
มันกลายเป็นเรื่องชินตาไปเสียแล้ว สำหรับวัฒนธรรมอาหารตะวันออกที่แพร่หลายในเมืองไทย จนบางครั้งมื้ออาหารหลักของเราก็มีอาหารพวกนี้เข้ามาเกี่ยวข้องโดยไม่รู้ตัว แต่จะมีร้านไหนบ้างนะที่คงความเป็นเอกลักษณ์และรสชาติเอาไว้ได้อย่างดี วันนี้เราจึงเกิดไอเดียพาคุณผู้อ่านไปชมร้านอาหารเอเซีย 4 สไตล์ในกรุงเทพดูว่า คำว่า เอกลักษณ์ตามสไตล์เขาเป็นอย่างไรบ้าง ?
Tensho เป็นร้านอาหารปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ภายใต้ concept " ความสนุกที่ได้ เลือก และ ได้ กิน" เนื่องจากทางร้านมีเมนูที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเมนูจำพวกของปิ้งย่าง ที่มีมากกว่า 20 ชนิดให้เลือกสรร มีทั้งหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่น สลัดเพื่อสุขภาพ นอกจากอาหารแล้ว Tensho มีเครื่องดื่มให้เลือกอีกมากมาย ถูกใจนักดื่มแน่นอนค่ะ มีตั้งแต่ดีกรีหนักๆ เช่น เบียร์ ไวน์ สาเก ไปถึงดีกรีเบาๆ ประเภทคอกเทลและโซจูรสผลไม้ การตกแต่งร้านจะเน้นความโปร่ง โล่ง และนั่งสบาย เน้นโทนสีน้ำตาลเข้มและดำเป็นหลัก มีการจัดวางที่นั่งได้ดี มี space ไม่อึดอัดคับแคบ เหมาะกับการนั่งกิน นั่งดื่ม นั่ง chat ในหมู่เพื่อนฝูง นอกจากนี้ยังที่นั่งโซน outdoor ใต้ต้นไม้ใหญ่ ดูร่มรื่น เหมาะสำหรับคนชอบอากาศธรรมชาติ และกลัวผมเหม็น จะมีส่วนครัวเปิด มองให้เห็นเชฟปิ้งย่างแบบ live กันเลยทีเดียว




Tensho สาขาสาทรนี้ จะแตกต่างจาก Tensho สาขา Digital Gateway เพราะสาขานี้จะให้ความสำคัญเรื่องบรรยากาศมากกว่า จะเหมาะสำหรับ hanging out หลังเลิกงานกับเพื่อนร่วมงาน หรือจะมาสังสรรค์กันในหมู่เพื่อนฝูง และถ้าใครชอบเสียงเพลง ในทุกวันพุธและวันศุกร์จะมีดีเจมาเปิดแผ่นเล่นเพลง เพิ่มความสนุกสนานในการกินมากยิ่งขึ้น ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านปิ้งย่าง เมนูแนะนำคงไม่พ้น ไก่ย่าง Yakitori เสริฟมาร้อนๆ หนังย่างมากรอบๆ กลิ่นหอมฉุย เมนูที่มาถึงร้าน Tensho แล้วไม่สั่งก็เหมือนกับมาไม่ถึง ไก่ย่างถ่านหน้าชีสเยิ้มๆชวนน้ำลายสอ ไก่ย่างถ่านหน้าไข่ปลาคอทสีส้มรสมัน ไก่ย่างถ่านหน้าวาซาบิรสเผ็ดร้อน ที่นี่เค้าย่างกันสดๆบนไม้กะลาที่คัดมาอย่างดี รสชาติก็ปรับแต่งให้ถูกปากคนไทยมากยิ่งขึ้น โดยมีเชฟชาวญี่ปุ่นจาก Nippon Kai มาควบคุมดูแลคุณภาพโดยเฉพาะ ส่วนเรื่องราคาเริ่มต้นก็เบาๆ 19 บาท ราคาไม่แพงและสามารถเลือกทานได้หลากหลายเมนูอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเมนูแปลกๆอย่างเช่น ปีกไก่เกี๊ยวซ่า ปีกไก่เลาะกระดูกอย่างดี ยัดไส้เกี๊ยวซ่ารสอร่อยไว้เต็มปีก เป็นเมนูที่ทานง่าย เหมาะเป็นกับแกล้มอย่างดี
ถ้าใครชอบทานพวกข้าวปั้นให้หนักท้อง ต้องลองข้าวปั้นหน้าไก่ย่างหนังกรอบแล้วจะติดใจ และถ้ายังไม่อิ่มท้อง ต้องสั่งเมนูสุกี้หม้อไฟเนื้อออสเตรเลีย ที่ให้เนื้อมาอย่างไม่อั้น เนื้อทั้งหวานทั้งนุ่ม ยิ่งทานพร้อมกับน้ำซุปสุกี้รสชาติจะกลมกล่อมเข้ากันได้ดีมากยิ่งขึ้น หม้อไฟนี้เค้าให้เครื่องเคียงเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเต้าหู้ย่าง ผักสดๆอีกหลายชนิด ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งนั้น และเมนูสุดท้ายที่อยากแนะนำให้ลองเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ทานแล้วไม่อ้วน เมนูนี้คือ สลัดเต้าหู้คินุ ราดน้ำสลัดซีอิ๊วสูตรพิเศษจากทางร้าน เต้าหู้เนื้อแน่น แต่นิ่ม อร่อยมาก โรยหน้ามาด้วยไข่รวน และชีส ทานพร้อมผักสลัดที่สดมากๆ เป็นเมนูที่ทางร้านใส่ใจในสุขภาพของลูกค้าเป็นสำคัญ

