กฎการมูฟออน พร้อมเปิดใจให้กับคนใหม่แบบไม่ค้างคาใจ
  1. กฎการมูฟออน พร้อมเปิดใจให้กับคนใหม่แบบไม่ค้างคาใจ

กฎการมูฟออน พร้อมเปิดใจให้กับคนใหม่แบบไม่ค้างคาใจ

สาว ๆ คนไหนที่ยังมูฟออนไม่ได้ หรือกำลังมูฟออนเป็นวงกลมอยู่ มารวมกันตรงนี้เลยค่ะ เราจะพาสาว ๆ มูฟออนไปพร้อมกัน พร้อมกับเปิดใจให้คนใหม่แบบไม่ค้างคาใจ
writerProfile
2 มี.ค. 2020 · โดย

เราเคยเชื่อเรื่องกฎของแรงโน้มถ่วงและพรหมลิขิต คนสองคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนโลกก็จะเหวี่ยงให้มาเจอกัน แต่เมื่อวันหนึ่งโลกกลับโหดร้าย เหวี่ยงให้คนสองคนต้องจากกัน เชื่อได้เลยค่ะว่าสาว ๆ Wongnai Beauty หลายคนกำลังเจอกับเรื่องผิดหวัง เรื่องเศร้า ไม่สามารถหลุดออกจากภวังค์แห่งความเศร้า หรือที่เค้าเรียกกันว่า มูฟออนเป็นวงกลม ใครที่ยังหลุดพ้นไม่ได้ มาค่ะ มูฟออนไปพร้อม ๆ กัน

#วงในบอกมา 

  • Move On อาจจะไม่ได้ใช้เกี่ยวกับเรื่องความรักเสมอไป เป็นอาการผิดหวังหรือเฟลกับชีวิต 
  • ถ้าไม่อยาก Move On ในระหว่างที่อยู่ด้วยกันขอให้ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ จนเมื่อจบเอง มันก็จะมีคำว่า "รู้งี้" น้อยลง
  • Move On มีเวลาของมันเอง และเราไม่จำเป็นต้องไปเร่ง บางครั้งฝึกอยู่กับการที่ไม่ต้อง Move On ก็ได้ 

ซึ่งวันนี้ Wongnai Beauty ได้ไปสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีพกับพี่ตี๋ อาจารย์สหรัฐ เจตมโนรมย์ นักจิตวิทยาการปรึกษา และสรุปมาให้สาว ๆ ได้ฟังกัน งั้นไม่รอช้าแล้วค่ะ ไปมูฟออนพร้อมกันเลย 

Q : การ Move On เป็นวงกลมคืออะไร ? 

A : หลาย ๆ คนคงเจอกับคำว่ามูฟออนเป็นวงกลมหลายครั้งนะคะ จริง ๆ คำว่ามูฟออนถือว่าเป็นคำใหม่ในสมัยนี้ แต่ก่อนสาว ๆ อาจจะได้ยินคำว่า วนไปลูปเดิม, วนเวียน, ติดอยู่ในเขาวงกต ซึ่งมันก็คือความหมายเดียวกัน ที่หมายถึงการทำใจไม่ได้ ลืมคนรักเก่าไม่ได้ ถ้าเทียบให้เห็นเลย ถ้าเป็นหวัดก็คือยังไม่หาย หรือเป็นแผล และยังไม่หายดี

Q : คำนี้ใช้กับเรื่องความรักอย่างเดียวไหม ? 

A : โดยบริบทแล้วหลาย ๆ คนพอเห็นคำว่ามูฟออน ก็จะเน้นประเด็นไปเรื่องเกี่ยวกับความรัก แต่จริง ๆ แล้วอย่างที่บอกว่ามันคือความผิดหวัง ความเศร้า ความเสียใจ ไม่สามารถหลุดออกจากความรู้สึกเหล่านี้ได้ เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ ทั้งเรื่องของการงาน หรือเจอเรื่องที่ไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง ไม่สามารถที่จะหลุดออกจากความผิดหวัง เสียใจ หรือมีอารมณ์หน่วง ๆ ในใจออกไปได้ 

Q : ทำไมเรามักจะเดินวนอยู่ในความรู้สึกเดิม ๆ ?

