หลงเสน่ห์บรรยากาศสุดคลาสสิกและอาหารญี่ปุ่นฟิวชัน @IN THE MOOD FOR LOVE

หลงเสน่ห์บรรยากาศสุดคลาสสิกและอาหารญี่ปุ่นฟิวชัน @IN THE MOOD FOR LOVE

มาครั้งแรกก็ตกหลุมรัก ทั้งบรรยากาศจีนร่วมสมัย อาหารญี่ปุ่นฟิวชันที่แฝงไปด้วยความโรแมนติกและศิลปะ ที่ร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE” เอกมัยซอย 1
[Ad] • 30 มิ.ย. 2017 · โดย

วันนี้ทีมงาน Wongnai และน้องหลุมดำจะพาเพื่อน ๆ มาฟินอาหารญี่ปุ่นฟิวชันกันที่ร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE” เอกมัยซอย 1 ขอบอกก่อนว่าใครที่ชอบทานอาหารแล้วดื่มด่ำบรรยากาศ ร้านนี้เพอร์เฟกต์สุด ๆ เพราะเจ้าของร้านเขาได้แรงบันดาลใจจากหนังเรื่อง “IN THE MOOD FOR LOVE” ของ หว่อง กา ไว นั่นเองค่ะ จะฟินขนาดไหนตามมาดูกัน~

หน้าร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE”

แค่ก้าวขาเข้ามาในร้านก็รู้สึกว้าววว การตกแต่งเป็นสไตล์ฮ่องกงแฝงความหรูหรา โรแมนติก อบอุ่นและเป็นกันเอง ทุกรายละเอียดภายในร้านล้วนมีเอกลักษณ์ ตรึงตาตรึงใจสุด ๆ ประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงและดอกไม้เหมือนอยู่ในห้วงแห่งความรักเหมือนชื่อร้านค่ะ :)

บรรยากาศร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE”
บรรยากาศร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE”

จุดเด่นที่ใครต่างก็ชื่นชอบ คือ ความเป็นไพรเวตซูชิบาร์ และ การต่อยอดเรื่องรสชาติ “IN THE MOOD FOR LOVE” ไม่ได้มาแค่ขายอาหารเท่านั้น แต่อยากให้ความรู้ที่ถูกต้องกับนักกินทุกท่าน กินมาในระดับหนึ่ง หรือ Expert ก็ตาม ที่ร้านจะต่อยอดในทุก ๆ ขั้น เหมือน Community ที่มาแลกเปลี่ยนความรู้กันกันค่ะ 

บรรยากาศร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE”

เริ่มต้นมื้อเบา ๆ กับสลัดคลีน ๆ “Skin Salad” (340.-) สลัดหนังปลาแซลมอนทอดกรอบ ที่เชฟออกแบบมาให้เป็นกึ่งของคาวและอาหารทานเล่น สลัดผักสดราดด้วยน้ำสลัดงาคั่ว ครีมมีเล็กน้อย ได้รสชาติและเทกซ์เจอร์จากหนังปลาแซลมอนกรอบและไข่ต้ม เป็นเมนูที่เรียกน้ำย่อยได้ดีเลยค่ะ

เมนู “Skin Salad” ของร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE”
เมนู “Skin Salad” ของร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE”
เมนู “Skin Salad” ของร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE”

เพิ่มความฟินไปอีกระดับด้วย “Gindara saikyo yaki” (650.-) จุดเด่นอยู่ที่เนื้อสัมผัสของเนื้อปลาจินดาระที่ไม่เหมือนปลาหิมะ มันมีความมันสอดแทรกอยู่มากกว่า ตัวซอสทำมาจากมิโสะขาวผสมสาเก และการหมักมิโสะให้เข้าเนื้อปลาจินดาระอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้รสชาติเข้าเนื้อค่ะ

เมนู “Gindara saikyo yaki” ของร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE”

คามพิเศษของซูชิที่นี่อยู่ที่ “ปลา” ค่ะ ปลาที่นี่จะมีความแตกต่างจากที่อื่น ด้วยการ Aging (เอจจิง) ผ่านการบ่ม หมัก ดอง แตกต่างกันไป แล้วแต่ชนิดของปลา ต้องละเอียดอ่อนและใช้ประสบการณ์ ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยหรือลูกค้าส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร เมื่อนำปลาสด ๆ มาหั่นแล้วตัดแล้วกิน นั่นคือสิ่งที่ผิด...สิ่งที่ได้จะเป็นรสชาติปลานั้น ๆ แบบเบาบาง เพราะยังไม่ได้ดึงรสชาติของปลาออกมาอย่างสมบูรณ์ที่สุด วันนี้เราลองเลือกซูชิมา 6 คำ รวมถึงไฮไลต์เฉพาะซีซันมาลองค่ะ “อากามิ” เนื้อสีแดงจาก Blue Fin Tuna รสเข้มข้น “ซูมิอิกะ” ปลาหมึกกระดองญี่ปุ่น กรอบและหวานกว่าอิกะแบบทั่ว ๆ ไป “โคฮาดะ” ปลาสีเงินขนาดกลางของญี่ปุ่น เป็นปลาที่เดิมพันฝีมือเชฟร้านนั้น ๆ เอาไปทำอะไรก็ไม่เวิร์ก ต้องเอามาดองเท่านั้น วัดสกิลล์เชฟว่าจะดองได้ดีหรือเปล่า “ชิโรฮิบิ” กุ้งขาวตัวเล็กกรุบ ๆ เป็นไฮไลต์ที่มีเฉพาะซีซันนี้ “อะนาโกะ” ปลาไหลทะเล เทกซ์เจอร์จะนุ่มกว่าปลาไหลน้ำจืด หัวใจหลักอยู่ที่ซอสที่เข้มข้นที่ผ่านการหมักเป็นเวลานาน “โคบาชิระ” เอ็นหอยอาโอยาหงิ โดยจะเป็นส่วนที่เป็นเอ็นยึดเปลือกหอยคล้าย ๆ กับโฮตาเตะ ถ้าเปรียบเทียบกับโฮตาเตะที่นุ่มนิ่มรสชาติบาง แต่โคบาชิระจะกรอบ รสชาติเข้มกว่า

