#วงในบอกมา
- ทางร้านบอกว่าอาหารทุกเมนูในร้านไม่ใส่ผงชูรส!
- เครื่องเทศของทางร้านนำเข้าจากอินเดีย เช่น มาซาล่า
- เมนู “มาซาล่าไก่” เป็นแกงที่รวมเอาเครื่องเทศทุกชนิดมาไว้ในถ้วยเดียว เมนูนี้จึงจะได้รสชาติและกลิ่นหอมของเครื่องเทศเน้น ๆ
เพิ่งกดจองตั๋วเครื่องบินไปอินเดียเมื่อวานหมาด ๆ แพรก็ชักตื่นเต้นรอคอยนับวันเวลาไปเที่ยวอินเดียไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ แต่กว่าจะถึงกำหนดเที่ยวบินก็ตั้งเดือนหน้านู่นแหนะ วันนี้แพรเลยจะมาซ้อมก่อนไปถึงสถานที่จริงด้วยการมาลิ้มลองอาหารอินเดียสักหน่อย! แว่วมาว่าร้านนี้เขาเน้นขายอาหารอินเดียขนานแท้ ที่สำคัญเชฟยังเป็นคนอินเดียอีกต่างหาก ได้ยินแบบนี้ก็รีบมุ่งหน้าไปพร้อมกันเลยดีกว่าที่ร้าน “Indian Food” สาขาเพชรเกษม ที่สำคัญสาขานี้เพิ่งเปิดด้วยค่ะ ไปประเดิมกันเลยดีกว่า

คนชอบกินอาหารอินเดียน่าจะคุ้นหูร้าน “Indian Food” กันดี เพราะทางร้านมีอีก 2 สาขาที่ เจริญนครและสวนพลู โดยทางร้านจะเน้นขายอาหารอินเดียที่ปรับรสชาติมาให้ถูกปากคนไทย และปรุงโดยเชฟชาวอินเดียแท้ ๆ ซึ่งทุกเมนูภายในร้านจะโดดเด่นด้วยเครื่องเทศที่นำเข้าจากอินเดีย เช่น มาซาล่า (จะมีทุกเมนู) เพราะเครื่องเทศตัวนี้จะช่วยเสริมรสชาติจัดจ้านและหอมกลิ่นเครื่องเทศ ที่สำคัญทางร้านจะไม่ใส่ผงชูรสเลย และซอสทุกประเภทจะทำจากซอสมะเขือเทศล้วน ๆ นอกจากนี้ทางร้านยังให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในเรื่องของคุณภาพ แม้ว่าของจะขึ้นราคาแพงขึ้นมากเท่าไร ทางร้านก็ยังจะคงใช้วัตถุเดิม ในราคาเดิม เพื่อคงไว้ซึ่งมาตรฐานและคุณภาพที่มอบแก่ลูกค้า


ว่าแล้วก็มาเริ่มกันที่เมนูแรก “นานกระเทียม” (45 บาท) แป้งนาน คนอินเดียเรียกยาน (สาลี) นำไปตบข้างเตาอบโอ่งร้อน ๆ เสิร์ฟมาอุ่น ๆ ตัวแป้งเหนียวนุ่ม กินคู่กับแกง “มาซาล่าไก่” (160 บาท) แกงไก่ที่ผ่านการหมักเครื่องเทศ ส่วนมาซาล่า คือเครื่องเทศทุกชนิด เรียกได้ว่าจานนี้คือการรวบรวมเครื่องเทศทุกชนิดมาไว้ในเมนูเดียว (ขิง พริก ยี่หร่า คิชเช่นคิง ใบเป โป้ยกั๊ก พริกไทย มาบดเข้าด้วยกัน) จึงทำให้เมนูนี้โดดเด่นที่รสชาติจัดจ้าน และได้ความฟินจากเครื่องเทศแน่น ๆ


ต่อมากับ “ลัชชาพาราต้า” (50 บาท) เป็นแป้งสาลีโฮลวีต ที่ยังไม่ผ่านการขัดสี ตัวนี้จะหอมและเป็นแป้งโรตีเหมือนกัน แต่การทำจะยากกว่าเพื่อให้เป็นชั้น ๆ และใช้เวลานานกว่าด้วย กินคู่กันกับ “แกงผักขมชีส” (150 บาท) ที่เป็นการนำซอสผักขมมาต้มเข้มข้นและนำมาปรุงให้เข้ากันกับชีสที่ทางร้านทำขึ้นมาเอง


และอีกเมนูที่หลายคนต่างชื่นชอบ “ไก่ย่างมาลัย” (200 บาท) ทางร้านมีสูตรคือหมักกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์และโยเกิร์ต โดยใช้ซอสหิมพานต์เป็นหลัก ย่างเตาถ่าน รสชาติออกเปรี้ยวหวาน กลมกล่อม และได้ความมันจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์


อีกเมนูแนะนำ “กุ้งผัดซอสโยเกิร์ต” (350 บาท) ทางร้านจะคัดสรรแต่กุ้งตัวโตและมีวิธีการทำแบบพิเศษโดยผัดกุ้งสดด้วยไฟแรง ๆ จากนั้นราดซอสและโยเกิร์ต ตามด้วยเครื่องเทศเป็นอันดับสุดท้าย จึงทำให้กุ้งเด้งถูกปาก


ปิดท้ายด้วย “Chicken Lollipop” (250 บาท) จานนี้เป็นอาหารอินเดีย - จีน ที่ใช้เวลาทำซอสนานมาก โดดเด่นที่ตัวพริกแห้งนำเข้าจากอินเดีย นอกจากความหอมชวนกิน ยังได้รสชาติเผ็ด ๆ เปรี้ยว ๆ เป็นเอกลักษณ์อีกด้วย กินเพลินเลยล่ะค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้หลาย ๆ คนคงอยากมาลิ้มลองกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ เพราะทุกเมนูน่าสนใจ แถมยังหากินยากทั้งนั้นเลย มากันได้เลยที่ร้าน “Indian Food” ตั้งแต่เวลา 10:30 - 23:00 น. ใครที่ไม่เคยลองกินอาหารอินเดียก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะร้านอาหารอินเดียแห่งนี้ได้ปรับรสชาติมาให้เข้ากับคนไทยสุด ๆ กินง่าย เผลอ ๆ ติดใจอยากกลับมากินซ้ำเชียวล่ะ :)
การเดินทาง
ร้าน “Indian Food” ตั้งอยู่ที่ถนน เพชรเกษม กรุงเทพฯ (ปากซอยวัดประดู่ในทรงธรรม) สามารถมาได้โดยรตยนต์ส่วนตัว หาง่ายสุด ๆ สังเกตทางซ้ายมือร้านติดริมถนนใหญ่เลยค่ะ




ทางร้านตั้งใจที่จะเน้นขายอาหารอินเดียที่คุณภาพดี ในราคาถูก อยากให้ทุกคนที่ชื่นชอบอาหารอินเดียแวะมากินกัน หรือใครที่ไม่เคยกินอาหารอินเดียก็อยากให้ลองเปิดใจดู เพราะอาจจะกลายเป็นจานโปรดไปเลยก็ได้
