เมื่ออยากกินอาหารญี่ปุ่น แต่อยากจำศีลในบ้าน ทางเลือกง่าย ๆ ของคนชอบกินอย่างน้องหลุมดำคือสั่ง Delivery! และเมื่อไม่นานมานี้ได้ข่าวจากพี่ชายที่ทำงานอยู่แถวสีลมว่า ร้านอาหารญี่ปุ่นเจ้าประจำอย่าง “Fatboy Sushi” มีบริการ Delivery ด้วย...หูผึ่งทันที เพราะจำได้ว่าร้านนี้วัตถุดิบคุณภาพอัดแน่นดีมาก แถมราคาไม่แพงเลย จากตอนแรกที่คิดจะสั่งมากินที่บ้าน แต่ก็อยากกินข้าวกับพี่ชาย เลยออกจากบ้านมาเจิมให้พุงกางเสียหน่อย

ร้าน “Fatboy Sushi” เป็นร้านเล็ก ๆ สไตล์โฮมมี สิ่งที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดคือเลือกใช้วัตถุดิบพรีเมียมส่งตรงจากญี่ปุ่น ผักสดและเครื่องเทศต่าง ๆ ก็มาจากไร่ที่ปากช่อง ในราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ แถมเชฟแต่ละท่านก็มีประสบการณ์นานกว่าสิบปี แค่กินก็สัมผัสได้ถึงความเลอค่า~


เริ่มต้นมื้อนี้ด้วย “Fatboy Special” (1,050.-) เป็นเมนูสุดคุ้มค่า ที่ใคร ๆ ก็ต้องสั่ง เซตนี้ประกอบไปด้วยความอลังของ Prawn Star ซูชิซิกเนเจอร์ที่ใคร ๆ ก็สั่ง กุ้งหวานท็อปด้วยฟัวกราส์เซียร์รสนุ่มละมุน คาเวียร์ และทรัฟเฟิลเพสต์ โรยด้วย Pink himalayan salt เล็กน้อย, Hamachi เชฟเลือกใช้ช่วงท้อง ที่จะได้ความมัน ทาทับด้วยซอสสูตรพิเศษเพื่อเน้นรสชาติของปลา รสชาติไม่เลี่ยนเกินค่ะ, Akami หมักด้วยซอสโชยุโฮมเมด ที่เชฟใส่ชิโสะด้วย กลิ่นหอมถูกใจมาก, Salmon Saikyo สาวกที่ชอบแซลมอนต้องเลิฟคำนี้ แซลมอนอาบุริท็อปด้วยโทบิโกะและหอมญี่ปุ่นทอด รสชาติลงตัว แทบละลายในปาก


ต่อด้วย Engawa เอ็นงาวะสุดละมุนทาด้วยซอสพอนซึ คำนี้ฟินเวอร์, Ikura Truffle โดดเด่นด้วยอิกุระหมักเองถึงสามวัน มีทรัฟเฟิลออยล์ด้านใน เม็ดใหญ่ ระเบิดในปาก, Unagi Foie gras ปลาไหลเข้ากันได้ดีกับฟัวกราส์อย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนจะมัน ๆ แต่ได้เปลือกยูสุสดมาตัดรสชาติ หอมมากจริง ๆ ปิดท้ายด้วย Wagyu ท็อปด้วยโทบิโกะ ราดซอสสูตรพิเศษของร้านและหอมญี่ปุ่นทอด หมดเซตแรกถึงกับหลับตาฟินกันเลยทีเดียวว

ตามมาติด ๆ ด้วย “Fat boy Roll” (550.-) เป็นโรลล์ยอดนิยมที่ดีงามทั้งหน้าตาแล้วรสชาติ เป็นโรลล์วากิวที่ด้านในอัดแน่นไปด้วย ฟัวกราส์, ครีมชีส, อะโวคาโด ที่สำคัญข้าวน้อยด้วยยย! เนื้อวากิวผสมผสานกับความมันของฟิวกราส์ ความหอมของทรัฟเฟิล และความเข้มข้นของซอสปลาไหลโฮมเมด เพิ่มเทกซ์เจอร์ด้วยหอมซอยทอดและโทบิโกะ แค่คำแรกก็ตาโต อือหือออ รสอูมามิทะลักทะลาย! แนะนำเลยค่ะ


ส่วนใครที่อยากได้รสชาติเผ็ดเล็ก ๆ เพื่อตัดรสชาติจากโรลล์ แนะนำให้สั่ง “Hamaji Chili Ponsu” (350.-) ฮามิจิที่ราดด้วยซอสพอนสึ กินคู่กับพริกขี้หนูสไลซ์บางและกระเทียมฝน เปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ดนิด ๆ รสชาติลงตัวมาก ๆ ค่ะ


นอกจากนี้ ทางร้าน Fatboy Sushi ยังมี “Lamb Chop” (250.-) Baby Lamb Chops นำเข้าจากนิวซีแลนด์ที่นำไปหมักเล็กน้อยแล้วนำไปย่างเตาถ่าน กินคู่กับ ยูซุโคโชบดกับพริกไทย, กระเทียม, เห็ดหอม และดอกเกลือมหาชัย เพื่อดึงรสชาติแกะออกมาให้ได้มากที่สุด กินแล้วไม่เหม็นสาบ เนื้อนุ่ม ฟินมาก!


ปิดท้ายด้วยเมนูที่เหมาะกับการแชร์ “Steak and Uni” (2,800.-) เมนูนี้ขายดี...แต่! เพื่อน ๆ ต้องจองล่วงหน้าค่ะ เพราะพระเอกของเมนูนี้คือ “Uni” 250 gram ทางร้านอยากให้ลูกค้าได้กินของสด ๆ ดังนั้นจะสั่งจำนวนไว้พอดีกับที่ลูกค้าต้องการเท่านั้น นอกจาก Uni แล้ว ก็ยังมี “สเต๊กออสเตรเลียวากิว A4” สีสวยสะท้านใจมาก เครื่องเคียงที่ให้มาเสริมคือ ข้าว, ซูชิ, สาหร่าย, วาซาบิ และไข่ปลาแซลมอน วิธีการกินคือ นำสาหร่ายมาวางก่อนแล้วตามด้วยข้าว สเต๊กและฮูนิ ครีเอตคำที่ชอบได้ด้วยตัวเองค่ะ :)


การเดินทาง
บางคนอาจจะไม่รู้ว่าร้าน Fatboy Sushi มี Delivery ด้วย เหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่ไม่อยากเดินออกมาปะทะแสงแดด อยากนั่งชิลล์ ๆ ในออฟฟิศ แนะนำ Fatboy Sushi เลยค่ะ นอกจากนี้ยังรับจัดเลี้ยงงานวันเกิดแบบไพรเวตด้วยนะคะ สนใจสามารถติดต่อได้ที่ Facebook ของร้านได้เลย ส่วนใครที่อยากมานั่งฟินที่ร้าน ก็ตามน้องหลุมดำมาได้ แนะนำให้เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS แล้วลงสถานีศาลาแดง ร้านตั้งอยู่ในซอยยมราช ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาทีเท่านั้นเอง ใครที่หาร้านซูชิย่านศาลาแดงอยู่ไม่ควรพลาด




วัตถุดิบ คุณภาพและราคาที่เหมาะสม คือสิ่งที่ผมอยากเสิร์ฟให้ลูกค้าครับ
