรกที่พวกเราได้ยินก็หูผึ่งทันทีครับ เพราะปัจจุบันร้านแบบนี้มีเพียงในประเทศเกาหลีและอเมริกา! พวกเราอยากเปิดประสบการกินสเต๊กและปิ้งย่างแบบใหม่เติมเต็มชีวิตวัยมันส์ จึงยกกองมาถล่มร้าน "Fat Beef Meat Lab"


ถึงวินาทีนี้กระเพาะของพวกเราก็เครื่องติดแล้ว! มาถึง "Fat Beef Meat Lab" ทั้งที พวกเราก็ต้องประเดิมกันด้วยเมนูสเต๊กสูตรเด็ดอย่าง “Forest Honey Marinated Black Angus Tomahawk” (1,890 บาท + ) ทางร้านจะนำเนื้อ Black Angus Tomahawk จากออสเตรเลียไปหมักกับน้ำผึ้งป่าจากภาคเหนือ และเบียร์ลาเกอร์ข้ามคืน เป็นการทำให้เนื้อนุ่มแถมยังเพิ่มกลิ่นหอมให้มีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น เสร็จแล้วนำมาโรยเกลือสูตรพิเศษ ก่อนนำไปย่างบนถ่านโกงกางคู่กับอบเชยจนได้ความสุกแบบ Rare นำไปพักไม่กี่นาทีแล้วค่อยนำไปย่างบนกระทะที่ตั้งไว้บนไฟแรงพร้อมกับเนย หั่นเป็นชิ้นหนาพอดีคำ เสิร์ฟในกระทะคริสตัลแบบอลังการสุด ๆ สำหรับใครที่ไม่อยากกินดิบสามารถนำกระทะคริสตัล ตั้งบนไฟอ่อน ๆ เพิ่มความสุกให้กับเนื้อ เป็นหนึ่งซิกเนเจอร์ของทางร้านที่ควรค่าแก่การลิ้มรส พวกเราตบโต๊ะกันพร้อมถ้วนหน้าครับ! Awesome! ทางร้านยังเสริมอีกว่า สำหรับเมนูจำพวกสเต๊กและ Tomahawk ร้านสเต๊กปกติทั่วไปจะชั่งเป็นน้ำหนักซึ่งให้ความรู้สึกกดดัน เพราะต้องลุ้นว่าสุดท้ายต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ "Fat Beef Meat Lab" จึงตั้งราคาเดียวเลยแบบเหมา ๆ ไปเลย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความสบายใจและกระเป๋าของลูกค้าทุก ๆ คน



สำหรับใครที่ไม่กินเนื้อก็ไม่ต้องน้อยใจไป เพราะที่ร้านยังมีสเต๊กพรีเมียมอย่าง “Lamb Chop Ponzu Herb Sauce” (589 บาท) ทางร้านจะนำซี่โครงแกะระดับพรีเมียมจากออสเตรเลียมาหมักกับสมุนไพรไทย ทิ้งไว้ข้ามคืนก่อนนำมาย่างแบบเดียวกับ "Forest Honey Marinated Black Angus Tomahawk" เสิร์ฟคู่กับซอส Ponzu สูตรพิเศษของทางร้านเพื่อความละมุนชวนฟิน เป็นการนำความหอมของเครื่องสมุนไพรที่คนไทยนิยมและคุ้นชิน มาผสมผสานกับเนื้อแกะได้อย่างลงตัว

ขณะนี้พวกเราถูกสะกดด้วยเหล่าเมนูสเต๊ก ปิ้งย่างและ Homemade Compound Butter หอมกรุ่นเป็นที่เรียบร้อยครับ แต่ถ้าจะจบกันแค่นี้มันยังไม่สาแก่ใจเสียเท่าไหร่ มา "Fat Beef Meat Lab" ก็ต้องกินเนื้อย่างด้วยครับ! ต่อกันด้วย “Marble Chuck” (99 บาท) สันคอติดมัน และ “Short Rib” (89 บาท) ร่องซี่โครงสไลซ์หนากำลังดี แต่ตัวเอกจริง ๆ ของเมนูนี้กลับเป็นตัวกระทะคริสตัล ความพิเศษของกระทะคริสตัลก็คือ นอกจากรูปลักษณ์ที่สวยใสแบบ High-end ตัวกระทะยังสามารถรักษาความร้อนได้นานและสม่ำเสมอกว่ากระทะย่างทั่ว ๆ ไปโดยที่ไม่ต้องเปิดไฟแรงมาก กรรมวิธีก็ใช่ว่าจะยาก เริ่มด้วยการเปิดเตาแก๊ส ทิ้งกระทะไว้บนเตา 3 นาที เสร็จแล้วค่อยเบาไฟ ละเลง “Compound Butter” (เนยปรุงรสสูตรพิเศษที่ทาง "Fat Beef Meat Lab" ทำขึ้นมาเอง) มีทั้ง “Original Grill Butter” (เนยผสมสมุนไพรสูตรลับ), “Seasalt” (เนยผสมดอกเกลือ), “Garlic” (เนยกระเทียม), “Lemon Beer”, “Wasabi” และ “Black Truffle” (เห็ดทรัฟเฟิลดำจากอิตาลี เพิ่มอีก 5 บาท) ทางร้านแนะนำให้เลือกรสใดสักรสหนึ่งเพื่อที่รสชาติของเนยจะได้ไม่ตีกันมั่วซั่ว พอเนยบนกระทะละลายไปเล็กน้อยก็ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนสั่นทุกโสตประสาทจริง ๆ จากนั้นจึงเริ่มนำเนื้อสไลซ์มาวางแผ่บนกระทะ แล้วก็รอจนกว่าจะเห็นน้ำซุปจากเนื้อโผล่ขึ้นมาค่อยพลิก นับ 1-3 ค่อยจิ้มซอสแล้วก็เข้าปาก ต่อมรับรสของพวกเราก็เบ่งบาน กระเพาะของพวกเรารู้สึกเหมือนได้รับการเติมเต็ม Very Good!