A : ในทางจิตวิทยา ความรู้สึกเหล่านี้ ถ้ามันจะหาย จะค่อย ๆ หายไปเอง แต่เป็นความคาดหวังที่มันซ้อนขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง ยิ่งเราบอกตัวเองว่าไหว ว่าต้องหาย เหมือนเราย้ำ เราคาดหวังว่าจะหายเร็ว เป็นเหมือนการซ้อนมาทำร้ายใจเราอีกทีนึง เราจะเรียกอาการนี้ว่า Unfinished Business หรืออาการค้างคาใจค่ะ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นความเสียดาย มักจะมากับคำว่า "รู้งี้" "ถ้า" เช่น ถ้าวันนั้นเราทำให้มันดีกว่านี้ วันนี้เราอาจจะไม่ต้องเลิกกันก็ได้ มันเลยทำให้เรายังติดอยู่ในลูป เดินวนอยู่ในความรู้สึกเดิม ๆ 

Q :  เราจะจัดการกับความรู้สึกหน่วง ๆ ในใจได้อย่างไร ?

A : จริง ๆ แล้วความเศร้ามีการแบ่งระดับ 3 ไดนามิก

ไดนามิกแรก : เราจะปฏิเสธความจริงก่อน ไม่สามารถที่จะรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งอาการนี้ไม่ได้เป็นอาการผิดปกติ แต่มันเป็นความปกติ เรื่องบางเรื่องมันแรงกับใจของเราที่จะรับไหว ใจเลยต้องมีกระบวนการที่จะป้องกัน ต้องการประคับประคองตัวเองก่อน 

ไดนามิกที่สอง : เราจะเริ่มต่อรองกับความรู้สึกตัวเอง เราจะพยายามหาแนวทาง จะเริ่มมีคำว่า "ถ้า" มาแล้ว ถ้าทำแบบนั้นเค้าจะกลับมาไหม ถ้าทำแบบนี้ความสัมพันธ์เราจะดีขึ้นไหม 

ไดนามิกที่สาม : ถ้าเรารู้สึกว่าต่อรองไม่ได้ ทำไปก็เท่านั้น หรือเราไม่สามารถที่จะติดต่อเค้าได้แล้ว เราจะเริ่มรู้สึกโกรธ อาจจะโกรธตัวเอง หรือพาลโกรธไปยังคนรอบ ๆ ตัวก็ได้ เราจะเริ่มปล่อยพลังลบออกมา 

ซึ่งสามไดนามิกที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้เกิดเป็นสเต็ป อาจจะมีอันไหนเกิดขึ้นก่อนก็ได้ หรือบางคนควบคุมไม่อยู่ก็สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ และการที่เราจะสามารถหลุดออกจากความรู้สึกเศร้าหรือหน่วงในใจได้เราจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรก เราจะเริ่มยอมรับตัวเองได้ และระยะที่สอง เราจะเริ่มหาวิธีเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือการมูฟออนนั่นเองค่ะ จากการวิจัยของนักจิตวิทยา โดยทั่วไปเราสามารถมูฟออนจากความผิดหวังเรื่องความรักได้ มีเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 3 เดือน แต่การสูญเสียบางอย่างสำหรับคนบางคน 3 เดือนอาจจะไม่เพียงพอ อาจจะต้องใช้เวลาในการรักษาใจมากกว่านั้นค่ะ  

Q : เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เรานั้นได้ Move On 100% แล้ว ?

A : อย่างที่บอกว่าโดยทั่วไปเราจะใช้เวลาในการรักษาใจเฉลี่ยอยู่ที่ 3 เดือนค่ะ แต่ถ้าเราถูกกระตุ้นจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวให้นึกถึงความทรงจำเมื่อครั้งก่อนแล้วยังเศร้ามาก ๆ เหมือนเดิม นั่นก็แปลว่าเรายังมูฟออนเป็นวงกลมอยู่ แต่ถ้าเรามั่นใจว่าเราได้มูฟออนแล้ว เมื่อเราโดนสิ่งเร้ากระตุ้นให้สังเกตว่า เรายังเฮิร์ตเท่าเดิมไหม แต่สิ่งที่สำคัญเลยคือ เห็นถึงความดีขึ้นมากกว่าการไปจมอยู่กับความรู้สึกว่าเรายังไม่หาย ไม่ต้องไปคาดหวังว่าจะต้องกลับไปเป็นคนดี ๆ คนเดิม แต่แค่ให้รู้สึกว่า ทุก ๆ วันเราดีขึ้นจากวันก่อนหรือเปล่า แค่นั้นก็เพียงพอค่ะ ยิ่งเราจี้ว่าทำไมเรายังไม่หาย ยิ่งเป็นการทำร้ายตัวเราเอง 

Q : กฎของการมูฟออน คืออะไร ต้องทำอย่างไรถึงจะหลุดจากห่วงแบบไม่ค้างคาใจ ?

