#วงในบอกมา
- Isao Shinmura เชฟ / หุ้นส่วนของร้าน มีประสบการณ์คร่ำหวอดอยู่ในวงการอาหารมาแล้วกว่า 2 ทศวรรษด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Butchery (การแล่เนื้อ) ซูชิ หรือแม้แต่อาหารยุโรปเชฟทำได้หมดทุกอย่าง
- ทางร้านใช้เนื้อ Wagyu Sendai A5 จากจังหวัดมิยางิ และสามารถขายได้ในราคาย่อมเยา เพราะทางร้านซื้อวัวทั้งตัวจากฟาร์มโดยตรง
- วัตถุดิบหลักทั้งหมดนำเข้ามาจากญี่ปุ่นทุก 2 - 3 วัน

ทีมงาน Wongnai เชื่อว่าเนื้อวากิวเปรียบเสมือนสวรรค์สำหรับ Beef Lover เกือบทุกชีวิตบนโลกใบนี้ และยิ่งถ้าเป็นเกรด A5 (ซึ่งเป็น Marbling Grade ระดับสูงสุด) ยิ่งฟินอีกทวีคูณ ไขมันที่แทรกในเนื้ออย่างละเอียดยิบช่างสวยงามราวกับทับทิมลายหินอ่อน ส่วนรสชาติและรสสัมผัสยิ่งไม่ต้องพูดถึง โอย...คิดแล้วกระเพาะก็ร้องคำรามขึ้นมาทันที!

แน่นอนครับการที่จะได้รับประทานของที่มีระดับ High-end ขนาดนี้ย่อมต้องพึ่งงบที่หนาเป็นพิเศษ เพราะการที่จะได้มาซึ่งเนื้อที่มีคุณภาพย่อมต้องใช้เวลาและความพิถีพิถันในการเลี้ยงดูอย่างสูง แต่เชื่อหรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วเนื้อวากิว A5 ก็ใช่ว่าจะไกลเกินเอื้อมเสียทีเดียว วันนี้ทีมงาน Wongnai ขอจัดหนัก อาสาพา Beef Lover ทุกคนมารู้จักกับร้าน “Nikutei Arata” ร้านอาหารญี่ปุ่นสุขุมวิทน้องใหม่คุณภาพจัดหนัก!



ทีนี้เรามาพูดถึงเชฟ /หุ้นส่วนของร้านกันบ้าง Isao Shinmura เป็นเชฟชาวญี่ปุ่นที่หลงใหลในประเทศไทยเป็นอย่างมาก ปัจจุบันมาใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพมหานครกับครอบครัวร่วมกว่า 4 ปีได้แล้ว ถึงแม้จะพูดไทยได้นิดหน่อย แต่ฝีมือไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะเชฟ Isao มีประสบการณ์คร่ำหวอดอยู่ในวงการอาหารมาแล้วกว่า 2 ทศวรรษด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Butchery (การแล่เนื้อ) ซูชิ หรือแม้แต่อาหารยุโรปเชฟทำได้หมดทุกอย่าง
รู้ประวัติคร่าว ๆ ของเชฟ Isao กันแล้วทีนี้เรามาดูเมนูของทางร้านกันบ้าง “Nikutei Arata” (Nikutei แปลว่าร้านเนื้อ ส่วน Arata คือการออกเสียงตัวอักษรคันจิของชื่อเชฟ Isao ในอีกรูปแบบซึ่งหมายความว่าความแปลกใหม่) ทางร้านจะใช้เนื้อ Wagyu Sendai A5 จากเมืองเซ็นได จังหวัดมิยางิ ซึ่งทางร้านซื้อวัวทั้งตัวจากฟาร์มโดยตรงจึงสามารถขายในราคาที่จับต้องได้
ประเดิมกันด้วย “ซูชิวากิว 3 อย่าง” (380 บาท) เป็นการรวมตัวสุดคุ้มระหว่าง “Ootoro Wagyu Nigiri” (150 บาท) ซูชิเนื้อวากิวส่วนท้อง “Aburi Wagyu Nigiri” (130 บาท) ซูชิหน้าเนื้อวากิวลนไฟ และ “Wagyu Zuke Nigiri” (130 บาท) ซูชิหน้าเนื้อวากิวหมักซอสซึเกะ ซึ่งแต่ละคำล้วนมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์จากการปรุงที่แสนเรียบง่าย แต่ที่แน่ ๆ คือฟิน ละลายในปาก เวรี่กู๊ด!

