เชื่อว่านอกจากปัญหาผิวหน้าทั่วไปที่สาว ๆ ต้องพบเจอแล้ว หลายคนยังมักจะกังวลกับปัญหารอยคล้ำใต้ตาที่แก้ยังไงก็ไม่หายสักที ซึ่งจริง ๆ แล้วปัญหารอยคล้ำใต้ตาอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายใน อย่างเช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ การสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานาน การแพ้ต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือแม้แต่พันธุกรรม ซึ่งถ้าเราได้ทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงก็จะช่วยให้สามารถเลือกวิธีการแก้ไขที่เหมาะสมได้ค่ะ วันนี้ Wongnai Beauty หยิบเอาประเภทรอยคล้ำใต้ตาหรือถุงใต้ตาชนิดต่าง ๆ มาจำแนกให้เพื่อน ๆ ได้ทำความเข้าใจกัน พร้อมทั้งทริคแก้ไขปัญหารอยคล้ำใต้ตาแบบต่าง ๆ ด้วย เอาล่ะ ๆ ๆ ๆ ถ้าเพื่อน ๆ พร้อมแล้วก็ไปทำความรู้จักรอยคล้ำใต้ตาของตัวเองกันเลยค่าาา

รอยคล้ำรอบดวงตา
ลักษณะ : สีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม คล้ายสีของกาแฟ อาจเห็นเป็นเงาหรือเส้นเลือดใต้ผิวหนังได้ชัดเจนขึ้น ผิวใต้ตาอาจแห้งและขาดความชุ่มชื้น
วิธีเช็ก : ดึงเปลือกตาแล้วรอยคล้ำสีน้ำตาลไม่หายไป อาจเห็นเป็นเงา หรือเส้นเลือดใต้ผิวหนังได้ชัดเจนขึ้น
เกิดจาก : รอยคล้ำใต้ตาชนิดสีน้ำตาลลักษณะคล้ายสีของกาแฟ มักเกิดจากการที่ผิวใต้ตาถูกกระตุ้นจากแสงแดด (รังสียูวี) ทำให้เม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น หรืออาจเกิดจากการขยี้ตาบ่อย ๆ ทำให้ผิวใต้ตาบางลงและเห็นเส้นเลือดได้ชัดเจนขึ้น หรือเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ภูมิแพ้ หรือการขยี้ตาบ่อย ๆ จะทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตาเกิดการระคายเคือง และกระตุ้นการสร้างเม็ดสี ทำให้ผิวคล้ำขึ้นได้ หรือบางทีอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ที่มีแนวโน้มมีสีผิวใต้ตาเข้มกว่าปกติ
แก้ยังไง : ทาครีมบำรุง ครีมกันแดด หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ๆ แนะนำให้สวมแว่นกันแดดและทาครีมกันแดด ใช้อายครีมบำรุงให้ความชุ่มชื้น และหลีกเลี่ยงการขยี้ตา ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง หรือสารที่ช่วยลดเม็ดสีเมลานิน
รอยคล้ำของหลอดเลือด
ลักษณะ : จะมีสีเขียวอมฟ้า หรือสีม่วงคล้ำ ซึ่งเป็นสีที่เกิดจากการสะท้อนของแสงไปยังเส้นเลือดดำใต้ผิวหนัง มักจะเห็นเป็นเส้น ๆ หรือเป็นวงกว้างบริเวณใต้ตา ความเข้มของสีจะขึ้นอยู่กับความเข้มของเส้นเลือดและปริมาณเลือดที่คั่งอยู่ใต้ผิวหนัง
วิธีเช็ก : สีของรอยคล้ำชัดเจนจนกลายเป็นสีฟ้า อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรู้สึกตึง ๆ บริเวณใต้ตา