อ่านถึงตรงนี้หลายต่อหลายคนคงคิดว่า "Fat Beef Meat Lab" เป็นร้านอาหารย่านนางลิ้นจี่ที่มีดีแค่สเต๊กและเนื้อย่างเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วทางร้านยังมีทีเด็ดอีกเพียบ! รังสรรค์เองอย่างพิถีพิถันในทุก ๆ ขั้นตอน “Beef Sauce Nachos” (279 บาท) เนื้อ “Short Rib” ร่องซี่โครงสับมาผัดคลุกเคล้ากับซอสเทริยากิสูตรลับที่ทางร้านได้รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อเมนูนี้โดยเฉพาะ เสิร์ฟพร้อมกับ Salsa รสจัดจ้านและ Nachos ท็อปด้วยชีสมอสซาเรลลา


“Spicy Gejang O-nigiri” (499 บาท) ปูดองซิกเนเจอร์สูตรเด็ด ทางร้านจะใช้ซอสถั่วเหลืองนำเข้าจากเกาหลีและส่วนผสมลับอีกมากมายมาดองปูไข่คัดพิเศษซึ่งทางร้านเอาขึ้นมาจากปักษ์ใต้ ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อปูหวานฉ่ำ ไข่ปูเข้มข้น และที่สำคัญเผ็ดสะใจวัยรุ่นมาก ๆ ครับ รับประทานคู่กับสาหร่ายโนริแบบโอนิกิริ (นำเนื้อปูมาวางบนสาหร่ายโนริแบบข้าวห่อสาหร่ายญี่ปุ่น ห่อ แล้วค่อยรับประทานภายในคำเดียว) ยิ่งได้อรรถรส

“German Pork Knuckle” (499 บาท) ขาหมูเยอรมันเป็นอีกเมนูที่จะทำให้คุณฟินแบบจริงจัง คือหนังกรอบเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ยิ่งรับประทานควบคู่กับ “Sauerkraut” หรือกะหล่ำดองสไตล์เยอร์มันที่ทางร้านดองเอง ยิ่งทำให้นึกว่าเปิดวาร์ปไปกินที่ประเทศต้นกำเนิดจริง ๆ

ถึงจุดนี้พวกเราก็อิ่มพุงกางคับกางเกงกันเลยทีเดียว! ก็แหมพวกเราอุตส่าห์ยกทีมมาถล่ม "Fat Beef Meat Lab" ร้านเนื้อย่างดี ๆ ที่เป็นเจ้าแรกในประเทศที่ใช้กระทะคริสตัลสำหรับการย่างเนื้อ มื้อนี้ถือว่าคุ้มค่าอย่างที่สุด สำหรับใครที่รู้ตัวดีว่าเป็น Beef Lover แบบเข้ากระดูกดำหรือชื่นชอบเมนูปิ้งย่างรวมไปถึงปูดองหรือแม้แต่ขาหมู ขอบอกเลยครับว่าประสบการณ์ปิ้งย่างแนวใหม่ที่ร้าน “Fat Beef Meat Lab” สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้!
การเดินทาง
ร้าน “Fat Beef Meat Lab” ตั้งอยู่ชั้น 2 บนร้านกาแฟวาวี นางลิ้นจี่ ซอย 4 สามารถนั่งวินเข้ามาจากปากซอยสาทรซอย 1 ซึ่งอยู่ติดกับรถไต้ดินลุมพินี




อยากให้ลูกค้าเปิดประสบการณ์สเต๊กและปิ้งย่างแบบใหม่ อยากให้ Beef Lover ทุกคนได้มากินเนื้อกับ Homemade Compound Butter สูตรต่าง ๆ ที่เราเทใจพัฒนาสูตรขึ้นมาเพื่อเป็นการยกระดับประสบการณ์การกินเนื้อของทุกคน เราไม่อยากให้ทุก ๆ คนจำกัด "Fat Beef Meat Lab" ว่าเป็นร้านเนื้อย่าง ร้านสเต๊ก ร้านยากินิกุ หรือร้านเนื้อย่างเกาหลี เพราะจริง ๆ แล้วเราแค่อยากให้ลูกค้าทุกคนได้มารับประทานเนื้ออร่อย ๆ ดังนั้นสเต๊กแต่ละชิ้นทางเราคัดมาอย่างดี ปรุงกับเครื่องและซอสสูตรต่าง ๆ ที่พวกเราตั้งใจรังสรรค์ขึ้นมาเอง อย่างไรก็ตามอย่าลืมลอง Forest Honey Marinated Angus Tomahawk กันด้วยนะครับ