สำหรับใครที่อยากลิ้มรสเนื้อ Wagyu Sendai A5 แบบเต็มปากเต็มคำ ก็ขอให้จัดหนักกับ “Sirloin Steak” (เริ่มต้นที่ 550 บาท / 60 กรัม) เนื้อเซอร์ลอยน์ ย่างบนหินภูเขาไฟร้อนฉ่า ซึ่งทางร้านจะตั้งความร้อนที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียสเพื่อให้เนื้อสุกอย่างทั่วถึง (ลูกค้าสามารถที่จะย่างเองหรือให้ทางเชฟผู้เชี่ยวชาญย่างก็ได้) การย่างบนหินภูเขาไฟจะทำให้ได้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ รับประทานควบคู่กับเกลือหิมาลายัน วาซาบิสด หรือว่าซอสเนื้อสูตรพิเศษของทางร้านเพื่ออรรถรส


“Hamburg Original Style” (เริ่มต้นที่ 580 บาท/150 กรัม) ก็ดีงามไม่แพ้กัน! เชฟ Isao บอกพวกเราว่า “Nikutei Arata” เป็นร้านเดียวในประเทศที่ทำแฮมเบิร์กสเต๊กโดยใช้เนื้อ Wagyu Sendai A5 ทั้งหมด 100% ทางร้านจะนำเนื้อมาสับจนละเอียดกำลังดี ปรุงด้วยเครื่องสูตรลับของทางร้านแล้วค่อยนำไปย่างจนสุกได้ที่ เสร็จแล้วค่อยเสิร์ฟบนกระทะร้อนพร้อมไข่ดาว ผักย่างและซอส Demi-glace รสเข้ม เป็นเมนูที่มี Impact ตั้งแต่ได้กลิ่น ส่วนรสชาติคือสวรรค์

แค่เมนู 3 อย่างแรกก็ว่าเด็ดแล้ว แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้าครับ เพราะว่าทางร้านยังมี “Course Wongnai Special 2019” (1,290 บาท) เมนู 7 คอร์สสุดคุ้มที่มีมากกว่าเนื้อ Wagyu Sendai A5 เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง!
คอร์สแรก “Starter” จะประกอบไปด้วยของเรียกน้ำย่อยชั้นเยี่ยมถึง 3 ชนิด มีทั้ง “Maguro Avocado Tar Tar Sauce” อากามิ (บลูฟินทูน่าเนื้อแดง) จากอาโอโมริสไลซ์หนาพอดีคำ เสิร์ฟคู่กับอโวคาโดและซอสทาร์ทาร์รสเข้มสดชื่น “Tomato & Beef topped on Baguette” เป็นการผสมผสานระหว่างมะเขือเทศและเนื้อ Wagyu Sendai A5 หั่นเต๋าละเอียดพร้อมกับกระเทียมและนำ้มันมะกอก Extra Virgin ปรุงแบบเรียบง่ายสุด ๆ แล้วค่อยท็อปบนขนมปังบาเก๊ตสไลซ์หนาพอดีคำ และ “Hotate Mentaiko Aburi” หอยเชลล์ฮอกไกโดลนไฟเสิร์ฟคู่กับ Mentaiko (ไข่ปลาค็อดรสจัด) และหน่อไม้ฝรั่ง

ต่อด้วย “Salmon Carpaccio” แซลมอนคัดพิเศษที่จับได้จากญี่ปุ่น สไลซ์บางเฉียบ เสิร์ฟคู่กับไข่ปลาแซลมอนที่ทางร้านดองกับโชยุพร้อมกับน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลจากอิตาลี เป็นการเรียกน้ำย่อยที่ดีงามสุด ๆ เพราะองค์ประกอบทุกอย่างมันช่างมีรสชาติที่ลงตัวเสียเหลือเกิน

คอร์สที่ 3 ก็เด็ดดวงไม่แพ้กัน “Wagyu Sendai Rosu Sushi” ซูชิหน้าเนื้อวากิวเซอร์ลอยน์ลนไฟชิ้นโต ท็อปด้วยไข่หอยเม่นสายพันธุ์ Murasaki จากฮอกไกโด และคาร์เวียร์จากฝรั่งเศส เป็นการรวมตัวของวัตถุดิบสุดพีกถึง 3 ชนิดด้วยกัน! ความหวานกลมกล่อมของไข่หอนเม่น และรสชาติเค็มโอชาที่เป็นเอกลักษณ์ของคาร์เวียร์ มันช่างคล้องจองกับความฟินละลายในปากของเนื้อ Wagyu Sendai A5 และข้าวซูชิสูตรเฉพาะของทางร้านเสียเหลือเกิน

คอร์สที่ 4 คือความพีกที่แท้ทรู! “Wagyu Sendai Yakiniku Cake” เนื้อ Wagyu Sendai A5 เซอร์ลอยน์สไลซ์หนากำลังดี จัดวางบนจานอย่างพิถีพิถันราวกับเค้กกุหลาบ เสิร์ฟพร้อมกับไฟเย็นเพื่อความอลังการ ส่วนวิธีการรับประทานก็เหมือนกับเมนู “Sirloin Steak” ที่พวกเราเคยกล่าวถึงก่อนหน้านี้ ยังไงก็ขอย้ำอีกทีครับว่ามันฟินมากเลย! Oh Yes!

