#วงในบอกมา
- ร้านอาหารและบาร์คอนเซปต์ social house ; eat drink social music ครบจบในที่เดียวในซอยสุขุมวิท24
- ทางร้านมีโซน Live Seafood สำหรับคนรักซีฟู้ด โดยสามารถเลือกสด ๆ จากในบ่อและนำมาให้เชฟประกอบอาหารได้ทันที!
- ความสดใหม่ของวัตถุดิบ ที่ทางร้านเน้นนำเข้าทั้งจากต่างประเทศและในประเทศไทยตามฤดูกาลและจังหวะเพื่อให้ ได้รสชาติที่ดี อาทิ หอยนางรม ปลากะพง และปลาหมึกยักษ์

ชาวเมืองกรุงฯ แบบเรา ๆ เลิกงานทั้งทีก็ต้องหาร้านอาหารบรรยากาศดีไปนั่งเมาธ์มอยพบปะเพื่อนฝูง หรือนั่งกินอาหารทะเลฟิน ๆ สักมื้อเพื่อชาร์จพลังสักหน่อย! สำหรับวันนี้แพรและชาวแก๊งก็มาให้รางวัลตัวเองด้วยการกินซีฟู้ดฉ่ำ ๆ ที่สำคัญพี่ที่ออฟฟิศแนะนำมาค่ะว่ามี Social House แห่งแรกใน ซ.สุขุมวิท 24 มาเปิด ได้ยินแล้วขอไม่รอช้า รีบมุ่งหน้าไปรอเพื่อน ๆ ก่อนเลยที่ “Octo Seafood Bar” ร้านอาหารสุขุมวิทที่ครบครันด้วยคอนเซปต์ Eat, Drink, Social และ Music แบบนี้เห็นทีต้องนั่งยาวชัวร์!

ทันทีที่ก้าวเข้ามาภายในร้านเป็นต้องชะงักค่ะ เพราะการตกแต่งร้านค่อนข้างเก๋ไก๋และทันสมัยสุด ๆ ด้วยสไตล์ Industrial Marine ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจจากเรือในจินตนาการ อีกทั้งนำวัสดุของเรือโบราณจำลอง เช่น เหล็ก ปูน และไม้ มาสร้างให้เหมือนจริง พร้อมทั้งประติมากรรมปลาหมึกยักษ์ที่เป็น Landmark ของทางร้าน นอกจากนี้พื้นที่ภายในร้านยังกว้างขวางมาก โดยมีทั้งหมด 2 ชั้น แบ่งออกเป็น 6 โซนให้เลือกนั่งตามสไตล์ความชอบเลยค่ะ

ทางร้านแบ่งออกเป็น 6 โซน คือ 1.Zone Live Seafood เน้นซีฟู้ดเป็นหลัก พร้อมทั้งบ่อเลี้ยงสัตว์ทะเลต่าง ๆ ให้เลือกสรร 2.โกดังทะเล ซีฟู้ดไทยดั้งเดิมรสชาติจัดจ้าน สดใหม่ทุกวันจากแม่กลอง ซึ่งทางร้านนำเข้าทุกวันจากฟาร์มปลา อำเภอ แม่กลองที่ตามแบบวิถีดั้งเดิมมามากกว่า 20 ปี ทำให้ปลาของเรานั้นคุณภาพสดใหม่ เนื้อแน่น 3.Salumeria โซนอาหารอิตาเลียนและตะวันตก พร้อมให้บริการ Cold cut, Italian pizza (ชิ้นสี่เหลี่ยม), Soup, Salad, Sandwich, Cheese, Gelato ฯลฯ 4.Ceviche Bar โซนบาร์ ที่ได้แรงบันดาลใจจากทวีปอเมริกาใต้และเป็นที่นิยมมากในประเทศเปรู พร้อมเสิร์ฟซีฟู้ด เย็น สด ใหม่ ที่ให้รสชาติกลมกล่อมเมื่อทานคู่กับตากิล่า และของดอง ของยำ ให้คุณได้เลือกอย่างจุใจ 5.Cutts Sushi Bar โซนอาหารญี่ปุ่น พร้อมเสิร์ฟวัตถุดิบที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด! และ 6.Dr.Fetch บาร์สุดชิกที่นำเอาสโลแกน Ocean laboratory bar ของท้องทะเลมาตกแต่งและสร้างสรรค์ค็อกเทลสูตรพิเศษให้ทุกคนได้ดื่มด่ำอย่างครบรสใน Social Club แห่งนี้ เรียกได้ว่าครบครันทุกความต้องการ และตอบโจทย์ Lifestyle การกินดื่มของชาวกรุงฯ ได้อย่างลงตัวเลยล่ะค่ะ :)

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลามาเริ่มต้นมื้อนี้ด้วยเมนูแนะนำ “Galician Octopus” (580 บาท) ยำปลาหมึกสไตล์อเมริกาใต้ โดยเชฟจะนำปลาหมึกหนวดยักษ์ ที่นำเข้าจากญี่ปุ่นและสเปน มาแช่ในน้ำมะนาวก่อน จากนั้นนำมาคลุกเคล้าด้วยน้ำมะนาวอีกทีพร้อมกับมันฝรั่ง อโวคาโด และมะเขือเทศ กินแล้วเข้ากันดี อีกทั้งยังได้ความหอมจาก Smoked Paprika อีกด้วย


