[รีวิว] Kisara ห้องอาหารญี่ปุ่น ยืนหนึ่งเนื้อวากิวฮิดะ A5 นุ่มละลาย
  1. [รีวิว] Kisara ห้องอาหารญี่ปุ่น ยืนหนึ่งเนื้อวากิวฮิดะ A5 นุ่มละลาย

[รีวิว] Kisara ห้องอาหารญี่ปุ่น ยืนหนึ่งเนื้อวากิวฮิดะ A5 นุ่มละลาย

ห้องอาหารญี่ปุ่นโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ “Kisara” สายเนื้อห้ามพลาด เนื้อวากิวฮิดะ A5 ย่างหอม ๆ บนใบโฮบะนำเข้าพร้อมซอสมิโสะสูตรพิเศษ นุ่มนิ่มฟินละลาย
[Ad] • 17 ก.ค. 2019 · โดย
Video at https://www.facebook.com/Wongnai/videos/1628682480595831/

#วงในบอกมา

  • ห้องอาหารญี่ปุ่นในโรงแรม นำทีมโดยเชฟเคนจิ ชินโด ผู้มากประสบการณ์จากญี่ปุ่น
  • กินสนุกกับอาหารญี่ปุ่นแบบ Interactive Cuisine ครบรสทุกประสาทสัมผัส
  • ฟินกับเนื้อวากิวฮิดะ A5 ระดับโลกในเมนู “Kuroge Wagyu Hidagyu Houbayaki”
เมนูอาหาร ร้าน "Kisara"
อิ่มกับทุกสัมผัสผ่านอาหารญี่ปุ่นแบบ Interactive Cuisine

จะบอกว่าวันนี้ตื่นเต้นมาก เพราะวันนี้เรากำลังอยู่ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ เพื่อที่จะมากินอาหารญี่ปุ่นมื้อที่พิเศษสุด ๆ มื้อหนึ่ง ที่ห้องอาหารญี่ปุ่น “Kisara” มันตื่นเต้นตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในตัวโรงแรมแล้วล่ะ เพราะว่าบรรยากาศภายในโรงแรมนั้นต้องบอกว่าโอ่อ่าสุด ๆ ยิ่งพอได้ขึ้นไปที่ห้องอาหาร ก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความไม่ธรรมดาของห้องอาหารญี่ปุ่นโรงแรมคอนราดแห่งนี้

ต้องบอกว่าร้านอาหารญี่ปุ่น “Kisara” นี้ ตกแต่งได้สวยงามสมเป็นห้องอาหารญี่ปุ่นในโรงแรมระดับห้าดาวจริง ๆ คือมันมีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ผสมเข้ากับความโมเดิร์นทำให้ดูไม่เชยแถมยังให้ความรู้สึกหรูหราดูดี ตรงกลางร้านจะมีเตาเทปปันยากิมีที่นั่งล้อมรอบ ด้านซ้ายจะเป็นที่นั่งโซนซูชิบาร์ ด้านในมีห้องส่วนตัว 4 ห้อง เหมาะสำหรับการคุยธุรกิจมาก ๆ

บรรยากาศร้าน "Kisara"
บรรยากาศดี ภายในร้านโปร่งโล่งสบาย
บรรยากาศร้าน "Kisara"
เคาน์เตอร์เทปปันยากิ

สำหรับอาหารญี่ปุ่นของที่นี่ เลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบที่ดีที่สุดเท่านั้น ผสมผสานรสชาติแบบดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัยด้วยแนวคิด Interactive Cuisine ที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านอาหาร ซึ่งห้องอาหารนี้นำทีมโดยเชฟเคนจิ ชินโด ผู้ที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย ถ้าใครได้เจออาจจะรู้สึกคุ้น ๆ หน้า เพราะเชฟแกเป็นหนึ่งในกรรมการตัดสินรายการทำอาหารชื่อดัง ใช่ไหมครับคุณชาคริต!

