ว่าจะถึงวันครบรอบกับคุณแฟนทั้งทีจะให้ไปกินร้านข้าวแกงหน้าปากซอยก็คงไม่ใช่ ในฐานะนักชิม Wongnai เราก็คงต้องหาที่ที่พิเศษหน่อยครับ เปิดแอพเจ้ากรรมประจำมือถือมาก็ได้เจอกับร้านบรรยากาศร่มรื่นเป็นมิตรอย่าง Nowhere Rooftop Bar บนชั้น 6 ของโรงแรม THA City Loft Hotel เอกมัยซอย 6 ครับ ว่าง ๆ ก็ได้เวลาแอบมาเซอร์เวย์กันแล้ว (จุ๊ ๆ เงียบไว้นะครับ)

ร้าน Nowhere เป็นร้านที่เกิดจากการร่วมมือกันจากกลุ่มเพื่อนหลากอาชีพหลากสไตล์ที่อยากได้ที่แฮงก์เอาต์ ตามประสาคนไม่รู้จะไปกินข้าวที่ไหน (“Nowhere - โนแวร์”) จนได้มาจบที่นี่ (“Nowhere - นาว เฮียร์”) เป็น Rooftop Bar บรรยากาศสบาย ๆ ที่สามารถมานั่งเล่นได้ทุกวัน ไม่ว่าจะมาจากไหน อยากทำอะไร แต่งตัวยังไง เราก็จะได้พบกับที่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อสนองความเป็นตัวเราได้ที่นี่!

ด้วยความ “Nowhere” ของทางร้าน การตกแต่งจึงสื่อถึงการเดินทาง ผ่านบันไดที่ทอดยาวตั้งแต่ทางเข้าร้าน ผ่านเคาน์เตอร์บาร์ กลายเป็นโต๊ะตัวยาวสำหรับสังสรรค์ ทอดตัวไปจนเป็นโต๊ะที่นั่งทำงานก่อนจะมุ่งขึ้นไปบนฟ้า ตัวร้านคุมบรรยากาศในโทนสบาย ๆ ประดับด้วยต้นไม้ร่มรื่น มีทั้งโซนในร้านและระเบียงด้านนอกให้เลือกนั่งได้ครับ

มาดูเมนูอาหาร Eurasian ต่าง ๆ ที่เป็นจุดเด่นของร้าน Nowhere กันเลยครับ เมนูแรกเริ่มต้นแบบเบา ๆ เป็น “Watermelon Salad” (240 บาท) จานขึ้นชื่อของร้าน เป็นสลัดแตงโม คลุกกับพาร์เมซานชีส ผักโขมอ่อน ราดด้วยน้ำส้มสายชูซูแม็ก และโรยหน้าด้วยปลาแห้งจากญี่ปุ่นครับ เป็นจานที่ผสมสลัดแตงโมแบบไทย ๆ กับปลาแห้งญี่ปุ่นในสไตล์สลัดแบบยุโรป พร้อมน้ำสลัดจากตะวันออกกลาง รวมความสุขภาพดีจากทั่วโลกเลยครับ

เมนูต่อมาคือ “Moo-Ping Pâté” (350 บาท) ที่ผสมผสานจานแบบไทย ๆ กับความเป็นยุโรปได้อย่างลงตัวและมีสไตล์ ผ่านการนำหมูปิ้งที่เราคุ้นเคยกันมาบดจนเป็น Pâté หรือซอสปาดหน้าสไตล์ฝรั่งเศส คลุกกับพิสทาชิโอ ใช้ช้อนตักแล้วปาดลงไปบน English Muffin เนื้อกรอบนอกนุ่มใน มีเทกซ์เจอร์ที่หยาบเล็กน้อยให้เคี้ยวสนุกลิ้น เพิ่มรสด้วยน้ำจิ้มอาจาดด้วยครับ ต้องลอง!