เพื่อไม่ให้ขาดตอนมาต่อกันด้วย “Sea Bass Steak” (380 บาท) สเต๊กปลากะพงที่กัดคำแรกแล้วสัมผัสได้เลยถึงความสด! ซึ่งเมนูนี้เชฟจะนำปลากะพงแล่สดไปกริลล์บนกระทะกับซอส ที่มีส่วนผสมของ เนย ไวน์ขาว และครีม อีกทั้งนำไปตีกับ Tarragon เพื่อให้ได้กลิ่นหอมชวนกิน เสิร์ฟคู่มันฝรั่งทอด และผักแขนง เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ทางร้านแนะนำมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

มากันที่พระเอกของเรากับซีฟู้ดเซตยักษ์! “Fruit of Sea Platter” (2580 บาท) เซตที่รวมเอาซีฟู้ดสุดพรีเมียม มาไว้ในที่เดียวถึง 5 ชนิด คือ หอยแมลงภู่ออสเตรเลีย, หอยนางรม (โดยทางร้านมีนำเข้าจากประเทศไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส ซึ่งแล้วแต่ฤดูกาลและจังหวะ), ปูอลาสก้า, กุ้งลายเสือ และหอยตลับ โดยแต่ละตัวสดจากบ่อเลี้ยงหน้าร้านเลยล่ะค่ะ เป็นเซตที่คนรักซีฟู้ดต้องโดนให้ได้

“Lamb Steaks” (990 บาท) สำหรับสเต๊กแลมป์จานนี้ เชฟมีสูตรเฉพาะโดยการเลาะเนื้อออกจากกระดูกและนำไปย่าง อีกทั้งเน้นที่กลิ่นหอมของสมุนไพรออริกาโน และทีเด็ดคือมายองเนสที่ทางร้านตีเอง เมื่อกินคู่กันกับเนื้อสเต๊กเปื่อยนุ่มแล้วนั้นจึงลงตัวสุด ๆ เลยล่ะค่ะ

ตามมาติด ๆ กับเมนูยอดนิยม “กุ้งซอสมะขาม” (560 บาท) ทางร้านทำออกมาได้ดีทีเดียวค่ะ เพราะนอกจากกุ้งลายเสือไซส์ใหญ่ที่สด กรอบ ด้านรสชาติยังคงไว้ซึ่งความเป็นไทยขนานแท้ หอมกลิ่นซอสมะขาม และไม่หวานจนเกินไป อีกทั้งมีพริกและต้นหอมคอยตัดรสชาติ กินแล้วติดใจจนอยากมาฝากท้องเลยล่ะ


ปิดท้ายมื้อนี้กันด้วยเมนู “ปลาหมึกผัดไข่เค็ม” (270 บาท) ที่พอมาเสิร์ฟเป็นต้องว้าว เพราะต่างจากร้านอื่นทั่วไปที่เน้นผัดแบบขลุกขลิก แต่ของทางร้านจะเป็นการผัดแบบแห้ง ๆ โดยเชฟมีสูตรลับคือนำเฉพาะไข่แดงมา Dehydrate จนแห้งร่วนก่อน จากนั้นนำมายีให้เป็นผง ผัดกับปลาหมึกจนไข่แดงทั้งหมดเคลือบตัวปลาหมึกพอดี สำหรับจานนี้บอกเลยค่ะว่าได้รสชาติไข่เค็มทุกคำจริง ๆ


กินไปพลางนั่งฟังดนตรีจาก DJ ของทางร้านที่คอยมิกซ์เพลงนี่มันช่างเพลิดเพลินจริง ๆ จนดูเวลาเป็นต้องตกใจ เพราะใกล้เวลาร้านจะปิดแล้ว สำหรับใครที่อยากมาลิ้มลองซีฟู้ดคุณภาพดีพร้อมบรรยากาศ Social House สุดผ่อนคลายแบบนี้แล้วล่ะก็สามารถมากันได้เลยค่ะที่ร้านอาหารสุขุมวิท “Octo Seafood Bar” ตั้งแต่เวลา 17:00 - 01:00 น. เลยค่า หรือสามารถติดตามโปรโมชันดี ๆ ได้ที่ www.octoseafoodbar.com และลุ้นรับของรางวัลจากกิจกรรมที่ทางร้านจัดขึ้นทุกเดือน เพียงโพสต์และติด Hashtag #octoseafoodbar #theupbeateatery ที่ Instagram : Octoseafoodbar หรือ Facebook : Octo Seafood Bar ได้เลยค่ะ :)
การเดินทาง
ร้านอาหารสุขุมวิทหรือร้านอาหารทะเล “Octo Seafood Bar” ตั้งอยู่ที่ ซ.สุขุมวิท 24 ถ.สุขุมวิท กรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้โดยรถยนตร์ส่วนตัว หรือรถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 17:00 - 01:00 น. โทรสำรองที่นั่งได้ที่เบอร์ 090-456-9098, 02-261-9899 หรือทาง LINE : @octoseafoodbar (แอดไลน์วันนี้รับส่วนลด 10%)