แต่สวรรค์ของ Beef Lover ยังไม่จบแค่นี้ครับ “Wagyu Kushikatsu” จะทำให้คุณละลาย! เนื้อ Wagyu Sendai A5 สันในชิ้นหนาพอดี 2 คำ ชุบแป้งและเกล็ดขนมปังทอดในน้ำมันร้อน ๆ จนได้สีทองอร่าม แค่ได้กัดคำแรกก็พวกเราก็ละลาย สลายออกไปจากความเป็นจริง อย่าลืมนะครับว่าเนื้อสันในคือส่วนที่นุ่มที่สุดของวัวทั้งตัว แล้วยิ่งถ้าเป็น Wagyu Sendai A5 ไม่ต้องพูดถึง… เอาเป็นว่า มาลองชิมเองดีกว่าครับ อิอิ

ล้างปากล้างคอกันต่อด้วยออปชันระหว่าง “Gyu Suji Udon” เส้นอุด้งหนานุ่มเสิร์ฟพร้อมเอ็น Wagyu Sendai A5 ที่ผ่านการตุ๋นด้วยไฟอ่อน ๆ ถึง 4 ชั่วโมงและน้ำซุปรสเข้ม หรือ “Wagyu Sendai Ochazuke” ข้าวต้มสไตล์ญี่ปุ่นทำจาก Dashi (ซุปใสที่ได้จากการเคี่ยวปลาโอฝาน) เทลงบนข้าวที่ท็อปด้วยเนื้อ Wagyu Sendai A5 เซอร์ลอยน์สไลซ์ “Genmai” (ข้าวญี่ปุ่นคั่ว) และต้นหอม เป็นการล้างต่อมรับรสที่สดชื่นเหลือหลาย




ปิดท้ายด้วย “Macha Pudding Azuki” พุดดิ้งชาเขียวสูตรเด็ดของเชฟ Isao เนื้อนุ่มหวานกำลังดี ท็อปด้วย Azuki ถั่วแดงกวนสไตล์ญี่ปุ่นหวานฉ่ำชื่นใจ เป็นการปิดท้าย “Course Wongnai Special 2019” ได้อย่างน่าประทับใจสุด ๆ


สุดท้ายทีมงาน Wongnai ก็ต้องกราบขอบพระคุณเชฟ Isao และทีม ที่ดูแลพวกเราเป็นอย่างดี อิ่มแปล้ยิ้มหน้าบานถ้วนหน้ากันเลยทีเดียวครับ สำหรับใครที่เป็น Beef Lover เข้ากระดูกดำ หรือแค่อยากหาร้านอาหารสุขุมวิทที่น่าประทับใจ ก็ขอให้รีบบึ่งไปที่ร้าน “Nikutei Arata” เพราะ “Course Wongnai Special 2019” มีให้ลิ้มรสถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2562 เท่านั้น!
การเดินทาง
ร้าน “Nikutei Arata” เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสุขุมวิทที่ตั้งอยู่ตึกซิตี้รีสอร์ท (ฟูจิ 2) 99/9 ซอยพบมิตร สุขุมวิท 39 สามารถเข้าทางซอย เพชรบุรี 38/1 ได้เช่นกัน




เนื้อวัวมีประโยชน์จริง ๆ นะครับ นอกจากจะเป็นหนึ่งในสัตว์ไม่กี่ชนิดที่รับประทานอาหารสะอาดสะอ้านจากธรรมชาติ ออร์แกนิกตั้งแต่เกิดจนวันตาย เนื้อวัว ยังอุดมไปด้วยโปรตีนสูง วิตามิน กรดอะมิโน กรดไขมันโอเมก้า 3 แร่ธาตุต่าง ๆ ทั้ง ธาตุเหล็ก สังกะสี ฟอสฟอรัส ซีลีเนียม และแมกนีเซียมดังนั้น เราควรเลือกรับประทานเนื้อวัวก่อนเนื้อสัตว์ประเภทอื่นที่เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปในฟาร์มที่ไม่แน่ใจในสุขอนามัยของสัตว์เหล่านี้

