หากใครที่เคยติดใจกับรสชาติของลูกชิ้นปลากระโดดได้ของร้านลิ้มเหล่าโหงว ไม่สาขาใดก็สาขาหนึ่ง คงจะต้องถูกใจตามๆ กัน เพราะตอนนี้ทายาทรุ่นที่สามของร้าน ได้นำสูตรลูกชิ้นปลาประจำตระกูลมาต่อยอดธุรกิจ จนกลายเป็นร้านลิ้มเหล่าโหงว บิสโทร ร้านก๋วยเตี๋ยวมีสไตล์กลางห้างสยามสแควร์วัน ชั้นห้า



โดยร้านถูกเนรมิตเป็นสไตล์โมเดิร์นคอมเทมโพลารี่ ที่ตกแต่งคุมโทนสีดำ และเฟอร์นิเจอร์สีไม้ ปูนเปลือย แต่แฝงด้วยความเนียบ และรายละเอียดปีกย่อย อย่างเช่นการเลือกใช้เก้าอี้ หรือสีส้มของหลอดไฟทั่วร้าน ที่ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น น่านั่ง เข้ากับคำว่า "บิสโทร" เป็นอย่างดี


นอกจากทางร้านจะยังคงเอาใจใส่ในการคัดสรรวัตถุดิบ เพื่อให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะแล้ว ยังได้นำสูตรออริจินอลรุ่นเก๋ามาพัฒนาต่อยอดให้ไม่เก่า จนกลายเป็นเมนูใหม่ๆ สุดพรีเมี่ยม ไว้เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าอีกด้วย
รวมเด็ดเมนูบะหมี่ เอาใจคนรักเส้นโดยเฉพาะ


เริ่มต้นด้วยเมนู บะหมี่แห้งเหยาะซอสเปรี้ยวสูตรพิเศษ (79 บาท) ซึ่งประกอบไปด้วยบะหมี่เส้นบางมาก เหนียวนุ่ม ไม่แข็งจนเกินไป เพราะใช้เส้นบะหมี่สูตรต้นตำรับจากฮ่องกง ลวกด้วยเชฟมากประสบการณ์ มาพร้อมลูกชิ้นปลาเนื้อแน่นที่สืบทอดกันมากว่า 80 ปี โด่งดังจากปากต่อปาก การันตีโดยผู้กินนับไม่ถ้วน ที่ทำจากเนื้อปลาที่มีคุณภาพแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีผสมแป้ง ปลอดสารปนเปื้อนหนึ่งในจุดแข็งของทางร้าน เหยาะด้วยซอสเปรี้ยวเพิ่มรสชาติ ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติดั้งเดิมมากที่สุด



ต่อด้วย บะหมี่ซิกเนเจอร์แห้งแซลมอนไข่กุ้ง (185 บาท) หนึ่งในเมนูที่ถูกต่อยอดจากเมนูสลัดราดน้ำบัลซามิกแบบตะวันตก สู่การพัฒนาบะหมี่แห้งออริจินอลที่ต้องใส่จิกโฉ่ ซึ่งเป็นบัลซามิกแบบตะวันออกเช่นกัน โดยทางร้านได้เพิ่มเนื้อปลาแซลมอนชิ้นโตทอดโดยน้ำมันรำข้าว โรยหน้าด้วยไข่กุ้งที่ให้เยอะชนิดไม่ห่วงของ



ส่วนใครที่เป็นสาวกซีฟู้ด ไม่ควรพลาดเมนู เย็นตาโฟซีฟู้ดปาร์ตี้ (145 บาท) เป็นอย่างยิ่ง เพราะด้วยเมนูนี้ทางร้านได้ขนเอาวัตถุดิบจากทะเลมาจอยกันอย่างคับคั่ง อาทิ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้งสด หอยเชลล์ เต้าหู้ทอด ปลาหมึกกรอบ และลูกชิ้นปลาทะเลสูตรเด็ดประจำร้าน ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชนิดไม่ลังเลที่จะตักน้ำซุปมาลองชิม และก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลยแม้แต่น้อย เพราะรสชาติหวานน้ำซุป ตักกินกับเครื่องซีฟู้ด และบะหมี่เส้นแบน บาง อร่อยจนไม่ต้องปรุงอะไรเลย


