เมื่อนึกถึงรสชาติอาหารญี่ปุ่นทีไหร่ ก็รู้สึกมีความสุขทุกที ถ้านึกแล้วไม่ได้มาทานนี่ทรมานสุดๆ จนต้องชวนพี่ที่ออฟฟิศมากิน และร้านที่เราได้มากันวันนี้คือร้าน Kinshiro อู้ยย! สวรรค์เป็นใจได้ทั้งความฟิน แถมยังมีคนหารค่าอาหารอีกต่างหาก
ร้าน Kinshiro เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นในสไตล์นางาซากิ เป็นร้านที่มีสาขามาจากญี่ปุ่นด้วยค่ะ ส่วนสาขานี้มีคอนเซปต์แบบ Bar&Restaurant มีห้องส่วนตัว มีที่นั่งแบบเอาท์ดอร์ และที่สำคัญยังมีที่นั่งแบบบาร์เรียกว่าเกาะขอบ ดูเชฟที่กำลังทำอาหารให้ทานได้อีกด้วย แถมที่ร้านยังเปิดเพลง Jazz คลอเบาๆ ให้เราได้ฟังสบายๆ กันอีกด้วย


MENU
หลังจากที่ยืนติดขอบกระจกครัวดูเชฟกำลังทำอาหารอยู่นั้น ก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที รีบสั่งเมนูเรียกน้ำย่อยมาลองท้องก่อนเลยแล้วกัน! จานแรกคือ “ยำเนื้อสไลซ์ทาทากิ” (98 บาท) ทางร้านใช้เนื้อไทยเฟรนซ์ นำไปย่างให้สีสวย แล้วคลุกเคล้ากับซอสพอนสึ นึกแล้วรสชาติยังติดอยู่ในปาก



เมนูเรียกน้ำย่อยที่นี่มีเยอะมากค่ะ แต่ทางร้านช่วยแนะนำเมนูที่ลูกค้านิยมสั่งมาเสิร์ฟให้กับเรา ไม่ว่าจะเป็น “ไข่ปลาคอตย่าง” (180 บาท), สลัดมันฝรั่งเมนไทโกะ (98 บาท), กระเจี๊ยบเขียวสไลซ์ใส่ถั่วเน่า (80 บาท), ถั่วแระญี่ปุ่น (70 บาท), สาหร่ายสไตล์จีน (69 บาท) และ ผักโขมราดน้ำซอสถั่วเหลือง (60 บาท)

อย่าเพิ่งวางตะเกียบเป็นอันขาด ต่อด้วย “ซาชิมิ 3 อย่าง” (380 บาท) เชฟมาเสิร์ฟเองกับมือ พิเศษตรงที่ในนี้มีเนื้อปลา 5 อย่าง ปลาซูซูกิ (ปลากะพง), ปลาแซลมอน, โฮตาเตะ (หอยเชลล์), อะมาอิบิ (กุ้งหวาน) และอิกุระ (ไข่ปลาแซลมอน) เชฟแล่มาชิ้นหนาเต็มคำ ความสดของเนื้อปลาแบบว่าเด้งสู้ลิ้นมากๆ ค่ะ


ไม่ทันได้วางตะเกียบจานนี้ก็มา “เรนโบว์โรลล์” (350 บาท) ตะลึงไปสามวิ เพราะชิ้นบิ๊กเบิ้มมากๆ แถมสีของเนื้อปลายังไล่สีมาสวยเหมือนกับสายรุ้ง มาทั้งปลาแซลมอน ปลามากุโระ และปลาซูซูกิ ตอนกินนี่อ้าปากกว้างมากค่ะ กว่าจะกินได้แต่ละคำ จานนี้ถ้าอยากฟินก็ไม่ต้องห่วงสวย กินแบบทั้งชิ้นถึงจะพีคขั้นสุด เพราะสัมผัสได้ถึงความหวานของไข่หวาน แซลมอนสดๆ และข้าวญี่ปุ่นที่ปรุงรส และมีความกรอบของแตงกวาญี่ปุ่น บอกเลยว่าชิ้นเดียวไม่พอ!

จานนี้ที่ทุกคนขนานนาม “ผักคอสย่างราดด้วยแอนโชวี่กับมิโซะ” (200 บาท) ถึงแม้หน้าตาจานนี้จะธรรมดา แต่รสชาติที่ซ่อนอยู่นั้นมันไม่ธรรมดาเลยค่ะ คำแรกที่กัดได้ความกรอบของผักคอส ถึงแม้ว่าจะเอาไปย่างแต่ความสดและความกรอบของผักคอสก็ยังคงอยู่ แปลกจริงๆ แถมยังได้ความหอมของแอนโชวี่และมิโซะมากยิ่งขึ้นด้วย เรียกว่าเพลินมากๆ สำหรับใครที่ไม่ชอบผัก ถ้าได้ลองทานเมนูนี้แล้วความคิดเปลี่ยนทันที


ยังเคี้ยวไม่ทันหมด “สเต๊กเนื้อสันนอกวากิว” (2,480 บาท) ก็มาเสิร์ฟ เนื้อชิ้นนี้ขนาด 150 กรัม ทางร้านใช้เนื้อวากิว A4 ที่มีชื่อเสียงมากจากจังหวัดนางาซากิ เป็นส่วนเนื้อสันนอก ย่างให้สุกกำลังพอดี เห็นสีเนื้อนั้นมันช่างเร้าใจให้รีบหยิบเข้าปาก คำแรกก็สัมผัสได้ถึงความฉ่ำที่แตกทั่วปาก สมกับเป็นเนื้อวากิว A4 จริงๆ



ถ้าอยากซดน้ำซุปร้อนๆ ของก๋วยเตี๋ยวขึ้นชื่อของจังหวัดนางาซากิล่ะก็ แนะนำให้สั่ง “จัมปง” (230 บาท) เป็นบะหมี่น้ำสูตรดั้งเดิมที่คนจีนนำวัตถุดิบของอาหารญี่ปุ่นมาปรุงรส และเน้นการใส่วัตถุดิบเข้าไปเยอะๆ แล้วนำไปผัดให้สุกก่อน ซึ่งทางร้านใส่วัตถุดิบทั้งหมด 13 ชนิด อย่างกะหล่ำปลี, ถั่วงอก, หอมหัวใหญ่, แครอท, ถั่วลันเตา, ลูกชิ้นปลา 2 สี, นารุโตะ, ชิกุวา, หมู, กุ้ง, หมึก และเห็ดหูหนู มาพร้อมน้ำซุปกระดูกหมู และเส้นเฉพาะที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น

ยังมีอีกแบบให้ลอง “ซาระอุด้ง” (230 บาท ) เรียกให้เข้าใจง่ายๆ คือ ซาระอุด้งราดหน้าหมี่กรอบ จานนี่ก็ใหญ่ไม่เบาเหมือนกันค่ะ 1 จาน ทานได้หลายคนมากๆ เมนูนี้ทางร้านจะนำเส้นไปทอดให้กรอบๆ เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปข้นๆ ที่มีวัตถุดิบที่ใส่ลงในน้ำซุปถึง 13 อย่างเช่นกัน



การเดินทาง
แวะมาฟินกับอาหารญี่ปุ่นในสไตล์นางาซากิ ได้ที่ร้าน Kinshiro อยู่ชั้น 3 ในโครงการ Rain hill สุขุมวิท 47 ค่ะ