นำลายสอ น่าหม่ำมากๆ

ไก่ย่างยากิโทริแบบญี่ปุ่นๆ

ปีกไก่เกี๊ยวซ่าอวบอ้วน

ข้าวปั้นหน้าไก่ย่างหนังกรอบ

เมนูสุขภาพสุกี้หม้่อไฟเนื้อออสเตรเลีย

สลัดเต้าหู้คินนุ น้ำสลัดเป็นแบบญี่ปุ่นอร่อยมาก

All You Can Drink!
ถัดจากอาหารแนะนำแล้ว ถ้าไม่แนะนำเครื่องดื่มก็จะไม่ครบสูตร สำหรับที่ Tensho ต้องสั่ง Lychee Sochu หรือ โซจูคอกเทลลิ้นจี่ สีชมพูหวาน รสชาติเหล้าไม่เข้มข้นมาก ได้รสหวานและกลิ่นหอมอ่อนๆจากลิ้นจี่ เข้ากับเมนูปิ้งย่างเป็นที่สุดค่ะ ยังไม่หมดค่ะ ตอนนี้ทาง Tensho เค้ามีโปรโมชั่น All you can drink มาให้นักดื่มตัวยงดี๊ด๊ากันแล้ว ในราคาเพียง 399 บาทเท่านั้น ดื่มได้ทั้งไวน์ เบียร์ คอกเทล สาเก และโซจูรสผลไม้ต่างๆกันแบบไม่อั้น แต่ถ้าเมาแล้ว ไม่ขับนะ
รายละเอียดของเส้นทางร้าน Tensho Yakitori สาขา สาทร
- อยู่บนถนนนราธิวาส (อยู่ตรงข้าม City Viva) ทางเข้ากับเดียวกับ R&B Karaoke
- เปิด-ปิด 17.00 p.m. - 01.00 p.m.
- โทร 02-675-4447
- Facebook Page: facebook.com/TenshoYakitori
ร้านต่อมาเอาใจคนรักข้าวหน้าเนื้อแบบสุดๆ กับข้าวหน้าเนื้อจากดินแดนแห่งต้นตำหรับชาวอาทิตย์อุทัยที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 กับร้านที่ถ้าใครผ่านไปผ่านมาอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นร้านขนม แต่ปล่าวเลย เราขอมาแก้ไขความเข้าใจผิด เพราะนี่มันร้านข้าวหน้าเนื้อ! แถมเป็นข้าวหน้าเนื้อที่อร่อยสุดๆ ในบรรยากาศที่ชิลล์มากๆ ด้วย

บรรยากาศภายในร้าน ที่เน้นใช้สีขาวผ่อนคลาย

ด้านหน้าร้านมองไกลๆนึกว่าร้านขนม
Chou Nan เป็นร้านอาหารจานด่วนหรือที่เรียกกันติดปากว่า fastfood ก็คงไม่ผิด เพราะเดิมเจ้าของร้านก็ต้องการให้เป็นแบบนั้นแต่ด้วยการตกแต่งร้านที่ออกสไตล์โมเดิร์นหวานแหวว เก๋ไก๋ ดูเป็นคาเฟ่จ๋าขนาดนี้ทำให้ลูกค้าชินกับการสั่งแล้วไปนั่งชิวรอที่โต๊ะมากกว่า ทางร้านจึงเริ่มปรับให้มีบริการเสิร์ฟที่โต๊ะด้วย

