10 ประเทศดูแสงเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? ปี 2025 ชอบประเทศไหนเลือกเลย
  1. 10 ประเทศดูแสงเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? ปี 2025 ชอบประเทศไหนเลือกเลย

10 ประเทศดูแสงเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? ปี 2025 ชอบประเทศไหนเลือกเลย

ปี 2025 นี้ใครมีแพลนไปล่าแสงเหนือ มาดูประเทศสุดฮอตที่เห็น Aurora ได้จริง ไม่ว่าจะชอบวิวภูเขา ทะเลสาบ หรือเมืองหิมะสุดโรแมนติก ใครชอบสไตล์ไหนเลือกกันได้เลย!
writerProfile
20 พ.ย. 2025 · โดย

ต้องบอกว่า “แสงเหนือ” หรือ Aurora Borealis คือหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยและมหัศจรรย์ที่สุดในโลก เขาจะมาในรูปแบบแสงสีเขียวฟ้าอมม่วงที่เต้นระบำบนฟากฟ้ายามค่ำคืน เรียกว่าใครได้เห็นสักครั้งในชีวิตก็ลืมไม่ลง ถ้าไปกับแฟนก็จะได้โมเมนต์ที่โรแมนติกน่าประทับใจแต่ถ้าไปกับครอบครัวก็ได้มองพร้อมกับความอบอุ่นเลยล่ะค่ะ วันนี้เรารวมประเทศที่ทุกคนจะเห็นแสงเหนือได้มาฝากแล้ว มีประเทศที่น่าสนใจและน่าไปบ้างมาดูกันต่อเลย!

10 ประเทศดูแสงเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? ปี 2025 ชอบประเทศไหนเลือกเลย

10 ประเทศดูแสงเหนือ มีที่ไหนบ้าง ? ปี 2025 ชอบประเทศไหนเลือกเลย

นอร์เวย์ ( Tromsø / Lofoten Islands )

  • ไฮไลต์ : ชมแสงเหนือเหนือฟยอร์ดที่มีภูมิทัศน์ทะเลและภูเขาสูงเป็นฉากหลัง มุมถ่ายรูปไฮไลต์สุด ๆ
  • ความพิเศษ : ถ่ายรูป Aurora สะท้อนผิวน้ำของฟยอร์ดได้ (Lofoten) และมีกิจกรรมเสริมเช่น dog-sledding, snowmobile, fishing trips
  • การเดินทางและที่พัก : Tromsø เป็นเมืองใหญ่ มีไฟลท์ตรง / ต่อเครื่องจากออสโล ที่พักหลากหลายตั้งแต่เกสต์เฮาส์ถึงโรงแรมบูติก ส่วน Lofoten ต้องต่อรถ / เรือ / บินภายในภูมิภาค
  • ช่วงเวลาแนะนำ : ปลายกันยายน - มีนาคม (ธันวาคม–กุมภา อากาศหนาวจัดแต่ท้องฟ้าค่อนข้างใส)
  • ข้อดีของสายทำคอนเทนต์ : ฟยอร์ด + แสงเหนือช่วยเพิ่มมิติ เหมาะกับ long-exposure และการถ่ายสะท้อนน้ำ
  • สิ่งที่ควรระวัง : สภาพอากาศเปลี่ยนเร็ว ต้องเตรียมเสื้อผ้าอุ่นและรองเท้ากันลื่น ตัวเมืองท่องเที่ยวหนาแน่นในฤดูสูงสุด

สวีเดน ( Abisko / Kiruna )