เกิดจาก : รอยคล้ำใต้ตาที่เกิดจากเส้นเลือดชนิดสีเขียว มักเกิดจากการที่เลือดบริเวณใต้ตาเกิดการคั่งหรือการไหลเวียนไม่ดี ทำให้เห็นเส้นเลือดใต้ผิวหนังเป็นสีเขียวอมฟ้า หรืออาจมีสีม่วงคล้ำได้เช่นกัน โดยทั่วไปแล้ว รอยคล้ำลักษณะนี้มักเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ การไหลเวียนเลือดไม่ดี หรืออาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น การขยี้ตาบ่อย ๆ หรือการมีเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังที่บาง มักเกิดขึ้นบ่อยกับคนที่มีนิสัยนอนดึก ใช้สายตามากเกินไป สูบบุหรี่ และดื่มเหล้าหนัก ๆ
แก้ยังไง : วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาระยะยาวคือการพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น การประคบเย็นจะช่วยลดอาการบวมและทำให้เส้นเลือดหดตัว การนวดเบาๆ บริเวณใต้ตาจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินเค หรือส่วนผสมอื่นๆ ที่ช่วยลดรอยคล้ำใต้ตาอาจช่วยได้ หรือการเติมคอลลาเจน เพิ่มความชุ่มชื้น หรือรักษาแบบรวดเร็วด้วยการเติมไขมัน
รอยหมองคล้ำ
ลักษณะ : สีคล้ำหรือดำบริเวณใต้ตา ซึ่งอาจมีสีน้ำตาลเข้ม สีม่วง หรือสีดำ มักมีลักษณะเป็นวงกลมหรือวงรีใต้ตา บางคนอาจมีรอยคล้ำเป็นจุด ๆ หรือเป็นปื้นกว้าง ๆ รอบดวงตา ผิวบริเวณใต้ตาอาจดูบางลง เห็นเส้นเลือดชัดเจนขึ้น หรืออาจมีลักษณะบวมร่วมด้วย
วิธีเช็ก : ด้านล่างเบ้าตาจะเด่นชัดเมื่อมองจากด้านข้าง มีถุงใต้ตาหรือร่องน้ำตาเป็นหลุมลึกเป็นเงาคล้ำ
เกิดจาก : รอยหมองคล้ำใต้ตาชนิดสีดำ หรือที่เรียกกันว่า "ขอบตาดำ" หรือ "ใต้ตาดำ" มีลักษณะเป็นรอยคล้ำหรือรอยดำบริเวณใต้ตา ซึ่งอาจมีลักษณะเป็นวงกลมหรือวงรี สีของรอยคล้ำอาจแตกต่างกันไป เช่น สีน้ำตาล สีม่วง หรือสีดำ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและสีผิวของแต่ละบุคคล อาจเกิดขึ้นได้เมื่ออายุมากขึ้นผิวใต้ตาจะบางลง ทำให้เห็นเส้นเลือดและไขมันใต้ตาชัดเจนขึ้น หรือบางทีอาจเกิดเพราะโรคภูมิแพ้ โรคโลหิตจาง ภูมิแพ้ทางจมูก ก็สามารถทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตาได้เช่นกัน รวมไปถึงการอักเสบ อุบัติเหตุ หรือความเครียด อาจทำให้เส้นเลือดใต้ตาเสื่อมสภาพ และผิวใต้ตาที่ขาดความยืดหยุ่นจะทำให้เกิดริ้วรอยและรอยคล้ำได้ง่ายขึ้น
แก้ยังไง : ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใต้ตาที่มีส่วนผสมของวิตามินซี คอลลาเจน และสารต้านอนุมูลอิสระ อาจจะใช้วิธีการนวดตา ทาครีมกันแดด เติมเต็มร่องลึกด้วยหัตถการ ในกรณีที่รอยคล้ำใต้ตาเกิดจากโรคประจำตัว หรือต้องการหาวิธีแก้ไขที่เฉพาะเจาะจง
ถ้าสาว ๆ ได้กลับไปสังเกตลักษณะของรอยคล้ำใต้ตาของเราแล้วว่าถูกจัดอยู่ในกรุ๊ปไหน ก็จะได้รู้สาเหตุที่แท้จริงของปัญหาถุงใต้ตาหรือรอยคล้ำใต้ตานั้น ๆ มากขึ้น ส่งผลให้เราได้แก้ปัญหาอย่างตรงจุดมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่าปัญหาใต้ตาคล้ำเป็นปัญหาผิวต้น ๆ ที่สาว ๆ หลายคนต้องเจอและแก้ยังไงก็ไม่หายสักที บอกเลยว่าถุงใต้ตาที่เรามีไม่สามารถเสกแล้วหายไปได้ทันตา แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา เพราะฉะนั้นดูแลผิวใต้ตาให้ดี ๆ นะคะ
อ่านบทความแนะนำต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่...


