#วงในบอกมา
- “Ben & Jerry’s” เลือกใช้วัตถุดิบที่นำมาจากเกษตรกรตัวจริง โดยทำการซื้อขายแบบแฟร์เทรด เพื่อให้เกษตรกรหรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบได้มีรายได้ในระดับที่เป็นธรรม
- “Ben & Jerry’s” มอบโอกาสแก่ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยให้มีทักษะในการทำงาน โดยการอบชิ้นบราวนี่หนุบหนับที่มาจากร้านเกรย์สตัน เบเกอรี ธุรกิจที่มอบโอกาสการทำงานให้แก่ผู้ที่ขาดโอกาส ทางสังคมในนิวยอร์ก เพื่อนำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญของไอศกรีมรส “Chocolate Fudge Brownie” หนึ่งในรสชาติที่ขายดีที่สุดของ “Ben & Jerry’s”
- ที่นี่ไม่ได้มีแค่ไอศกรีมเท่านั้น แต่ยังมี Ice cream Shakes, Sundaes, Ice cream Cakes และเมนูใหม่ ๆ มาให้คอไอศกรีมลิ้มลองตลอดทั้งปี
ถ้าพูดถึงชื่อ Ben & Jerry’s แล้วหลาย ๆ คนคงนึกถึงไอศกรีมพรีเมียมสัญชาติอเมริกันที่มีเจ้าวัวเจ้าวัวเป็นมาสคอต (รู้ยัง!? เจ้าวัวตัวนี้ชื่อ Woody) และอาจจะนึกถึงราคาที่ค่อนข้างสูงของไอศกรีมพรีเมียมแบรนด์นี้ แต่วันนี้ Wongnai จะพาสายกินทุกคนมาทำความรู้จักกับ Ben & Jerry’s ไอศกรีมพรีเมียมที่อัดแน่นไปด้วยสิ่งดี ๆ กันว่า เขาเป็นใคร มาจากไหน และมาพบกับเหตุผลที่ทำให้รู้ว่าทำไมจึงมีลูกค้ามากมายทั่วโลกยอมจ่ายเพื่อซื้อไอศกรีมจาก Ben & Jerry’s รับรองเลยว่าถ้าได้รู้แล้วจะต้องร้องว้าวอย่างแน่นอน


บรรยากาศภายในร้านไอศกรีม Ben & Jerry’s สาขาสยามพารากอน ชั้น G ดูสบายตาสุด ๆ มีการตกแต่งร้านที่ทำให้บรรยากาศดูน่านั่งและมีความสนุกสนานแฝงอยู่ในทุก ๆ มุมของร้าน โปร่งสบาย พร้อมกับการบริการที่น่าประทับใจจากพนักงานทุกคน

Ben & Jerry’s เป็นไอศกรีมสัญชาติอเมริกันที่กำเนิดขึ้นที่รัฐเวอร์มอนต์โดยสองเพื่อนรัก เบน แอนด์ เจอร์รีส เริ่มทำธุรกิจร้านไอศกรีม Ben & Jerry’s ขึ้นในปี ค.ศ. 1978 ตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจนี้ เบน แอนด์ เจอร์รีส ใช้ผลิตภัณฑ์นมจากฟาร์มในท้องถิ่น โดยทำการซื้อขายแบบยั่งยืนในราคาที่เป็นธรรม ทำให้ได้นมวัวจากวัวที่มีความสุข และมีคุณภาพมาทำไอศกรีมรสชาติต่าง ๆ เพื่อสร้างความสุขให้กับลูกค้าทุกคน และนี่คือเหตุผลแรกที่ทำให้ลูกค้าทั่วโลกเต็มใจที่จะสนับสนุน และกลับมาอุดหนุนไอศกรีมแบรนด์นี้กันอีก

ด้วยความที่ Ben & Jerry’s มีแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม และต้องการช่วยผู้คนในชุมชนของตนเองให้มีความยั่งยืนและให้มีรายได้ที่มั่นคง Ben & Jerry’s จึงเลือกใช้วัตถุดิบที่นำมาจากเกษตรกรตัวจริง โดยทำการซื้อขายแบบแฟร์เทรด เพื่อให้เกษตรกรหรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบได้มีรายได้ในระดับที่เป็นธรรม และ Ben & Jerry’s ยังมอบโอกาสแก่ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยให้มีทักษะในการทำงานและดำรงชีพได้โดยการอบบราวนีเพื่อนำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญของไอศกรีมรส “Chocolate Fudge Brownie” ชิ้นบราวนี่หนุบหนับที่มาจากร้านเกรย์สตัน เบเกอรี ธุรกิจที่มอบโอกาสการทำงานให้แก่ผู้ที่ขาดโอกาส ทางสังคมในนิวยอร์ก และยังเป็นหนึ่งในรสชาติที่ขายดีที่สุดของ Ben & Jerry’s อีกด้วย พอได้รู้แบบนี้แล้ว สายกินแบบเราก็เต็มใจจะจ่ายเงินเพื่อให้ได้สิ่งดี ๆ กลับมาในถ้วยไอศกรีมของเรา และยังได้ส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับผู้ผลิตอีกด้วย
สำหรับใครที่ยังไม่เคยลองกินไอศกรีมของ Ben & Jerry’s ถือว่าพลาดมาก ๆ เพราะไอศกรีมของที่นี่ไม่ใช่แค่ไอศกรีมธรรมดา แต่เป็นไอศกรีมที่มีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างและหนักเครื่อง จนทำให้ใคร ๆ ก็ติดใจจนต้องกลับมากินอีก อย่างรส “Chocolate Chip Cookie Dough” โดยมีเนื้อชิ้นคุกกี้โดให้สัมผัสเต็ม ๆ คำ เคี้ยวกันเพลิน ๆ แบบไม่หวงให้สายกินได้มีความสุขกับการกินไอศกรีมรสโปรดสุด ๆ ไปเลย ถ้าใครมาคนเดียวอยากจะกินไอศกรีมแบบเบา ๆ ก็สั่งได้ทั้งแบบ Cup และ Cone ตามใจชอบ