  • ไฮไลต์ : Abisko มีชื่อเสียงเรื่อง “Blue Hole” ช่องฟ้าใสเหนือทะเลสาบแม้โดยรอบมีเมฆ จึงมีโอกาสเห็น Aurora สูง
  • ความพิเศษ : มีสถาบันวิจัย และบริการนำชมโดยไกด์ผู้ชำนาญ รวมทั้ง STF Abisko Turiststation ที่จัดทริปแบบ “Aurora Sky Station”
  • การเดินทางและที่พัก : Kiruna เป็นทางเลือกเข้าถึงง่ายด้วยรถไฟ/เครื่องบิน ต่อรถไป Abisko ที่พักมีแบบกระท่อมและฮัทสไตล์สแกนดิเนเวีย
  • ช่วงเวลาแนะนำ : ตุลาคม–มีนาคม (ปลายม.ค.–ก.พ. มักให้ภาพสวย)
  • ข้อดีของสายทำคอนเทนต์ : ท้องฟ้ามืดและแสงยามค่ำที่เปิดบ่อย เหมาะกับ timed-exposure
  • สิ่งที่ควรระวัง : Abisko อยู่ในอุทยานแห่งชาติ ต้องจองทัวร์/ที่พักล่วงหน้าในฤดูสูงสุด

ฟินแลนด์ ( Rovaniemi / Levi / Saariselkä )

  • ไฮไลต์ : ที่พักสไตล์ Glass Igloo / Aurora Cabin ให้ดูแสงเหนือจากที่นอน สะดวกและโรแมนติกสุด ๆ
  • ความพิเศษ : ผสมประสบการณ์สายสโลว์ หมู่บ้านซานต้า (Rovaniemi), กิจกรรมสุนัขลากเลื่อน ไต่เขา หิมะโมเดิร์นสปา
  • การเดินทางและที่พัก : Rovaniemi สะดวก มีสนามบิน ประเภทที่พักมีครบตั้งแต่รีสอร์ทจนถึงอิกลูแก้ว
  • ช่วงเวลาแนะนำ : ปลายสิงหาคม–เมษายน (กันยายน–มีนาคมโอกาสมาก)
  • ข้อดีของสายทำคอนเทนต์ : แสงเหนือที่ส่องเหนือป่าและทะเลสาบ สะท้อนบนหิมะสวยมาก
  • สิ่งที่ควรระวัง : บางรีสอร์ทราคาสูงโดยเฉพาะช่วงคริสต์มาส/ปีใหม่

ไอซ์แลนด์ ( Reykjavik / Thingvellir / Vik )

  • ไฮไลท์ : ผสานแสงเหนือกับภูมิประเทศโดดเด่น น้ำตก ธารน้ำแข็ง และชายหาดทรายดำ (Vik) ทำให้ภาพมีมิติสุด ๆ
  • ความพิเศษ : ขับรถชมธรรมชาติเส้นทาง Golden Circle แล้วแวะรอ Aurora จุดต่าง ๆ ได้ง่าย (รถเช่าเป็นที่นิยม)
  • การเดินทางและที่พัก : Reykjavik เป็นฐาน มีทัวร์เช้า - เย็นไปยังจุดชมไกลๆ ที่พักมีตั้งแต่เกสต์เฮาส์ถึงแคมป์กลางหิมะ
  • ช่วงเวลาแนะนำ : กันยายน–เมษายน (ธันวาคม - กุมภาพันธ์ ท้องฟ้าอาจคลุมด้วยเมฆบ่อย แต่ถ้าพระเจ้าให้ฟ้าเปิดจะอลังมาก)
  • ข้อดีของสายทำคอนเทนต์ : ฉากน้ำตก + Aurora ทำให้ภาพคอนทราสต์สูง สวยแบบไม่เหมือนที่ไหน
  • สิ่งที่ควรระวัง : สภาพถนนบางช่วงอาจท้าทาย ต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง และเช็กสภาพอากาศ-ทางหลวง

แคนาดา ( Yellowknife / Yukon / Jasper )

