วันนี้นัดกับเพื่อนๆ สมัยที่ไปเรียนที่อังกฤษมาค่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เลยมีเรื่องอยากคุยอยากอัปเดตกันเยอะ เลยนึกถึงร้านหนึ่งที่เคยไปกินเมื่อสมัยเรียนอยู่ที่ลอนดอน นั่นก็คือ “Harrods the Plantation Rooms” ค่ะ เลยนัดเพื่อนๆ มากันที่สาขาเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ให้สมกับโอกาสพิเศษๆ แบบนี้หน่อย

สำหรับร้าน Harrods the Plantation Rooms ที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซีนี้ มาในคอนเซปต์ the Plantation Rooms ที่เสิร์ฟชุด high tea อันโด่ง และอาหารสำหรับมื้อสายไปจนถึงมื้อเย็น ซึ่งเป็นประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่ให้บริการแบบร้านอาหาร บรรยากาศภายในร้านตกแต่งไม่ต่างจากสาขาที่ลอนดอน คือใช้สีขาว ivory และสีเขียวที่ดูสบายตา ในการตกแต่ง รวมถึง Greenman ที่มาในรูปแบบของน้องหมีน่ารัก คอยต้อนรับทุกคนอยู่ที่หน้าร้านค่ะ

Menu
เริ่มต้นกันด้วยเมนู brunch ยอดนิยมอย่าง “Truffle Benedict Egg Royale” (370.-) ซึ่งความแตกต่างอยู่ตรงที่ทางร้านเลือกใช้ Brioche toast สูตรของทางร้าน แทน English muffin ทำให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มกว่า เสิร์ฟพร้อมปลาแซลมอนรมควัน และซอสฮอลแลนเดสที่ผสมน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล เพิ่มกลิ่นให้จานนี้พิเศษกว่าที่ไหนๆ

ต่อมาเป็นเมนูที่เวลามาทานกับที่บ้านชอบสั่งมากินค่ะ อย่าง “Crab Macaroni & Cheese” (390.-) มักกะโรนีอบชีสพร้อมเนื้อกรรเชียงปูสดๆ ที่แทรกตัวอยู่ในมักกะโรนี รสชาติเข้มข้นของชีสสองชนิดที่ผสมกัน เข้ากันได้ดีกับรสหวานของเนื้อปู เป็นรสชาติที่ถูกปากทุกคนในครอบครัว และทุกคนในกลุ่มเพื่อนวันนี้ค่ะ

มาถึงเมนูที่เพื่อนๆ ทุกคนคิดถึงอย่าง “Traditional Roast Beef” (720.-) ซึ่งจะว่าเป็นอาหารประจำชาติอังกฤษเลยก็ว่าได้ เนื้อวัวริบอายสายพันธุ์ออสเตรเลียสไลซ์หนาๆ อบแบบต้นตำรับ เสิร์ฟคู่ยอร์กเชอร์พุดดิ้งกรอบๆ ซึ่งหาทานที่เมืองไทยยากมาก พร้อมซอสเกรวี และดิจองมัสตาร์ดค่ะ


และมาถึงไฮไลต์ของวันนี้ นั่นก็คือ “The Mayfair” (1,290.-) เซตน้ำชา high tea แบบอังกฤษ ที่มาพร้อมกับ finger food ที่มีทีเด็ดอยู่ตรงพาร์มาแฮมพันขนมปังกรอบพร้อมซอสเพสโต ที่ช่วยดับความคาว และเพิ่มความกลมกล่อม, mini cakes 4 ชนิด, มาการอง 2 ชิ้น ที่เราสามารถเลือกรสชาติเองได้ และสโคน 4 ชิ้น ที่คละได้จาก 3 รสชาติของทางร้านที่มาพร้อมกับแยมโฮมเมด 3 ชนิด และ clotted cream นำเข้า


รวมถึงน้ำชาอีก 2 กา ที่พนักงานจะนำกระปุกชาทั้งหมดมาให้เราลองดมก่อนจะสั่งค่ะ ซึ่งถ้าใครยังงงๆ เรื่องชา ไม่แน่ใจว่าจะดื่มชนิดไหนดี พี่ๆ พนักงานก็ยินดีให้คำแนะนำค่ะ แต่ขอแอบกระซิบว่าให้สั่งเป็น Whole rose buds ค่ะ เป็นชากุหลาบอิหร่านหอมๆ และแถมรสชาตินี้ยังมีขายเฉพาะเวลาทานที่ร้านค่ะ


ในส่วนของ seasonal menu ตอนนี้ที่ Harrods the Plantation Rooms กำลังมีเมนูสำหรับหน้าร้อนอยู่ค่ะ โดยใช้มะม่วงเป็นส่วนผสมหลักอย่าง “Mango Virgin Mojito” (195.-) เป็นม็อกเทลมะม่วงรสชาติสดชื่น ที่ด้านบนมี Tea ball สูตรเฉพาะของทางร้าน ที่ด้านในมีเนื้อมะม่วง สามารถทานเหมือนเชอร์เบทได้


สำหรับมื้อพิเศษๆ แบบนี้ ยังมาพร้อมกับโปรโมชันพิเศษๆ อีกด้วย เพราะบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ ให้คะแนนสะสม 10 คะแนน ทุกๆ 1,000 บาท/เซลล์สลิป ในวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 300 บาท สำหรับการรับประทานอาหารที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซีอีกด้วย

การเดินทาง
ร้าน Harrods the Plantation Rooms ตั้งอยู่บนชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ใกล้ๆ กับบันไดเลื่อน
การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว สามารถมาทั้งทางถนนพระราม 1 และถนนวิทยุ
หรือรถไฟฟ้า BTS สถานี เพลินจิต ทางออก 5




