#วงในบอกมา
- ซุปน้ำดำจะใส่ปลาแห้ง และสาหร่าย มีรสชาติกับกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์
- วัตถุดิบสดใหม่ เกรดพรีเมียม ที่หลากหลายกว่า 50+ รายการ
- ประสบการณ์ชาบูแบบใหม่ อิ่มเลือกได้ ในราคาที่เรากำหนดเอง

ในยุคที่มีร้านชาบูผุดขึ้นมาราวกับเป็นดอกเห็ด ทั่วเมืองเชียงใหม่ จะมองทางไหนก็เต็มไปด้วย บุฟเฟ่ต์ชาบูเอย บุฟเฟ่ต์หมูกระทะเอย แล้วจะกินบุฟเฟ่ต์สักทีหนึ่ง ก็มักจะมีความคิดว่า เอ้! จะชวนใครดี เอ้! จะคุ้มไหมนะ? มีคำถามเหล่านี้ผุดขึ้นมาแบบเราใช่ไหมล่ะ งั้นตามเรามา วันนี้เรามีร้านชาบูเชียงใหม่ ที่พลิกโฉมหน้าการกินชาบู ให้ง่ายและสะดวกขึ้น แถมจ่ายในราคาที่เราพอใจ ลุ้นอยู่ล่ะสิว่าคือร้านไหน ขอเปิดแนะนำร้านชาบูเชียงใหม่ ที่มีชื่อว่า “HO Cafe&Restaurant” เชียงใหม่


เรียกรถแดงและสตาร์ทรถตามเรามาเลย ที่ลานจอดรถหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในโครงการที่จอดรถเปิดใหม่ ร้าน “HO Cafe&Restaurant” เชียงใหม่ จะอยู่ด้านในโครงการ เดินเข้าให้สังเกตขวามือของเราไว้ ร้านจะอยู่มุมขวาเลย โดยรวม ๆ แล้ว เป็นร้านที่ดูตกแต่งเป็นสไตล์คาเฟ่น่ารัก ๆ มากกว่าเป็นร้านหมูจุ่มซะอีก บรรยากาศร้านตกแต่งด้วยสีขาวเคลียร์ ตัดกับสีน้ำตาลของเฟอร์นิเจอร์ไม้ ลองถ่ายรูปสักมุมหนึ่งของร้านดูสิ แล้วโพสต์ลงโซเชียลของเพื่อน ๆ ใครจะเชื่อล่ะว่าเรากำลังมากินชาบู

อย่างที่เกริ่นไป เราบอกว่าเป็นร้านชาบูที่จ่ายตามแต่เราพอใจ ก็เนื่องมาจากเข้าร้านมา สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ เมื่อเปิดประตูเข้ามา ก็คว้าถาดที่อยู่ด้านขวามือเราก่อนเลย จากนั้นก็ตรงไปที่ตู้แช่วัตถุดิบ ในแต่ละตู้จะมีวัตถุดิบให้เลือกแบบละลานตาเลย ไม่ว่าจะเป็น สันคอหมูสไลซ์, โฮะโอเด้ง, สามชั้นสไลซ์, ผักนานาชนิด, และท็อปปิง หรือเส้นอื่น ๆ อีกมากมาย ราคาจะเริ่มแค่เพียง 5 - 35 บาทเท่านั้น!! ใครกินเยอะ กินน้อย ก็จ่ายตามที่เราต้องการกินเลย เห็นไหม...ว่าตอบโจทย์สายกินชาบูตามความอยากแบบเรา ๆ มาก

เมื่อวัตถุดิบพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาจะต้องเลือกเจ้าพระเอกของเรา เหล่าน้ำซุปของร้าน “HO Cafe&Restaurant” เชียงใหม่ หลัก ๆ แล้วมีให้เลือก 4 ซุป เริ่มต้นที่ “ซุปน้ำดำ” ซิกเนเจอร์ของร้าน, “ซุปน้ำต้มยำ” รสซี้ดถูกปากคนไทย, “ซุปหม่าล่า” จากตำรับเสฉวน และ “ซุปโคชูจัง” ถึงเครื่องเกาหลีแท้ เมื่อได้น้ำซุปที่ใช่แล้ว ก็ส่งต่อให้ทางร้านเลย ร้านจะนำไปลวกโดยใช้ความสุกที่พอดี เข้าใจวัตถุดิบแต่ละตัว ไม่ต้องกังวลเลยว่า สิ่งที่เลือกไปจะแห้งหรือแข็งเกินไป ส่วนเรื่องรสชาติน้ำซุปแต่ละตัวจะเป็นยังไง มา! เดี๋ยวเราจะเล่าให้ฟัง