  • ไฮไลต์ : Yellowknife (Northwest Territories) ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดที่แสงเหนือชัดสุดและมีความถี่สูง
  • ความพิเศษ : พื้นที่กว้าง ท้องฟ้ามืดสนิท และมีชุมชน / บริการท่องเที่ยวพร้อม เช่น Aurora camps & heated domes
  • การเดินทางและที่พัก : ต้องบินเข้าเมืองหลักแล้วต่อเครื่องเล็กหรือรถบัส ที่พักมีหลากหลายตั้งแต่ Lodge จนถึง Aurora domes
  • ช่วงเวลาแนะนำ : กันยายน–เมษายน (พีค ต.ค.–มี.ค.)
  • ข้อดีของสายทำคอนเทนต์ : ความมืดสมบูรณ์และโอกาสเห็นแสงนานต่อเนื่อง ดีสำหรับ long exposure และ time-lapse
  • สิ่งที่ควรระวัง : ฤดูหนาวจัดมาก เตรียมอุปกรณ์กันหนาวและแบตเตอรี่สำรอง (แบตหมดง่ายในอากาศเย็น)

อลาสกา (USA) ( Fairbanks / Anchorage )

  • ไฮไลต์ : Fairbanks เป็นฐานยอดนิยมในสหรัฐฯ สำหรับดู Aurora บริการทัวร์ครบครัน และกิจกรรมหิมะหลากหลาย
  • ความพิเศษ : สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวจากอเมริกาเหนือ และมี Aurora viewing lodges หลายแห่ง
  • การเดินทางและที่พัก : มีไฟลท์ไป Fairbanks สะดวก ที่พักหลากหลาย รวมทั้ง lodges ห่างไกลแสงเมือง
  • ช่วงเวลาแนะนำ : สิงหาคม - เมษายน (ก.ย. - เม.ย. ดีสุด)
  • ข้อดีของสายทำคอนเทนต์ : โอกาสเห็นแสงเหนือชัดและสีสันสด โดยเฉพาะที่ห่างจากแสงเมือง
  • สิ่งที่ควรระวัง : ค่าใช้จ่ายอาจสูง ต้องเตรียมแผนเรื่องการเดินทางภายในและอุปกรณ์ให้พร้อม

กรีนแลนด์ ( Nuuk / Kangerlussuaq )

  • ไฮไลต์ : ความเปลี่ยวเงียบของอาร์กติก ทำให้การดูแสงเหนือเป็นประสบการณ์ใกล้ชิดแบบส่วนตัว น้อยคนและสงบ
  • ความพิเศษ : ธรรมชาติดิบ สายเดินทางผจญภัยจะชอบบรรยากาศ “ไร้ผู้คน” และท้องฟ้ากว้าง
  • การเดินทางและที่พัก : เดินทางไกล ต้องต่อเครื่องจากยุโรป/ไอซ์แลนด์ มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อย ที่พักเน้นชุมชน/lodges
  • ช่วงเวลาแนะนำ : กันยายน - เมษายน
  • ข้อดีของสายทำคอนเทนต์ : ไม่มีมลภาวะแสงมาก ภาพ Aurora ชัดสวยเป็นสายๆ
  • สิ่งที่ควรระวัง : การเดินทางค่อนข้างท้าทาย ค่าใช้จ่ายสูง และบริการท่องเที่ยวมีจำกัด

สวิตเซอร์แลนด์ ( Zermatt / Jungfrau (โอกาสพิเศษ) ) 

  • ไฮไลต์ : แม้ไม่ใช่โซนอาร์กติก แต่ในปี Solar Maximum และสภาพอากาศเหมาะ บางปีสามารถเห็น Aurora เหนือยอดเขาแอลป์ ให้ภาพที่ดูเก๋และโรแมนติกมาก
  • ความพิเศษ : ผสานแสงเหนือกับเทือกเขาแอลป์ ทิวทัศน์แบบยุโรปสูงชัน เหมาะกับคนอยากได้มุมไม่ซ้ำใคร
  • การเดินทางและที่พัก : สวิตเซอร์แลนด์มีโครงสร้างการท่องเที่ยวดีมาก ใช้รถไฟสู่ Zermatt/Jungfrau ง่าย
  • ช่วงเวลาแนะนำ : ธันวาคม - กุมภาพันธ์ (แต่ต้องพึ่ง Solar activity และท้องฟ้าเปิด)
  • ข้อดีของสายทำคอนเทนต์ : ภาพแปลกตา Aurora ทับกับเทือกเขาหิมะ ให้ความรู้สึกเทพนิยาย
  • สิ่งที่ควรระวัง : โอกาสเกิดน้อยกว่าเขตอาร์กติก ต้องยอมรับความไม่แน่นอน