A : การมูฟออนไม่มีกฎตายตัว บางคนอยู่กับตัวเองแล้วดีขึ้น บางคนต้องมีเพื่อนไปกิน เที่ยว เล่นถึงจะรู้สึกดีขึ้น ดูว่าแบบไหนเราทำแล้วเวิร์คสุด ลองทำหลาย ๆ อย่าง แต่สิ่งที่สำคัญมาก ๆ เลยคือ อย่าพยายามนึกถึงคำว่า รู้งี้ ไม่งั้นก็จะวนกลับไปลูปเดิม จริง ๆ การมูฟออน Process ของหัวใจ จะค่อย ๆ ฟื้นฟูตัวเอง และสิ่งที่สำคัญที่สุดมากกว่าการมูฟออนเลยคือ การใช้ชีวิตคู่ในระหว่างที่อยู่ด้วยกัน ขอให้ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ จนเมื่อถึงเวลาความรักจบลง มันก็จะมีคำว่า "รู้งี้" น้อยลง เพราะเราได้ทำทุกอย่างของเราเต็มที่แล้ว 

Q :  ทำอย่างไรถึงจะกลับไปเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ ? 

A : บอกเลยค่ะว่าสิ่งนี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่ง่าย เพราะว่ามันไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เราคนเดียว ต้องขึ้นอยู่กับอีกฝั่งหนึ่งด้วย ต้องอยู่ที่คนสองคน สำคัญมากเลยคือ มันไม่สามารถกลับไปเป็นเพื่อนได้ทันที จะเป็นเหมือนการซ้ำแผลเก่า สำหรับบางคนอาจจะเป็นกับดักบางอย่าง เราอาจจะคิดว่าถ้าเรากลับไปเป็นเพื่อนกับเค้าแล้วมันจะดี และเผลอ ๆ อาจจะสานต่อได้ ก็จะกลับไปวนในจุดเดิม ๆ ค่ะ ของแบบนี้เวลาจะเป็นคำตอบเอง เมื่อคนสองคนพร้อม 

Q : ผลเสียจากการไม่มูฟออน  

A : แน่นอนค่ะ นอกจากสุขภาพกายและสุขภาพใจแล้ว คนรอบข้างก็เหนื่อยกับเรา เป็นภาวะเศร้าอย่างหนึ่ง อย่างที่บอกว่าเราไม่ควรเร่งให้มูฟออนออกมาได้ ให้เปลี่ยนจากการเร่งมูฟออน มาสังเกตว่าตอนนี้ทุกวันนี้เราดีขึ้นจากวันก่อนมากขนาดไหนแล้ว และทุกอย่างก็จะดีขึ้นเองค่ะ 

l

เป็นอย่างไรบ้างคะสาว ๆ สำหรับกฎการมูฟออนที่เรานำมาให้ดูกันวันนี้ เราต้องขอขอบคุณแนวคิดดี ๆ จาก อาจารย์สหรัฐ เจตมโนรมย์ อาจารย์ที่ปรึกษาด้านจิตวิทยา ที่มาแชร์และให้คำปรึกษากับเราในวันนี้นะคะ และ Wongnai Beauty ขอเป็นกำลังใจให้สาว ๆ ที่กำลัง Move On กันอยู่ตอนนี้นะคะ ส่วนครั้งหน้า Wongnai Love And Relationship จะพาสาว ๆ ไปเจาะลึกแนวคิดเรื่องอะไร ต้องคอยติดตามได้เลยนะคะ 

อ่านบทความเกี่ยวกับความรักเพิ่มเติมได้ที่

รวม 7 เครื่องรางเสริมดวงความรัก พกไว้ ไม่มีนก ! 
รวม IG ร้านเครื่องประดับนำโชค กำไลสายมูที่สาว ๆ ต้องมี!! 
10 สถานที่ขอพรความรัก อยากมีคู่อยากมีแฟนต้องตามไป 

อาจารย์สหรัฐ เจตมโนรมย์ นักจิตวิทยาการปรึกษา
$OWNER'S MESSAGE
อาจารย์สหรัฐ เจตมโนรมย์ นักจิตวิทยาการปรึกษา
มูฟออนมีเวลาของมันเอง และเราไม่จำเป็นต้องไปเร่งเค้า ฝึกอยู่กับการที่ไม่ต้องมูฟก็ได้