มาถึงเมนูอาหารกันบ้าง สำหรับจานแรกในมื้อนี้นั่นก็คือ “Buri Seiromushi” (820++ บาท) เป็นเนื้อปลาฮามาจิและผัก นึ่งในกล่องไม้ไผ่กลิ่นหอม ซึ่งเป็นการปรุงอาหารแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม โดยที่ทางร้านจะเสิร์ฟ และมาปรุงให้ถึงโต๊ะ เริ่มต้นกันตั้งแต่เนื้อปลายังดิบ ๆ จนเนื้อปลาเริ่มกึ่งสุกกึ่งดิบ กินคู่กับน้ำจิ้มพอนซึรสเปรี้ยว และน้ำจิ้มงาขาวรสมันละมุน บอกเลยว่าแค่คำแรกก็หลับตาพริ้มแล้ว

เมนู "Buri Seiromushi" ของร้าน "Kisara"
ขณะที่รอปลาสุกจะได้กลิ่นหอม ๆ จากกล่องไม้ไผ่
เมนู "Buri Seiromushi" ของร้าน "Kisara"
ปลาฮามาจิสุก ดีงามไม่แพ้ซาชิมิเลย

ส่วนเมนูที่สอง ก็ยังยกเตามาทำกันถึงโต๊ะกับ “King Salmon Ishikarifuu Kaminabe” (880++ บาท) ซึ่งเป็นหม้อไฟกระดาษญี่ปุ่น เราก็กลัวว่าไฟที่เขาจุดจะไหม้กระดาษไหม แต่ปรากฎว่าไม่ไหม้จ้า เพราะว่ามีน้ำซุปมิโสะรสกลมกล่อมอยู่มันเลยไม่ไหม้ วิธีกินคือเราจะต้องนำเนื้อปลาแซลมอนนำเข้าจากนิวซีแลนด์นี้ ไปแกว่งในน้ำซุปให้มันกึ่งสุกกึ่งดิบ เพื่อให้ได้รสสัมผัสนุ่มนิ่ม และรสหวานของปลาแซลมอนติดอยู่ที่ปลายลิ้น

เมนู "King Salmon Ishikarifuu Kaminabe" ของร้าน "Kisara"
แกว่งเนื้อปลาแซลมอนลงในซุปให้สุกนิด ๆ

ในส่วนของเมนูข้าวกันบ้างอย่าง “Dragon Roll” (430++ บาท) ซูชิโรลล์ไส้ปลาไหลและแตงกวา ห่อด้วยอโวคาโดรสมัน วางเรียงเป็นรูปมังกร ก่อนจะราดซอสเทริยากิสูตรเฉพาะของทางร้าน และอีกหนึ่งเมนู “Kaisen Kamameshi” (1,000++ บาท) หรือข้าวอบญี่ปุ่น ที่มาอบส่งกลิ่นหอมกันถึงโต๊ะเช่นเคย ข้าวญี่ปุ่นปรุงรสด้วยน้ำซุปดาชิ โปะหน้าด้วยกุ้ง หอยเชลล์ ปลาหิมะ ปลาแซลมอน และไข่ปลาฟิน ๆ กันไป

เมนู "Dragon Roll' ของร้าน "Kisara"
ใครชอบอโวคาโดต้องจานนี้เลย
เมนู "Kaisen Kamameshi" ของร้าน "Kisara"
จะตักแยกหรือจะคลุกรวมกัน เลือกได้ตามใจชอบ

และแล้วก็ถึงเวลาของเมนูไฮไลต์นั่นก็คือ “Kuroge Wagyu Hidagyu Houbayaki” (2,500++ บาท) เนื้อวากิวฮิดะ A5 ซึ่งนับว่าเป็นเนื้อวัวที่มีราคาสูงที่สุดในโลก สไลซ์มาพอดีคำให้มาย่างกันถึงโต๊ะ บนใบโฮบะนำเข้า พร้อมมิโสะรสหวานเค็มเผ็ดปลายกลมกล่อม ซึ่งเป็นวิธีการกินเนื้อแบบดั้งเดิมของจังหวัดกิฟุ หากินยากมาก ๆ ซึ่งแค่ตัวเนื้อก็พาขึ้นสวรรค์ได้ด้วยความหอมละมุนหวานในตัว มาแล้วต้องโดนจริง ๆ จานนี้