Mixed Berry Soda หมัดเด็ดประจำร้าน

ชาเขียวใส่นมสไตล์ลาเต้ รสชาติหวานนุ่มกลมกล่อม

น้ำซอสของสปาเก็ตตี้หอยเม่นจานนี้ อร่อยมากๆ

และ เมนูที่ขาดไม่ได้ของร้าน “ข้าวหน้าเนื้อไข่ออนเซ็น”
มาแนะนำร้านนี้แน่นอนว่าเมนูแรกต้องชิมข้าวหน้าเนื้อกันก่อน โดยเฉพาะ “ข้าวหน้าเนื้อไข่ออนเซ็น” หรือ “Gyudon with Onsen Egg” ที่เป็นทีเด็ดที่สุดของร้าน เป็นเมนูที่ได้ทั้งความสวยงามและรสชาติที่ยอดเยี่ยมมากๆ ข้าวหน้าเนื้อเหนียวนุ่มกำลังดี ราดด้วยไข่ออนเซ็นที่สดใหม่ ได้ความหอมมัน อร่อยติดใจจนต้องสั่งกลับไปต่อที่บ้านเลยครับ
และอย่ารอช้ามาต่อกันอีกเมนู “Neri Uni Spaghetti ” สปาเก็ตตี้ซอสไข่หอยแม่น ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ซอสซึ่งเข้มข้นมากๆ แถมยังนำเข้ามาจากญี่ปุ่นโดยตรงไปคลุกกับเส้นที่เหนียวนิดๆ นุ่มหน่อยๆ กำลังดี ขนาดต้นตำหรับมาลองทานเองยังต้องร้องว่าสุโก้ย
ถ้าอยากทานข้าวหน้าเนื้อในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ แนะนำให้มาที่ร้านโชนันกันได้เลยนะครับ รับรองว่าจะไม่ผิดหวังเลยซักนิด โดยการเดินทางมาที่ร้านง่ายมากเพราะร้านอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ ถ้าขับรถเข้ามาเองก็ตรงเข้าซอยมาได้เลยหาไม่ยาก แต่ถ้าไม่ได้ขับรถมาแนะนำให้ต่อรถรับจ้างเข้ามาจะดีกว่า เพราะถึงแม้จะไม่ลึกถึงขนาดเดินเข้ามาไม่ได้ แต่ในช่วงที่อากาศร้อนแบบนี้รับรองว่ามีเหงื่อตกเหมือนกัน
รายละเอียดและเส้นทางของร้าน Chou Nan
- อยู่ในซอยสุขุมวิท 24 เข้าจากทางพระราม 4 จะสะดวก
- เวลาเปิด- ปิด วันธรรมดา 11.30 - 21.00 น., เสาร์-อาทิตย์ 10.00 - 21.30 น.
- โทร. 02-258-5665
มาต่อร้านที่ 3 กันเลยดีกว่ากับร้านอาหารเกาหลีแท้ๆที่เปิดมายาวนานกว่า 14 ปีแล้วที่โรงแรม ปทุมวัน ปริ๊นเซส สำหรับร้าน “คองจู” มาจากภาษาเกาหลีที่มีความหมายว่า “เจ้าหญิง” ซึ่งตรงกับความหมายของโรงแรมนี้เช่นเดียวกันและหากเป็นแฟนพันธุ์แท้อาหารเกาหลีต้องทราบกันดีว่าร้านนี้เป็นร้านอาหารเกาหลีร้านแรกที่เปิดในโรงแรมหรู ที่นี่มีการปรับปรุงด้านบรรยากาศร้านตลอดเวลาทำให้ก้าวแรกที่เข้ามาคุณจะสัมผัสได้ถึงความทันสมัยและกลิ่นอายเกาหลีแท้ๆ
ด้านเมนูอาหารทุกเมนูจะต้องผ่านการดูแลของมาดาม คิม ฮันนา เชฟท์เกาหลีแท้ๆเสียก่อนจึงมั่นใจได้ในคุณภาพในระดับมาตรฐานเกาหลี เรามาเริ่มที่จานแรกอย่าง บิบัมบับ หรือ ข้าวยำเกาหลีกันก่อน เมนูนี้ถือเป็นหน้าเป็นตาของที่นี่เลยก็ว่าได้ ข้าวยำ 7 สีที่ประกอบด้วยผักและเนื้อต่างๆ มาคลุกเคล้าด้วยกันได้สารอาหารครบถ้วนแถมยังอร่อยมากด้วย ต่อมาคือ “ยำสาหร่ายเกาหลี” ที่ใช้วัตถุดิบจากเกาหลีจริงๆไม่ว่าจะเป็นสาหร่ายหรือพริกเปรี้ยวๆมันๆ กำลังดี
แต่ไฮไลด์หลักของที่นี่คงหนีไม่พ้น เมนูปิ้งย่างที่เพียบพร้อมด้วยวัตถุดิบหลากหลาย ทั้งหมู เนื้อไก่ ปลาแซลม่อน หอยเชลล์ ฯลฯ น้ำจิ้มก็รสชาติดีทีเดียว ร้านนี้ดีทุกอย่างจริงๆ จนได้รับรางวัล” ห้องอาหารเกาหลียอดเยี่ยมของประเทศไทย” 10 ปีซ้อน !! ได้ยินแบบนี้ คงตัดสินใจไม่ยากใช่ไหม ว่าจะไปกินอาหารเกาหลีที่ไหนดี ?

