รสสัมผัสเหมือนรักแรกพบ!! เคลิ้มในรสอาหารญี่ปุ่นสไตล์นางาซากิ @Kinshiro
  1. รสสัมผัสเหมือนรักแรกพบ!! เคลิ้มในรสอาหารญี่ปุ่นสไตล์นางาซากิ @Kinshiro

รสสัมผัสเหมือนรักแรกพบ!! เคลิ้มในรสอาหารญี่ปุ่นสไตล์นางาซากิ @Kinshiro

ฟินยิ่งกว่าได้ขึ้นสวรรค์!! กับเหล่าอาหารญี่ปุ่นสไตล์นางาซากิ ทั้งชาชิมิ ซูชิโรลล์ และเนื้อวากิว A4 ที่ร้าน Kinshiro
writerProfile
7 ธ.ค. 2016 · โดย
Ad ·
สนับสนุนโดย Kinshiro
(รายละเอียดเพิ่มเติม)



เมื่อนึกถึงรสชาติอาหารญี่ปุ่นทีไหร่ ก็รู้สึกมีความสุขทุกที ถ้านึกแล้วไม่ได้มาทานนี่ทรมานสุดๆ จนต้องชวนพี่ที่ออฟฟิศมากิน และร้านที่เราได้มากันวันนี้คือร้าน Kinshiro อู้ยย! สวรรค์เป็นใจได้ทั้งความฟิน แถมยังมีคนหารค่าอาหารอีกต่างหาก

ร้าน Kinshiro เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นในสไตล์นางาซากิ เป็นร้านที่มีสาขามาจากญี่ปุ่นด้วยค่ะ ส่วนสาขานี้มีคอนเซปต์แบบ Bar&Restaurant มีห้องส่วนตัว มีที่นั่งแบบเอาท์ดอร์ และที่สำคัญยังมีที่นั่งแบบบาร์เรียกว่าเกาะขอบ ดูเชฟที่กำลังทำอาหารให้ทานได้อีกด้วย แถมที่ร้านยังเปิดเพลง Jazz คลอเบาๆ ให้เราได้ฟังสบายๆ กันอีกด้วย

บรรยากาศร้าน Kinshiro
บรรยากาศร้าน Kinshiro
อย่างที่บอกไปว่าร้าน Kinshiro เน้นอาหารญี่ปุ่นในสไตล์นางาซากิ ที่ร้านจึงตกแต่งผนังด้วยภาพโปสเตอร์เรื่องราวเกี่ยวกับจังหวัดนางาซากิเต็มไปหมดเลยค่ะ และทีมเชฟของที่ร้านก็เป็นเชฟญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี เรียกว่าได้ลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับแน่นอนค่ะ



MENU

หลังจากที่ยืนติดขอบกระจกครัวดูเชฟกำลังทำอาหารอยู่นั้น ก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที รีบสั่งเมนูเรียกน้ำย่อยมาลองท้องก่อนเลยแล้วกัน! จานแรกคือ “ยำเนื้อสไลซ์ทาทากิ” (98 บาท) ทางร้านใช้เนื้อไทยเฟรนซ์ นำไปย่างให้สีสวย แล้วคลุกเคล้ากับซอสพอนสึ นึกแล้วรสชาติยังติดอยู่ในปาก

เมนู ยำเนื้อสไลซ์ทาทากิ ร้าน Kinshiro
เมนู อกเป็ดราดซอส ร้าน Kinshiro
ต่อด้วย “อกเป็ดราดซอส” (98 บาท) มาในสไตล์ญี่ปุ่น เวลาทานต้องจิ้มกับมัสตาร์ดและหัวหอม เนื้อเป็ดของทางร้านนุ่มชุ่มฉ่ำ ไม่แข็งกระด้างด้วยค่ะ
เมนู เต้าหู้งาสไตล์เกียวโต ร้าน Kinshiro
ยังมีเมนู “เต้าหู้งาสไตล์เกียวโต” (90 บาท) ที่ทางร้านทำเต้าหู้ขึ้นเอง สัมผัสได้ถึงความหนึบเด้ง ได้รสชาติของเต้าหู้งาฟุ้งทั่วปาก ได้เทกซ์เจอร์ของงาบดนิดๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำซุปเย็น