เมนู "Kuroge Wagyu Hidagyu Houbayaki" ของร้าน "Kisara"
ทางร้านได้รับการรับรองคุณภาพเนื้อจากสมาคมเนื้อวากิวฮิดะ ประเทศญี่ปุ่น
เมนู "Kuroge Wagyu Hidagyu Houbayaki" ของร้าน "Kisara"
วิธีกินคือนำเนื้อย่างบนซอสมิโสะสูตรของทางร้าน
เมนู "Kuroge Wagyu Hidagyu Houbayaki" ของร้าน "Kisara"
รับรองว่าฟินแน่นอน

ปิดท้ายกับอีกหนึ่งไฮไลต์ของห้องอาหาร “Kisara” กับเมนูเทปปันยากิโดยเชฟมาซามิ ซึ่งเป็นเชฟเทปปันยากิหญิงจากประเทศญี่ปุ่นคนเดียวในประเทศไทย เมนูที่ได้ลองวันนี้เป็น “US Black Angus Beef Ribeye” (1,640++ บาท) เนื้อนำเข้าจากรัฐไอโอวา สหรัฐอเมริกา เนื้อหวานนุ่มตามโปรไฟล์ สำหรับใครอยากมากินฝีมือเชฟมาซามิละก็ แนะนำให้โทรเช็กกับทางห้องอาหาร เพื่อสำรองที่นั่งนะจ๊ะ 

เมนู "US Black Angus Beef Ribeye" ของร้าน "Kisara"
เนื้อวัวแองกัสนำเข้าจากรัฐไอโอวา สหรัฐอเมริกา

ข่าวดีคือความพรีเมียมทั้งหมดที่กล่าวมานี้ มีโปรโมชั่นจ้า เริ่มต้นมื้อเที่ยงวันธรรมดากับ “Konnichiwa All You Can Eat” (1,740++ บาท/คน) กินไม่อั้นกับซูชิปั้นสดคำต่อคำ และเซตอาหารกลางวันเริ่มต้นที่ 560++ บาท ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ยังมี “Family Set Menu” (1,850 บาท) เซตเดียวอิ่มจุกแบบพรีเมียมได้ถึง 2 คน และส่วนลดสูงสุด 20% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

นอกจากนี้ที่ห้องอาหาร "Kisara" ยังรับจัดเลี้ยงภายในห้องอาหาร โดยรองรับแขกสูงสุดได้ถึง 120 คน หรือใครที่อยากจะใช้ห้องส่วนตัว ก็สามารถโทรเข้ามาจองกับทางห้องอาหารก่อนได้ ส่วนช่วงเทศกาลทางร้านแนะนำให้จองโต๊ะล่วงหน้าด้วยนะจ๊ะ ใครที่ชอบอาหารญี่ปุ่น อยากลองวัตถุดิบระดับเทพ บอกเลยว่าร้านอาหารญี่ปุ่นวิทยุแห่งนี้ ควรจดไว้อยู่ในลิสต์ที่ต้องมาโดนจริง ๆ กับ “Kisara” โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ

การเดินทาง

ใครที่มาทางรถไฟฟ้า BTS ให้ลงสถานีเพลินจิต แล้วนั่ง Shuttle Bus ของโรมแรม ซึ่งขึ้นได้ฟรีทุก ๆ 15 นาที ที่หน้าตึกมหาทุน ตั้งแต่ 06.00 - 21.00 น. หรือหากใครขับรถมา สามารถมาได้ทั้งทางถนนพระราม 1 และถนนพระราม 4 สามารถประทับตราจอดรถได้ฟรี ห้องอาหารญี่ปุ่น ถนน วิทยุ “Kisara” อยู่ชั้น 3 สามารถกดลิฟต์ขึ้นมาได้เลยจ้า

เมนูห้ามพลาด

Kuroge Wagyu Hidagyu Houbayaki, King Salmon Ishikarifuu Kaminabe, US Black Angus Beef Ribeye

แผนที่

ชั้น 3โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ
map