ดูสีความสดของเนื้อเสียก่อน

กิมจิที่ใช้วัตถุดิบแท้ๆจากเกาหลี

ข้าวยำ 7 สี มาลองนับเล่นๆว่ามีสีอะไรบ้าง

บรรยากาศภายในร้านน่านั่งจริงๆ

คุณภาพกะทะที่นี่ดีมากๆเลย
รายละเอียดและเส้นทางของร้าน Kongju
- ชั้น 2 โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
- มื้อกลางวัน 11.30 – 14.30 น. มื้อเย็น 17.30 – 22.30 น.
- โทร 0-2212-3700 ต่อ 20230
ปิดท้ายด้วยร้านอาหารญี่ปุ่นในรูปแบบ A La Carte หรูๆ กันบ้าง ที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งของคลื่นยักษ์ขนาดใหญ่!! เพราะที่นี่เป็นที่ตั้งของ 2 ห้องอาหารญี่ปุ่นสุดเจ๋งอย่าง “Tsu” และ “Nami”
ส่วนที่เราจะพาไปแนะนำในวันนี้คือ Tsu ซึ่งเป็นห้องอาหารสไตล์ญี่ปุ่นฟิวชั่น ในรูปแบบของ A La Carte ครับ เมนูแนะนำของร้านนี้จะว่าไปแล้วก็หลากหลายจนเลือกไม่ถูกจริงๆ แต่ที่ชิมแล้วติดใจจนต้องแนะนำ คือ “Makomo – Oake Creamy Spicy ” Makomo คือพืชชนิดหนึ่งของญี่ปุ่นที่สามารถทานได้ (อร่อยมากด้วย) เมนูนี้คือการนำ Makomo มาย่าง พร้อมกับใส่กุ้งสับลงไปบนหน้าของแต่ละชิ้น ปรุงรสเพิ่มเติมด้วยไข่กุ้งและครีมซอสมายองเนสรสชาติออกเผ็ดๆ เล็กน้อย ต้องลอง ต่อกันด้วย “Crunchy Roll” กุ้งเทมปุระทอดในรูปแบบของข้าวปั้นโรล ข้างในใส่ Spicy ซอสลงไปเพื่อเพิ่มความเผ็ด โรยหน้าข้าวด้วยไข่กุ้งและงาอีกเล็กน้อย เพิ่มสัมผัสเวลาเคี้ยวกรุบกรอบ “Sakura Sashimi” สุดยอดปลาดิบรวมมิตรในจานเดียว ทุกชิ้นคุณภาพไม่ต้องพูดถึงเพราะนำเข้าปลามาจากญี่ปุ่นทุกตัว “Okonomi Sushi” เมนูรวมข้าวปั้นอย่างดี ที่เชฟจะเป็นผู้จัดให้ตามความชอบของลูกค้า ทีเด็ดทุกคำ และมาปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวาน “Tsu Dessert Bento Box” ขนมชื่อดังของร้านนี้ที่มาเป็นแบบกล่อง ข้างในมีทั้ง เมล่อน ราสเบอรี่ โมจิ ถั่วแดง ถั่วดำ และเอาใจคนชอบทานแอลกอฮอลล์เล็กๆ ด้วยเยลลี่สาเกที่นุ่มลิ้นมากๆ

ชุดข้าวปั้นสดๆ ครับ

ไส้กุ้งด้านในรสชาติอร่อยมากๆครับ

ซูชิสดๆพร้อมเสิร์ฟแล้วครับ

บรรยากาศภายในใช้ได้เลยนะครับ

และนี่คือ Okonomi Sushi ที่ถือว่าเป็นทีเด็ดของทางร้าน
รายละเอียด และเส้นทางของร้าน Tsu
- ชั้นใต้ดิน JW Marriott Bangkok ซ.สุขุมวิท 2 ถ.สุขุมวิท จ.กรุงเทพฯ
- เปิด- ปิด 2 ช่วง 11.30 -14.30 น. และ 18.00-22.30 น.
- สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02-656-7700 / 02-656-7707
ร้านที่อยู่ในฉบับนี้