หรือจะเลือกสั่งเป็น ต้มยำเล่นไข่แห้ง (85 บาท) เส้นบะหมี่ซิกเนเจอร์ประจำร้าน มีน้ำต้มยำขลุกขลิก ลูกชิ้นปลา และกุ้ง พร้อมเครื่องปรุงแยกเป็นสัดส่วน ที่สำคัญมีไข่ออนเซ็นมาให้สองฟอง พนักงานแอบกระซิบว่า ต้องใช้ตะเกียบคนไข่กับเครื่องให้ทั่วทั้งชาม ได้ความรู้สึกคล้ายกำลังคนจาจังเมียนอยู่ เกาหลีสุดๆ ด้านของรสชาตินั้นจะได้ความหอมมันจากไข่แดงผสมผสานกับความหวาน เปรี้ยว เผ็ด ของน้ำต้มยำ ครบรส ถึงใจ
เมนูข้าว และเมนูเบาๆ กินพอหอมปากหอมคอ



แต่ใครที่อยากกินข้าว แต่เพื่อนๆ ส่วนใหญ่อยากกินก๋วยเตี๋ยว ก็ไม่ต้องน้อยใจ เพราะทางร้านมีเมนู พะแนงหมูสูตรโบราณ (115 บาท) ที่ใช้เลือกใช้หมูส่วนพิเศษ ทำให้นุ่ม ละมุนลิ้น ส่วนน้ำพะแนงรสชาติออกหวาน มัน เข้มข้นจากเครื่องปรุงสูตรพิเศษประจำร้าน กินกับข้าวสวยร้อนๆ และไข่เค็ม อร่อยจนต้องสั่งเพิ่ม


หรือจะสั่ง ยำสลัดหมูยอ CNX (100 บาท) กินเบาๆ ระหว่างรอเพื่อนก็ไม่มีปัญหา โดยทางร้านเลือกใช้ผักออแกนิคสดใหม่ ทำให้ตัวผักมีความกรอบ หวาน อีกทั้งยังปลอดสารพิษ ทำคู่กับหมูยอขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงใหม่ มีน้ำราดมาให้สองแบบ คือ น้ำราดแบบซีฟู้ด รสชาติเปรี้ยวหวาน หรือจะเลือกเป็นน้ำยำคุณนาย สูตรคุณแม่เจ้าของร้าน รสชาติเผ็ดหวาน ก็เชิญเลือกได้ตามอัธยาศัย



ส่วนใครที่อยากกินลูกชิ้นปลาเล่นๆ เคี้ยวหนึบหนับ ผมแนะนำ โฮ๊ะ! ลิ้มเหล่าโหงว ดูโอ้ดิ๊ป (120 บาท) สามสหายซีฟู้ดที่ให้ลูกชิ้นปลา เกี้ยวปลา ฮือก๊วย สามประสานความอร่อย จิ้มคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด และน้ำจิ้มคุณนาย คุยเพลิน เคี้ยวสนุกปากสุดๆ
โอเรียลทอลทีบาร์ จากร้านแพนด้า ที คาเฟ่ (pnda tea cafe)

นอกจากนี้ทางร้านยังมีบาร์ชาผลไม้จากฝั่งเอเชียตะวันออกไว้ค่อยให้บริการ แก้วแรกเราลองสั่งชาโมแก้งแมงโก้ (75 บาท) ชามะม่วงชื่อโก้ รสชาติเก๋ ใช้ชาคุณภาพจากไต้หวัน ผสมกับน้ำมะม่วง และมีเนื้อมะม่วงเพิ่มกิมมิกเวลาดื่ม รสชาติเปรี้ยวนิดหน่อย และไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป

แก้วต่อไปคือ ชาริชชี่ไลชี่+แพนด้ากลาสเจลลี่ (75 บาท) ชาไต้หวัน ผสมน้ำลิ้นจี่ ใส่ท็อปปิ้งเฉาก๋วยสูตรเฉพาะของทางร้านเพิ่ม กินแล้วให้ความรู้เหมือนไข่มุก แต่ลื่น นุ่ม และหวานกว่า เข้ากันดีกับชาลิ้นจี่

แก้วสุดท้ายเป็น โมจิโต้ (95 บาท) ม็อกเทลที่โดยทางร้านเปลี่ยนจากแอลกอฮอล์เป็นชาแทน ได้รสชาติหอมของมินต์ และชา ได้รสเปรี้ยวอมหวานจากเลมอน ดื่มแล้วชื่นใจ

ทั้งหมดนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ร้านลิ้มเหล่าโหงว บิสโทร รุ่นสามได้ต่อยอดไอเดีย และพัฒนาให้ตอบสนองต่อวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ ทั้งในด้านของรสชาติที่คงความเป็นเอกลักษณ์ไว้ ทั้งการแตกไลน์เมนูทางเลือกเพิ่มให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ อ่านถึงตรงนี้เราอยากแนะนำให้คุณผู้อ่านไปลองกินดู และเชื่อว่าต้องแวะเวียนกลับไปกินอีกครั้งแน่นอน




