[รีวิว] "Fat Beef Meat Lab" ร้านสเต๊ก-ปิ้งย่างแนวใหม่ด้วยเตาคริสตัล!
  1. [รีวิว] "Fat Beef Meat Lab" ร้านสเต๊ก-ปิ้งย่างแนวใหม่ด้วยเตาคริสตัล!

[รีวิว] "Fat Beef Meat Lab" ร้านสเต๊ก-ปิ้งย่างแนวใหม่ด้วยเตาคริสตัล!

สเต๊กและปิ้งย่างเนื้อวัวคัดพิเศษกับ Compound Butter ทำเองบนเตาคริสตัล นอกจากนี้ยังมีปูดอง ขาหมูเยอรมัน เนื้อซี่โครงและหลากเมนูรังสรรค์เอง @Fat Beef Meat Lab
[Ad] • 11 มี.ค. 2019 · โดย
Video at https://www.facebook.com/Wongnai/videos/2197683356977085/

#วงในบอกมา

  • ทางร้านบอกว่าความพิเศษของกระทะคริสตัลคือ นอกจากรูปลักษณ์ที่สวยใสแบบ High-end ตัวกระทะยังสามารถรักษาความร้อนได้นานและสม่ำเสมอกว่ากระทะย่างทั่ว ๆ ไปโดยที่ไม่ต้องเปิดไฟแรงมาก
  • ในส่วนของเมนูสเต๊กและปิ้งย่าง ทางร้านมั่นใจสุด ๆ เพราะรับเนื้อมาจากฟาร์มคุณภาพของไทยโดยตรง เป็นการสนับสนุนเกษตรไทย สำหรับเมนูสเต๊ก ทางร้านใช้แต่เนื้อพรีเมียมที่ได้รับรางวัลจากญี่ปุ่น และออสเตรเลียเท่านั้น! 
  • ย่างไปพร้อม ๆ กับ "Homemade Compound Butter" (เนยปรุงรส) สูตรพิเศษที่ทางร้านทำขึ้นมาเอง มีทั้ง “Original Grill Butter” (เนยผสมสมุนไพร 7 ชนิด), “Seasalt” (เนยผสมดอกเกลือ), “Garlic” (เนยกระเทียม), “Lemon Beer”, “Wasabi” และเนยตามฤดูกาลอย่าง “Black Truffle” ซึ่งเนยทุกตัวล้วนเสริมอรรถรสในการกินเนื้อได้อย่างเยี่ยมยอด
เมนู “Forest Honey Marinated Black Angus Tomahawk” ของร้าน "Fat Beef Meat Lab"
Burn! Baby! Burn!  จัดเต็มกันตั้งแต่หน้าร้านเลยครับ!

วันนี้พวกเราทีมงาน Wongnai ได้ค้นพบร้านเนื้อย่างนางลิ้นจี่อีกหนึ่งร้าน และที่น่าสนใจก็คือ ทางร้านบอกว่าเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่ใช้กระทะคริสตัล... กระทะที่เป็นคริสตัล! โอ้โห! ครั้งแรกที่พวกเราได้ยินก็หูผึ่งทันทีครับ เพราะปัจจุบันร้านแบบนี้มีเพียงในประเทศเกาหลีและอเมริกา! พวกเราอยากเปิดประสบการกินสเต๊กและปิ้งย่างแบบใหม่เติมเต็มชีวิตวัยมันส์ จึงยกกองมาถล่มร้าน "Fat Beef Meat Lab"

บรรยากาศร้าน "Fat Meat Beef Lab"
บรรยากาศร้าน "Fat Beef Meat Lab"
บรรยากาศร้าน "Fat Beef Meat Lab"
คอนเซปต์ของ "Fat Beef Meat Lab" คือการยกบรรยากาศแบบ Outdoor Camping Backyard Grill มาไว้บน rooftop ของโครงการ ให้ความรู้สึกอบอุ่นสบาย ๆ เหมาะกับการกินเนื้อและเมนูซิกเนเจอร์ที่หลากหลายกับผองเพื่อน