สิ่งที่ใครอีกหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ก็คือที่ Ben & Jerry’s ไม่ได้มีแค่ไอศกรีมหลากรสเท่านั้นนะ แต่ยังมี Shakes ให้ได้เลือกกันอย่างจุใจอีกด้วย อย่าง “Strawberry Cheese Shake” (179 บาท) สีชมพูแก้วนี้ก็น่าลองสุด ๆ เพราะมีส่วนผสมมาจากไอศกรีมรส Strawberry Cheesecake เต็มไปด้วยเนื้อสตรอเบอร์รี่ และเกรแฮมแครกเกอร์ ทำให้ Shake แก้วนี้สนุกสุด ๆ และยังมีเมนู Sundaes ที่จะมาทำให้ใจละลายไปกับเครื่องแน่น ๆ ไอศกรีมเน้น ๆ หลากหลายแบบอย่าง “Banana Fudge Royal Sundae” (245 บาท) แก้วนี้ที่ใคร ๆ ก็ต้องหลงรัก!


ถ้ามากันเป็นกลุ่มล่ะก็ต้องจัดชุดนี้ไปเลย รับรองว่าคุ้ม! อิ่ม! สนุก! นั่นคือเมนู Special Sundae อย่าง “Mini Vermontster” (500 บาท) เต็มอิ่มกับไอศกรีมที่เลือกรสชาติเองได้ 4 ลูก เสิร์ฟพร้อมกับกล้วยหอมจุใจ บราวนีเข้มข้นเวอร์ ตามด้วยวิปครีมแบบจัดเต็ม ปิดท้ายด้วยท็อปปิงหลากหลายให้สายกินได้ลุยกันอย่างเต็มอิ่ม




สำหรับใครที่กำลังมองหาเค้กวันเกิดหรือเค้กในโอกาสพิเศษ Ben & Jerry’s ก็มีเค้กไอศกรีมน่ารัก ๆ เนื้อไอศกรีมล้วนที่ลูกค้าสามารถเลือกรสชาติของไอศกรีมได้เองถึง 2 รสชาติไว้จำหน่ายอีกด้วย หากใครมีแบบในใจแล้วก็บอกพนักงานที่ร้านได้เลย เพราะที่ Ben & Jerry’s สามารถทำตามสั่งได้ด้วยนะ ใช้เวลาเพียงแค่ 1-2 วันเท่านั้นก็ได้เค้กไอศกรีมหน้าตาน่ารัก น่ากินแบบนี้กลับไปฉลองโอกาสพิเศษกันแล้ว

ส่วนใครที่อยากมีความสุขกับไอศกรีมพรีเมียมที่อัดแน่นไปด้วยสิ่งดี ๆ อย่าง Ben & Jerry’s ที่บ้านก็สามารถหาซื้อไอศกรีมแบบกลับบ้าน ทั้งในรูปแบบไพนต์ (Pint) และมินิคัพ (Mini Cup) ได้ทั้งที่ร้าน Ben & Jerry’s ทั้ง 2 สาขา คือ สาขาสยามพารากอน และสาขาเอ็มควอเทียร์ และที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ พิเศษไปกว่านั้น หากคุณอยากเลือกไอศกรีมรสชาติที่คุณชื่นชอบด้วยตัวเอง ก็สามารถเลือกไอศกรีม 2 รสชาติในแบบ Hand Pack Pint เฉพาะที่ร้าน Ben & Jerry’s อีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้าง อ่านจบแล้วถึงกับร้องว้าวให้กับความน่ารักของ Ben & Jerry’s กันเลยใช่ไหม? สายกินทุกคนก็ได้รู้จักกับ Ben & Jerry’s มองเห็นถึงความตั้งใจในการคัดสรรสิ่งดี ๆ มาเป็นส่วนผสมในไอศกรีมทุก ๆ รสชาติ และมองเห็นถึงความตั้งใจของ Ben & Jerry’s ที่พยายามช่วยเหลือชุมชน เห็นเป็นแบบนี้แล้ว ก็เข้าใจ และอยากจะกินไอศกรีมของ Ben & Jerry’s จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เกิดสิ่งดี ๆ ต่อไป

และต้องบอกว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงกับเมนูสุดพิเศษประจำเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนนี้นั่นคือ “Rainbow Fruity Cone” ที่มาพร้อมกับสีสันสดใสจากวัตถุดิบธรรมชาติของไทย เช่น สีแดงที่มาจากกระเจี๊ยบ และสีเขียวที่มาจากใบเตย เรียกได้ว่ากินกับไอศกรีมรสไหนก็ต้องติดใจกันทั้งนั้น อย่าลืมไปลองกันล่ะ
การเดินทาง
ร้าน Ben & Jerry’s สาขาสยามพารากอน ชั้น G สามารถลง BTS ที่สถานีสยาม เดินลงบันไดเลื่อนลงมาที่ชั้น G ก็จะเจอกับ Ben & Jerry's
ถ้าใครไม่สะดวกไปสยามพารากอน ก็มีอีกสาขาที่ EmQuartier ชั้น G ตรงข้าม Gourmet Market ลง BTS ที่สถานีพร้องพงษ์ก็ได้ค่ะ