เริ่มที่ “ซุปน้ำดำ” เลยแล้วกัน ใครที่กินซุปน้ำดำแล้ว ยังสงสัยว่ารสชาติแต่ละร้าน แตกต่างกันยังไง มาที่ร้าน “HO Cafe&Restaurant” เชียงใหม่สิ จะสัมผัสถึงความแตกต่างที่ชัดเจน ตั้งแต่เรื่องกลิ่นของน้ำซุป มันโชยมาแต่ไกล ความหอมของปลาแห้ง ผสมกับกลิ่นสาหร่ายและซอสน้ำดำเข้มข้น ทำเอาอยากจะซดให้เกลี้ยงชามเลย ส่วนรสชาติของน้ำดำนั้น ออกทางเค็มหวานผสานกันได้ดี หลับตากินนึกว่าตัวเองกำลังอยู่ญี่ปุ่น แล้วกำลังซดสุกี้ยากี้ตำรับแท้เลย


ส่วนใครที่ชอบสไตล์ไทย เราก็แนะนำ “ซุปต้มยำ”เลย ซุปต้มยำที่ถึงเครื่องต้มยำแบบไทยขนานแท้ กับรสชาติความเปรี้ยวหวาน ที่แอบซ่อนความเผ็ดเล็ก ๆ แบบนี้ ทุกอย่างมันกลมกล่อมอย่างบอกไม่ถูกเลย ส่วนเรื่องกลิ่นนั้น ไม่ต้องอธิบายอะไรมากมายเลย เพราะมันครบเครื่อง จัดเต็มเรื่องสมุนไพรมาก กินน้ำซุปเข้ากับวัตถุดิบที่เลือกมา มันดีงามจนเกินจะบรรยายต่อแล้ว


“ซุปหม่าล่า” สายชาลิ้น สายแซ่บ มาทางนี้เลยจ้า ซุปหม่าล่าที่อิมพอร์ตรสชาติมาจากเสฉวน ความเผ็ดชาบอกเลยว่า ถึงจนสุดยอดแน่นอนจ้า ความโดดเด่นของน้ำซุปตัวนี้คือ รสชาติที่กลมกล่อม ไม่เผ็ดและไม่ชาจนเกินไป แถมยังมีกลิ่นหอมของเหล่าสมุนไพร และเครื่องเทศ ที่ช่วยให้เราสามารถเอนจอยกับรสชาตินี้แบบชิล ๆ


ปิดท้ายด้วยความโอ๊ปป้า กับ “ซุปโคชูจัง” น้ำพริกโคชูจังคั่วเองของทางร้าน คั่วจนได้สีน้ำพริกที่แดงฉาน ขึ้นเงาสวยงาม และส่งกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ นำไปปรุงในน้ำซุปรสเด็ด สิ่งที่ได้คือ น้ำซุปที่มีความเป็นเกาหลีแบบลงตัว กินง่าย แถมยังเด็ดอีกด้วยนะขอบอกเลย ใครที่เป็นสายโอ๊ปป้าตัวจริง ต้องลองซุปตัวนี้จริง ๆ เชื่อไหมว่า ยิ่งถ้าได้เลือก “แป้งต๊อกบกกี” มาใส่ด้วย จะคิดแบบเราว่า นี่มันร้านอาหารเกาหลีชัด ๆ !


กินแบบสะบั้นหั่นแหลกแบบนี้ แต่ราคาก็อยู่ในที่เรากำหนดไว้แต่แรก สบาย ๆ นี่เป็นการกินชาบูในร้านชาบูเชียงใหม่ ของเราครั้งแรกเลย ที่ใช้เวลาไม่นาน สะดวก แถมยังสามารถไปจอยต่อกับอาหารมื้อเล็ก ๆ ได้อีก ต่อไปถ้าอยากกินชาบูแบบสบาย ๆ ง่าย ๆ แบบนี้ แน่นอนว่าเราต้องแวะมาร้าน “HO Cafe&Restaurant” เชียงใหม่ อีกแน่นอนเลย ถ้าเพื่อน ๆ อยากจะมาลอง ก็รีบตามมาเลยนะ ง่าย ชิล แบบนี้ มีที่เดียวเลย ส่วนถ้าใครอยากหาร้านอาหารเชียงใหม่เพิ่มเติม เราขอเปิดแหล่งรวมอาหารไว้ให้เรานักกิน ได้กดติดตามเลย กับ น้าอ้วนชวนหิว by Wongnai
การเดินทาง
- ใช้เส้นทางหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อผ่านประตูคณะเกษตรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไปประมาณ 10 เมตร ให้สังเกตขวามือ จะมีทางเข้าโครงการของลานจอดรถอยู่ ในโครงการมีที่จอดรถฟรี รองรับรถได้มากกว่า 400 คัน
- เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 10.00 - 20.00 น.
- เบอร์ติดต่อ : 095-698-7580