ถึงวินาทีนี้กระเพาะของพวกเราก็เครื่องติดแล้ว! มาถึง "Fat Beef Meat Lab" ทั้งที พวกเราก็ต้องประเดิมกันด้วยเมนูสเต๊กสูตรเด็ดอย่าง “Forest Honey Marinated Black Angus Tomahawk” (1,890 บาท + ) ทางร้านจะนำเนื้อ Black Angus Tomahawk จากออสเตรเลียไปหมักกับน้ำผึ้งป่าจากภาคเหนือ และเบียร์ลาเกอร์ข้ามคืน เป็นการทำให้เนื้อนุ่มแถมยังเพิ่มกลิ่นหอมให้มีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น เสร็จแล้วนำมาโรยเกลือสูตรพิเศษ ก่อนนำไปย่างบนถ่านโกงกางคู่กับอบเชยจนได้ความสุกแบบ Rare นำไปพักไม่กี่นาทีแล้วค่อยนำไปย่างบนกระทะที่ตั้งไว้บนไฟแรงพร้อมกับเนย หั่นเป็นชิ้นหนาพอดีคำ เสิร์ฟในกระทะคริสตัลแบบอลังการสุด ๆ สำหรับใครที่ไม่อยากกินดิบสามารถนำกระทะคริสตัล ตั้งบนไฟอ่อน ๆ เพิ่มความสุกให้กับเนื้อ เป็นหนึ่งซิกเนเจอร์ของทางร้านที่ควรค่าแก่การลิ้มรส พวกเราตบโต๊ะกันพร้อมถ้วนหน้าครับ! Awesome! ทางร้านยังเสริมอีกว่า สำหรับเมนูจำพวกสเต๊กและ Tomahawk ร้านสเต๊กปกติทั่วไปจะชั่งเป็นน้ำหนักซึ่งให้ความรู้สึกกดดัน เพราะต้องลุ้นว่าสุดท้ายต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ "Fat Beef Meat Lab" จึงตั้งราคาเดียวเลยแบบเหมา ๆ ไปเลย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความสบายใจและกระเป๋าของลูกค้าทุก ๆ คน

เมนู “Forest Honey Marinated Black Angus Tomahawk” ของร้าน "Fat Beef Meat Lab"
โรยเกลือและน้ำมันกระเทียมสูตรลับของทางร้าน 
เมนู “Forest Honey Marinated Black Angus Tomahawk” ของร้าน "Fat Beef Meat Lab"
ย่างบนถ่านโกงกางคู่กับอบเชย ส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ
เมนู “Forest Honey Marinated Black Angus Tomahawk” ของร้าน "Fat Beef Meat Lab"
Forest Honey Marinated Black Angus Tomahawk

สำหรับใครที่ไม่กินเนื้อก็ไม่ต้องน้อยใจไป เพราะที่ร้านยังมีสเต๊กพรีเมียมอย่าง “Lamb Chop Ponzu Herb Sauce” (589 บาท) ทางร้านจะนำซี่โครงแกะระดับพรีเมียมจากออสเตรเลียมาหมักกับสมุนไพรไทย ทิ้งไว้ข้ามคืนก่อนนำมาย่างแบบเดียวกับ "Forest Honey Marinated Black Angus Tomahawk" เสิร์ฟคู่กับซอส Ponzu สูตรพิเศษของทางร้านเพื่อความละมุนชวนฟิน เป็นการนำความหอมของเครื่องสมุนไพรที่คนไทยนิยมและคุ้นชิน มาผสมผสานกับเนื้อแกะได้อย่างลงตัว 

เมนู “Lamb Chop Ponzu Herb Sauce” ของร้าน "Fat Beef Meat Lab"
Lamb Chop Ponzu Herb Sauce