อีกเมนูของเราเป็น “Shrimp and Chorizo Pasta” (360 บาท) ที่ผสมความเป็นปัจจุบันกับอดีต ด้วยพาสต้าเส้นลิงกวินีผัดกับกุ้ง เห็ด มะเขือเทศ เครื่องเทศอย่างพริกเขียวและกระเทียม และไส้กรอกโชริโซ ไส้กรอกหมูแบบสเปนที่ผ่านกรรมวิธีถนอมอาหารโรมันโบราณครับ เส้นลิงกวินีนุ่ม ๆ เจอกับกุ้งสดเด้งและไส้กรอกรสเค็มออกเปรี้ยว มีความหอมของพาร์เมซานชีส รสกลมกล่อมของซอสพาสต้าแฝงความเผ็ดเล็ก ๆ ให้ซ่าลิ้นครับ


มาถึงของหนักกันบ้าง “Harrissa Pork Ribs” (529 บาท) ซี่โครงหมูชิ้นยักษ์ ย่างมาอย่างดีคลุกกับซอสฮาริซา ซอสพริกแบบแอฟริกัน ให้เราได้เต็มปากเต็มคำกับเนื้อซี่โครงนุ่ม ๆ พร้อมกลิ่นหอมสมุนไพรนานาชนิด แต่ในขณะเดียวกันก็เสนอรสเผ็ดแบบดุเดือด เรียกว่าทั้งเต็มปาก หอมซึ้งและเผ็ดแบบสะใจทีเดียว!

จะเป็น Rooftop Bar โดยสมบูรณ์คงไม่ได้ถ้าขาดค็อกเทลแก้วต่าง ๆ ของที่ร้าน ซึ่งเมนูค็อกเทลที่เราเลือกจากกว่า 30 ชนิดของทางร้านคือ “When Snow Falls in NYC” (350 บาท) ซิกเนเจอร์ของ Nowhere ที่ดัดแปลงจากสูตร New York Sour ที่ใช้ไวน์แดงกับวิสกี ให้เป็นสีขาวด้วยไวน์ขาวและจินแทน ออกกลิ่นหอมของแอปเปิล มะนาว น้ำกุหลาบ อีกแก้วหนึ่งคือ “Mexicano di Florence” (350 บาท) ดัดแปลงค็อกเทลอิตาเลียนอย่าง Negroni ด้วยเมซกัลและเครื่องเทศ ได้ค็อกเทลแก้วแดงรสชาติหนักหน่วงถึงใจ


และเราก็มาจบมื้อกับหวานกันบ้างครับ ของหวานที่เราสั่งไว้เป็น "Poached Pear" (280 บาท) ลูกแพร์ตุ๋นไวน์แดงที่ใช้เวลาทำกว่า 5 ชั่วโมง เสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมวานิลลาและเนื้อแป้งครัมเบิล รสเปรี้ยวฝาดของลูกแพร์ตัดรสหวานของไอศกรีมวานิลลา และหอมหวลกับกลิ่นเนยและไข่ไก่ของแป้งครัมเบิล กินปิดมื้อชื่นใจมาก ฟินสุด ๆ เลยครับ

สำหรับ Nowhere นั้นสมความเป็น Rooftop สบาย ๆ ที่เป็นที่รวมคนจากนานาสาขาชีวิตไว้ในบรรยากาศสบาย ๆ และอาหารรสเลิศ นอกจากนี้ Nowhere ยังจัด DJ Parties, Wine Tasting, Beer Tasting และ Cocktail Pairing Events ที่ตอบสนองความเป็นตัวตนของคนในทุกรูปแบบด้วย ถือว่าเป็น Socialising Space ที่ใครอยากทำอะไรก็จะได้ทำอย่างแท้จริง
การเดินทาง
ร้าน Nowhere อยู่ชั้น 6 ของตึก THA City Loft เอกมัยซอย 6 ครับ วันธรรมดาร้านจะเปิด 17.00 น. เป็นต้นไป สามารถนั่งชิลล์ยาว ๆ ได้เลยล่ะครับ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ร้านจะเปิดตั้งแต่ 11.00 น. ซึ่งจะเสิร์ฟ Brunch สไตล์ Tapas และเปิดยาวไปจนถึงกลางคืนครับ