เมนู ซูชิ ของร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE”
เมนู ซูชิ ของร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE”

“Caterpillar Roll” (420.-) โรลล์นี้ได้แรงบันดาลใจตอนที่เชฟรันไปทำงานที่อเมริกา ที่นั่นโรลล์นี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและใช้หลากหลายวัตถุดิบที่ต่างกันในแต่ละร้าน โดยที่มี concept หลักเป็นโรลล์รูปตัวหนอนและทำจากอะโวคาโด สำหรับร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE” นั้น เชฟรันเลือกนำปลาไหลและกุ้งเทมปุระเป็นวัตถุดิบหลักที่มีเทกซ์เจอร์และรสต่างกัน แต่นำมารวมกันพร้อมเติมซอสเทริยากิสูตรพิเศษจากทางร้าน เพื่อเพิ่มความกลมกล่อมและลงตัวมากขึ้น และได้ความมันของอะโวคาโดที่ท็อปด้านบน

เมนู “Caterpillar Roll” ของร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE”

“Happy to get her” (390.-) หน้าตาเรียบง่าย แต่รสชาติโดดเด่นไม่ธรรมดา หวาน เค็ม กรอบ ผสมผสานกันในปาก ด้านในเป็นโฮตาเตะ ท็อปด้วยเนื้อปูคลุกซอสเมนไทโกะ เบิร์นไฟเล็กน้อย เราชอบรสชาติโรลล์ที่มีความเข้มข้นของกลิ่น Herbs ค่ะ

เมนู “Happy to get her” ของร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE”
เมนู “Happy to get her” ของร้าน “IN THE MOOD FOR LOVE”

ทานอาหารกันอิ่มหนำแล้ว จะไปเที่ยวต่อ ก็หมดห่วงเรื่องสุขภาพช่องปากเพราะมี “Systema” ที่ช่วยให้การแปรงฟันของเรานั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยนวัตกรรมขนแปรง Soft & Slim ลิขสิทธิ์เฉพาะของซิสเท็มมา สุดยอดขนแปรงปลายเรียวแหลมและนุ่ม ยืดหยุ่น แต่ทรงพลัง มีพลังสปริง เพียงใช้ครั้งแรกก็จะสัมผัสได้ถึงความนุ่มของขนแปรงแต่ทรงพลังการซอกซอน ขจัดสิ่งสกปรกได้ดี และด้วยสรีระช่องปากที่แตกต่างของคนไทย ทาง Systemma ก็มีหัวแปรงให้เลือก 3 ขนาด ทั้ง Compact (ขนาดเล็ก), Original (ขนาดกลาง) และ XL (ขนาดใหญ่) ที่สามารถเข้าซอกซอนทำความสะอาดได้ลึกถึงระดับร่องเหงือกและซอกฟัน จบมื้ออย่างแฮปปี้ค่า!

“Systema”
“Systema”

นอกจากนี้ทางร้านยังมี “โอมากาเสะ” ด้วยนะคะ เชฟจะครีเอตวัตถุดิบตามวันนั้น ๆ ข้อดีอยู่ที่ 80 - 85% เชฟใช้ปลาจากแหล่งธรรมชาติไม่ใช่ฟาร์ม จะมีรสชาติในตัวที่เข้มข้นกว่า แล้วเอามา Age อีกที ต่อยอดรสชาติให้ฟินทวีคุณ อยากทานต้องจองล่วงหน้าประมาณสามวันค่ะ คอร์สเริ่มต้นที่ 5000++ ขึ้นอยู่กับไฮไลต์วัตถุดิบในวันนั้น ๆ

การเดินทาง

สรุปแล้วมื้อนี้ประทับใจมาก ทั้งการครีเอตเมนู รสชาติอาหาร คุณภาพวัตถุดิบ และบรรยากาศของร้าน ตามรอยน้องหลุมดำมาได้ที่ “IN THE MOOD FOR LOVE” ร้านตั้งอยู่ถนนสุขุมวิท 63 (ถนนเอกมัย) เข้ามาจนถึงเอกมัย 1 เลี้ยวรถเข้ามาตามซอย ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือ มีที่จอดรถบริเวณหน้าร้านพอสมควร แต่ถ้าสะดวกรถไฟฟ้า BTS ก็ลงสถานีเอกมัย แล้วนั่ง taxi หรือพี่วินเข้ามาค่ะ

เมนูห้ามพลาด

Skin Salad, Caterpillar Roll, Happy to get her
OWNER'S MESSAGE
Chef Runx (วัชรันต์ เอี่ยมอร่ามศักดิ์)
โจทย์คือการต่อยอดเรื่องรสชาติ ให้กับลูกค้าทุกท่าน ทุกคนที่เดินเข้ามาจะมีความสุขและได้ความรู้ในแบบที่ร้านอื่นให้ไม่ได้

แผนที่

เอกมัยซอย 1 ซอยสบายใจไก่ย่าง