เวลาที่ลมหนาวเริ่มพัดมาหาทีไร ก็เหมือนกับว่าเป็นสัญญาณบอกให้เราแวะมาเที่ยวหาเพื่อนเก่าของเรา ที่ร้าน Nimmohouse ซะทุกครั้งไป ดังนั้นในวันนี้ครับ ผมจึงขออาสาพาเพื่อน ๆ ทุกคน ทั้งหน้าเก่า และ หน้าใหม่ ไปแนะนำให้รู้จักกับร้านนี้กันอีกซักครั้ง พร้อมชมความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นครับ


การเดินทางไปยังร้าน Nimmohouse นั้นก็ไม่ยากเลยครับ ถ้านับจากสี่แยกรวมโชคก็ให้เพื่อน ๆ ขับตรงมาเรื่อย ๆ ทางม.แม่โจ้ครับ จากนั้นก็ตรงเลยไปอีก ประมาณ 7 กิโลเมตร พอเห็นบริษัท สันติภาพ (1958) จำกัด ให้ตบไฟเลี้ยวทันทีซ้ายทันทีเลยครับ จากนั้นสังเกตทางซ้ายมือให้ดี ๆ จะเห็นป้ายบอกทางสีส้ม ๆ เขียนชื่อร้านติดอยู่อย่างชัดเจน ก็ให้เลี้ยวเข้าไปตามป้ายเลยครับ จนถึงรั้วต้นไม้ใหญ่ ๆ ยาว ๆ ก็ตรงเข้าไปจอดที่ด้านในได้เลย


บรรยากาศภายในร้านนั้นยังคงสวยงามเหมือนเดิมครับ ยิ่งหากใครไปถึงร้านก่อนพระอาทิตย์ตกนะ ก็จะได้เห็นท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสี สะท้อนลงบนผืนน้ำของทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ในขณะที่เรากำลังนั่งชมอยู่บนสนามหญ้า หรือ เปลแขวนที่ชื่นชอบ


พูดถึงอาหารกันบ้างดีกว่า ในปีนี้พวกอาหารจานพิเศษได้เปลี่ยนไปจากธีมของบาร์บีคิว มาเป็นธีมของอาหารญี่ปุ่น โดยในครั้งนี้มีเหล่าซูชิสารพัดหน้านำทีมมาสร้างความบันเทิงให้กับแขกผู้มาเยือนทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็น ซูชิฟัวกราส์ (139 บาท) ซูชิหอยเชลล์ (139 บาท) ซูชิเอนกาวะ (99 บาท) และ โรลล์ปลาไหลย่าง (299 บาท) เป็นต้น ซึ่งแต่ละอย่างที่ผมพูดไปนั้นบอกเลยว่า รสชาติเข้มข้นแบบเน้น ๆ ฟินกันแบบเต็มคำเลยทีเดียว



Mixed Seafood Teppanyaki (229 บาท) เทปันยากิกระทะร้อนจานนี้เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ต้องโดนครับ เพราะทางร้านเลือกเอาของดี มีคุณภาพ ทั้งแซลมอน หอยเชลล์ หอยแมลงภู่ หมึก และ กุ้งขาว ที่ทุกอย่างล้วนแต่ตัวใหญ่ไซส์บิ๊ก มาผัดเข้ากับซอสสูตรเฉพาะของทางร้านเลยครับ


สลัดปลาดิบรวม (299 บาท) สลัดสไตล์ญี่ปุ่นที่เสิร์ฟผักสดมาคู่กับหอยโฮตาเตะ เอ็นกาวะ แซลมอน ปูอัด ไข่แซลมอน ไข่หวานแบบจุใจ และราดด้วยน้ำสลัดงาขาวญี่ปุ่นกลิ่นหอมรสชื่นใจ

ส่วนไฮไลท์ที่ทุกคนต่างก็ชื่นชอบนั้นก็ต้องยกให้กับ Shabu Shabu เลยครับ ซึ่งเพื่อน ๆ ที่มาสามารถเลือกได้ว่าจะกินเป็นน้ำใส Shabu Shabu (เนื้อ 339 บาท / หมู 289 บาท) หรือ น้ำดำ Sukiyaki (เนื้อ 449 บาท / หมู 339 บาท) นอกจากเนื้อที่ให้มาในชุดแล้วทางร้านก็ยังมี Add-on อื่น ๆ ให้เลือกสั่งมากินแบบเยอะมากด้วยแหละ เช่น เสือร้องไห้ (159 บาท) แซลมอนสไลซ์ (189 บาท) หอยเชลล์ฮอกไกโด (189 บาท) กุ้งขาว (179 บาท) และ หมึกกระดอง (149 บาท) เป็นต้น


โดยส่วนตัวแล้วผมชอบชาบูน้ำดำของที่นี่ครับ เพราะมีรสชาติที่เข้มข้น และ กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของที่นี่ พอจิ้มลงไปในไข่ดิบก็จะได้รสชาติที่มีความนุ่มนวล กลมกล่อมมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าใครไม่ชอบจิ้มกับไข่ดิบทางร้านก็ยังมีน้ำจิ้มตัวอื่นอย่าง น้ำจิ้มสุกี้ และ น้ำจิ้มงาขาว ให้ได้เลือกจิ้มกันตามใจชอบด้วยครับ

นอกจากชาบูแล้ว ที่ Nimmohouse ก็ยังมี Yakiniku หรือพวกเมนูปิ้งย่างไว้บริการด้วยเช่นกัน ซึ่งสามารถมอบความฟินให้ได้ไม่ต่างกับชาบูเลยครับ โดยตัวเลือกก็มีค่อนข้างหลากหลายทั้ง เนื้อริบอาย / เนื้อสันนอกนิวซีแลนด์ เนื้อบริสเกทออสเตรเลีย เนื้อ / ซี่โครงแกะนิวซีแลนด์ รวมถึงผักต่าง ๆ เป็นต้น





สำหรับเพื่อน ๆ ที่อ่านรีวิวกันเสร็จแล้ว ผมขอแนะนำเลยว่าให้รีบโทรติดต่อไปจองที่นั่งกับร้าน Nimmohouse กันแบบด่วน ๆ เลยนะครับ เพราะเดี๋ยวถ้าโต๊ะเต็มแล้วอดกินขึ้นมา จะหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะครับ ;)
- การเดินทาง : ผ่าน ม.แม่โจ้ ประมาณ 7 กม. (หลัก กม.ที่ 17) ให้เลี้ยวซ้ายโรงงานสันติภาพ จะเห็นป้ายร้านอยู่ซอยแรก จนเจอต้นชาฮกเกี้ยนสูงๆ ขับไปตามแนวรั้วแล้วจะถึงร้านทันที
- เปิดร้าน :: ทุกวันอังคาร - อาทิตย์ 17:00 - 23:00 น.
- เบอร์ติดต่อ :: 092-380-3000