ขณะนี้พวกเราถูกสะกดด้วยเหล่าเมนูสเต๊ก ปิ้งย่างและ Homemade Compound Butter หอมกรุ่นเป็นที่เรียบร้อยครับ แต่ถ้าจะจบกันแค่นี้มันยังไม่สาแก่ใจเสียเท่าไหร่ มา "Fat Beef Meat Lab" ก็ต้องกินเนื้อย่างด้วยครับ! ต่อกันด้วย “Marble Chuck” (99 บาท) สันคอติดมัน และ “Short Rib” (89 บาท) ร่องซี่โครงสไลซ์หนากำลังดี แต่ตัวเอกจริง ๆ ของเมนูนี้กลับเป็นตัวกระทะคริสตัล ความพิเศษของกระทะคริสตัลก็คือ นอกจากรูปลักษณ์ที่สวยใสแบบ High-end ตัวกระทะยังสามารถรักษาความร้อนได้นานและสม่ำเสมอกว่ากระทะย่างทั่ว ๆ ไปโดยที่ไม่ต้องเปิดไฟแรงมาก กรรมวิธีก็ใช่ว่าจะยาก เริ่มด้วยการเปิดเตาแก๊ส ทิ้งกระทะไว้บนเตา 3 นาที เสร็จแล้วค่อยเบาไฟ ละเลง “Compound Butter” (เนยปรุงรสสูตรพิเศษที่ทาง "Fat Beef Meat Lab" ทำขึ้นมาเอง) มีทั้ง “Original Grill Butter” (เนยผสมสมุนไพรสูตรลับ), “Seasalt” (เนยผสมดอกเกลือ), “Garlic” (เนยกระเทียม), “Lemon Beer”, “Wasabi” และ “Black Truffle” (เห็ดทรัฟเฟิลดำจากอิตาลี เพิ่มอีก 5 บาท) ทางร้านแนะนำให้เลือกรสใดสักรสหนึ่งเพื่อที่รสชาติของเนยจะได้ไม่ตีกันมั่วซั่ว พอเนยบนกระทะละลายไปเล็กน้อยก็ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนสั่นทุกโสตประสาทจริง ๆ จากนั้นจึงเริ่มนำเนื้อสไลซ์มาวางแผ่บนกระทะ แล้วก็รอจนกว่าจะเห็นน้ำซุปจากเนื้อโผล่ขึ้นมาค่อยพลิก นับ 1-3 ค่อยจิ้มซอสแล้วก็เข้าปาก ต่อมรับรสของพวกเราก็เบ่งบาน กระเพาะของพวกเรารู้สึกเหมือนได้รับการเติมเต็ม Very Good!

เมนู “Crystal Beef Platter” ของร้าน "Fat Beef Meat Lab"
Marble Chuck และ Short Rib
เมนู “Crystal Beef Platter” ของร้าน "Fat Beef Meat Lab"
ย่างคู่กับ Homemade Compound Butter เพื่ออรรถรส!

อ่านถึงตรงนี้หลายต่อหลายคนคงคิดว่า "Fat Beef Meat Lab" เป็นร้านอาหารย่านนางลิ้นจี่ที่มีดีแค่สเต๊กและเนื้อย่างเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วทางร้านยังมีทีเด็ดอีกเพียบ! รังสรรค์เองอย่างพิถีพิถันในทุก ๆ ขั้นตอน “Beef Sauce Nachos” (279 บาท) เนื้อ “Short Rib” ร่องซี่โครงสับมาผัดคลุกเคล้ากับซอสเทริยากิสูตรลับที่ทางร้านได้รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อเมนูนี้โดยเฉพาะ เสิร์ฟพร้อมกับ Salsa รสจัดจ้านและ Nachos ท็อปด้วยชีสมอสซาเรลลา

เมนู “Beef Sauce Nachos” ของร้าน "Fat Beef Meat Lab"
Beef Sauce Nachos
เมนู “Beef Sauce Nachos” ของร้าน "Fat Beef Meat Lab"
เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่ดีงาม

“Spicy Gejang O-nigiri” (499 บาท) ปูดองซิกเนเจอร์สูตรเด็ด ทางร้านจะใช้ซอสถั่วเหลืองนำเข้าจากเกาหลีและส่วนผสมลับอีกมากมายมาดองปูไข่คัดพิเศษซึ่งทางร้านเอาขึ้นมาจากปักษ์ใต้ ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อปูหวานฉ่ำ ไข่ปูเข้มข้น และที่สำคัญเผ็ดสะใจวัยรุ่นมาก ๆ ครับ รับประทานคู่กับสาหร่ายโนริแบบโอนิกิริ (นำเนื้อปูมาวางบนสาหร่ายโนริแบบข้าวห่อสาหร่ายญี่ปุ่น ห่อ แล้วค่อยรับประทานภายในคำเดียว) ยิ่งได้อรรถรส 

เมนู “Spicy Gejang O-nigiri” ของร้าน "Fat Beef Meat Lab"
ใครที่ชื่นชอบปูไข่ดองเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเมนูนี้ห้ามพลาด!