เมนูเรียกน้ำย่อยที่นี่มีเยอะมากค่ะ แต่ทางร้านช่วยแนะนำเมนูที่ลูกค้านิยมสั่งมาเสิร์ฟให้กับเรา ไม่ว่าจะเป็น “ไข่ปลาคอตย่าง” (180 บาท), สลัดมันฝรั่งเมนไทโกะ (98 บาท), กระเจี๊ยบเขียวสไลซ์ใส่ถั่วเน่า (80 บาท), ถั่วแระญี่ปุ่น (70 บาท), สาหร่ายสไตล์จีน (69 บาท) และ ผักโขมราดน้ำซอสถั่วเหลือง (60 บาท)

เมนูเรียกน้ำย่อย ร้าน Kinshiro


อย่าเพิ่งวางตะเกียบเป็นอันขาด ต่อด้วย “ซาชิมิ 3 อย่าง” (380 บาท) เชฟมาเสิร์ฟเองกับมือ พิเศษตรงที่ในนี้มีเนื้อปลา 5 อย่าง ปลาซูซูกิ (ปลากะพง), ปลาแซลมอน, โฮตาเตะ (หอยเชลล์), อะมาอิบิ (กุ้งหวาน) และอิกุระ (ไข่ปลาแซลมอน) เชฟแล่มาชิ้นหนาเต็มคำ ความสดของเนื้อปลาแบบว่าเด้งสู้ลิ้นมากๆ ค่ะ 

เมนู Sashimi ร้าน Kinshiro
เมนู Sashimi ร้าน Kinshiro


ไม่ทันได้วางตะเกียบจานนี้ก็มา “เรนโบว์โรลล์” (350 บาท) ตะลึงไปสามวิ เพราะชิ้นบิ๊กเบิ้มมากๆ แถมสีของเนื้อปลายังไล่สีมาสวยเหมือนกับสายรุ้ง มาทั้งปลาแซลมอน ปลามากุโระ และปลาซูซูกิ ตอนกินนี่อ้าปากกว้างมากค่ะ กว่าจะกินได้แต่ละคำ จานนี้ถ้าอยากฟินก็ไม่ต้องห่วงสวย กินแบบทั้งชิ้นถึงจะพีคขั้นสุด เพราะสัมผัสได้ถึงความหวานของไข่หวาน แซลมอนสดๆ และข้าวญี่ปุ่นที่ปรุงรส และมีความกรอบของแตงกวาญี่ปุ่น บอกเลยว่าชิ้นเดียวไม่พอ!

เมนู เรนโบว์โรลล์ ร้าน Kinshiro


จานนี้ที่ทุกคนขนานนาม “ผักคอสย่างราดด้วยแอนโชวี่กับมิโซะ” (200 บาท) ถึงแม้หน้าตาจานนี้จะธรรมดา แต่รสชาติที่ซ่อนอยู่นั้นมันไม่ธรรมดาเลยค่ะ คำแรกที่กัดได้ความกรอบของผักคอส ถึงแม้ว่าจะเอาไปย่างแต่ความสดและความกรอบของผักคอสก็ยังคงอยู่ แปลกจริงๆ แถมยังได้ความหอมของแอนโชวี่และมิโซะมากยิ่งขึ้นด้วย เรียกว่าเพลินมากๆ สำหรับใครที่ไม่ชอบผัก ถ้าได้ลองทานเมนูนี้แล้วความคิดเปลี่ยนทันที

เมนู ผักคอสย่างราดด้วยแอนโชวี่กับมิโซะ ร้าน Kinshiro
เมนู ผักคอสย่างราดด้วยแอนโชวี่กับมิโซะ ร้าน Kinshiro


ยังเคี้ยวไม่ทันหมด “สเต๊กเนื้อสันนอกวากิว” (2,480 บาท) ก็มาเสิร์ฟ เนื้อชิ้นนี้ขนาด 150 กรัม ทางร้านใช้เนื้อวากิว A4 ที่มีชื่อเสียงมากจากจังหวัดนางาซากิ เป็นส่วนเนื้อสันนอก ย่างให้สุกกำลังพอดี เห็นสีเนื้อนั้นมันช่างเร้าใจให้รีบหยิบเข้าปาก คำแรกก็สัมผัสได้ถึงความฉ่ำที่แตกทั่วปาก สมกับเป็นเนื้อวากิว A4 จริงๆ 