รัสเซีย ( Murmansk / Kola Peninsula )

  • ไฮไลต์ : แถบ Kola Peninsula มีการชม Aurora แบบดั้งเดิม ทั้งความเป็นอาร์กติกและวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • ความพิเศษ : โอกาสเห็นเส้นแสงเหนือชัด และมีทัวร์ขับรถชมในพื้นที่ทุรกันดาร
  • การเดินทางและที่พัก : Murmansk เข้าถึงได้ทางอากาศจากมอสโก ที่พักมีในเมืองและ lodges นอกเมือง
  • ช่วงเวลาแนะนำ : พฤศจิกายน - มีนาคม
  • ข้อดีของสายทำคอนเทนต์ : ท้องฟ้ามืดและน้อยแสงรบกวน เหมาะกับ long exposure
  • สิ่งที่ควรระวัง : ภาษา/โลจิสติกส์อาจเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นชิน ต้องเตรียมทัวร์หรือไกด์ท้องถิ่น

เอสโตเนีย ( Saaremaa / Hiiumaa )

  • ไฮไลต์ : เกาะและชายฝั่งบอลติกให้พื้นหลังเรียบง่าย เหมาะชม Aurora แบบสงบไม่แออัด
  • ความพิเศษ : ใกล้ยุโรปกลาง เดินทางสะดวกกว่าสแกนดิเนเวียหลายจุด และบรรยากาศโรแมนติกในหมู่เกาะ
  • การเดินทางและที่พัก : ขับ/บิน/รถไฟถึงท่าเรือแล้วต่อเรือไปเกาะ ที่พักมีเกสต์เฮาส์แบบบูทิก
  • ช่วงเวลาแนะนำ : กันยายน - เมษายน
  • ข้อดีของสายทำคอนเทนต์ : บริบทชายฝั่ง/ท้องฟ้ามืดเหมาะถ่าย Aurora แบบ diary-style
  • สิ่งที่ควรระวัง : ต้องเช็กสภาพอากาศทะเลและเวลาเรือ

 Tips : ถ่ายรูปแสงเหนือสำคัญ

  • ใช้ขาตั้งที่มั่นคง, ตั้ง ISO ระหว่าง 800–3200 (ขึ้นกับกล้อง), รูรับแสงกว้าง (f/2.8–f/4), ความเร็วชัตเตอร์ 5–25 วินาที แล้วปรับทดลองตามสถานการณ์
  • เตรียมแบตสำรองหลายก้อน (อากาศเย็นทำให้แบตหมดไว)
  • ปิดกันสั่น (IS/VR) ตอนใช้ขาตั้ง

เห็นไหมว่าแสงเหนือจริง ๆ แล้วมีที่เที่ยวให้เราเลือกเยอะมากกก แต่ละประเทศจะมีไฮไลต์ที่แตกต่างกันออกไป ราคาของการไปเที่ยวเพื่อดูแสงเหนือก็แตกต่างกันออกไปอีกเหมือนกัน ฉะนั้นถ้าอยากไปก็ลองเช็กสภาพอากาศของพื้นนั้น ๆ ก่อนก็ได้ค่ะ หรือว่าอาจจะดูเป็นทริปที่มีทัวร์ก็น่าสนใจเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเตรียมทุกอย่างเอาเองตั้งแต่แรกนะคะ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