 “German Pork Knuckle” (499 บาท) ขาหมูเยอรมันเป็นอีกเมนูที่จะทำให้คุณฟินแบบจริงจัง คือหนังกรอบเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ยิ่งรับประทานควบคู่กับ “Sauerkraut” หรือกะหล่ำดองสไตล์เยอร์มันที่ทางร้านดองเอง ยิ่งทำให้นึกว่าเปิดวาร์ปไปกินที่ประเทศต้นกำเนิดจริง ๆ

เมนู “German Pork Knuckle” ของร้าน "Fat Beef Meat Lab"
German Pork Knuckle

ถึงจุดนี้พวกเราก็อิ่มพุงกางคับกางเกงกันเลยทีเดียว! ก็แหมพวกเราอุตส่าห์ยกทีมมาถล่ม "Fat Beef Meat Lab" ร้านเนื้อย่างดี ๆ ที่เป็นเจ้าแรกในประเทศที่ใช้กระทะคริสตัลสำหรับการย่างเนื้อ มื้อนี้ถือว่าคุ้มค่าอย่างที่สุด สำหรับใครที่รู้ตัวดีว่าเป็น Beef Lover แบบเข้ากระดูกดำหรือชื่นชอบเมนูปิ้งย่างรวมไปถึงปูดองหรือแม้แต่ขาหมู ขอบอกเลยครับว่าประสบการณ์ปิ้งย่างแนวใหม่ที่ร้าน “Fat Beef Meat Lab” สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้!

การเดินทาง

ร้าน “Fat Beef Meat Lab” ตั้งอยู่ชั้น 2 บนร้านกาแฟวาวี นางลิ้นจี่ ซอย 4 สามารถนั่งวินเข้ามาจากปากซอยสาทรซอย 1 ซึ่งอยู่ติดกับรถไต้ดินลุมพินี 

เมนูห้ามพลาด

“Crystal Beef Platter”, “Forest Honey Marinated Black Angus Tomahawk”, “Spicy Gejang O-nigiri”
Fat Beef Meat Lab Team
OWNER'S MESSAGE
Fat Beef Meat Lab Team
อยากให้ลูกค้าเปิดประสบการณ์สเต๊กและปิ้งย่างแบบใหม่ อยากให้ Beef Lover ทุกคนได้มากินเนื้อกับ Homemade Compound Butter สูตรต่าง ๆ ที่เราเทใจพัฒนาสูตรขึ้นมาเพื่อเป็นการยกระดับประสบการณ์การกินเนื้อของทุกคน เราไม่อยากให้ทุก ๆ คนจำกัด "Fat Beef Meat Lab" ว่าเป็นร้านเนื้อย่าง ร้านสเต๊ก ร้านยากินิกุ หรือร้านเนื้อย่างเกาหลี เพราะจริง ๆ แล้วเราแค่อยากให้ลูกค้าทุกคนได้มารับประทานเนื้ออร่อย ๆ ดังนั้นสเต๊กแต่ละชิ้นทางเราคัดมาอย่างดี ปรุงกับเครื่องและซอสสูตรต่าง ๆ ที่พวกเราตั้งใจรังสรรค์ขึ้นมาเอง อย่างไรก็ตามอย่าลืมลอง Forest Honey Marinated Angus Tomahawk กันด้วยนะครับ

แผนที่

ชั้น 2 ข้างบนร้านกาแฟวาวี โครงการ De Forest ตรงข้ามปั๊มบางจาก บนถนนนางลิ้นจี่
map