เมนู สเต๊กเนื้อสันนอกวากิว ร้าน Kinshiro
เมนู สเต๊กเนื้อสันนอกวากิว ร้าน Kinshiro
เมนู สเต๊กเนื้อสันนอกวากิว ร้าน Kinshiro
ถ้าอยากทานแบบได้รสชาติเนื้อวากิวแบบดั้งเดิมก็ให้จิ้มกับเกลือ เพราะเกลือจะช่วยดึงรสชาติของเนื้อออกมาให้เราได้ลิ้มรสเนื้ออย่างถึงแก่นมากยิ่งขึ้น หรือจะลองจิ้มกับซอสญี่ปุ่น ผสมด้วยกระเทียม หัวหอม และแอปเปิ้ลให้ได้ความหวานตัดกับรสเข้มของซอส ก็ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อวากิวไปอีกแบบค่ะ


ถ้าอยากซดน้ำซุปร้อนๆ ของก๋วยเตี๋ยวขึ้นชื่อของจังหวัดนางาซากิล่ะก็ แนะนำให้สั่ง “จัมปง” (230 บาท) เป็นบะหมี่น้ำสูตรดั้งเดิมที่คนจีนนำวัตถุดิบของอาหารญี่ปุ่นมาปรุงรส และเน้นการใส่วัตถุดิบเข้าไปเยอะๆ แล้วนำไปผัดให้สุกก่อน ซึ่งทางร้านใส่วัตถุดิบทั้งหมด 13 ชนิด อย่างกะหล่ำปลี, ถั่วงอก, หอมหัวใหญ่, แครอท, ถั่วลันเตา, ลูกชิ้นปลา 2 สี, นารุโตะ, ชิกุวา, หมู, กุ้ง, หมึก และเห็ดหูหนู มาพร้อมน้ำซุปกระดูกหมู และเส้นเฉพาะที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น

เมนู จัมปง ร้าน Kinshiro
จานนี้ไซส์บิ๊กมากค่ะ ทานได้ถึง 4 คน รสชาติน้ำซุปกลมกล่อมแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย ได้ซดน้ำซุปร้อนๆ แล้วกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที


ยังมีอีกแบบให้ลอง “ซาระอุด้ง” (230 บาท ) เรียกให้เข้าใจง่ายๆ คือ ซาระอุด้งราดหน้าหมี่กรอบ จานนี่ก็ใหญ่ไม่เบาเหมือนกันค่ะ 1 จาน ทานได้หลายคนมากๆ เมนูนี้ทางร้านจะนำเส้นไปทอดให้กรอบๆ เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปข้นๆ ที่มีวัตถุดิบที่ใส่ลงในน้ำซุปถึง 13 อย่างเช่นกัน

เมนู ซาระอุด้ง ร้าน Kinshiro
“ซาระอุด้ง” (230 บาท ) 
เมนู จัมปง ร้าน Kinshiro
“จัมปง” (230 บาท) 
เมนู ขนมเค้กคาสเตล่า ร้าน Kinshiro
ตบท้ายด้วยของหวานเบาๆ สักจาน “ขนมเค้กคาสเตล่า” (120 บาท) เป็นขนมที่มีประวัติยาวนานถึง 300 ปี และมีชื่อเสียงของจังหวัดนางาซากิ ตัวขนมเค้กทำมาจากแป้ง น้ำผึ้ง และไข่ เนื้อเค้กนุ่มและเบา มาพร้อมไอศกรีมและผลไม้สด ตัดรสชาติกันได้ลงตัวดีจริงๆ


การเดินทาง

แวะมาฟินกับอาหารญี่ปุ่นในสไตล์นางาซากิ ได้ที่ร้าน Kinshiro อยู่ชั้น 3 ในโครงการ Rain hill สุขุมวิท 47 ค่ะ

เมนูห้ามพลาด

สเต๊กเนื้อสันนอกวากิว, เรนโบว์โรลล์, ผักคอสย่างราดด้วยแอนโชวี่กับมิโซะ

แผนที่

Rain Hill Building Sukhumwit 47
static-map

การติดต่อ