#วงในบอกมา
- ลักษณะร้าน “Omotesando Koffee” จะเป็นทรงลูกบาศก์ เปรียบเสมือนพื้นที่ให้บาริสต้าและลูกค้า ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การดื่มกาแฟ ดั่งเช่นพิธีกรรมชงชาของญี่ปุ่น
- เอกลักษณ์ของกาแฟญี่ปุ่นคือกาแฟคั่วกลาง ที่ให้รสสัมผัสไม่เข้มกระแทกจนเกินไป รสจะค่อนข้างละมุน ทำให้สามารถดื่มได้ทุกวัน ทั้งวันแบบไม่เข้มข้นจนปวดหัวตาค้าง ใครที่ชอบกาแฟเข้มสามารถสั่งเพิ่มช็อตได้
- เมล็ดกาแฟอิมพอร์ตจากโรงคั่วที่เกียวโต ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น เป็นโรงคั่วที่มีชื่อเสียงติดสามอันดับแรกของญี่ปุ่นด้วย

เชื่อว่าคอกาแฟที่เคยไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น จะต้องคุ้นเคยกับร้าน “Omotesando Koffee” ด้วยความมีเอกลักษณ์ และลักษณะพิเศษของกาแฟ รวมถึงฝีมือและความเชี่ยวชาญของบาริสต้า ทำให้กาแฟของร้าน “Omotesando Koffee” ได้รับความนิยมมาก ซึ่งคนกรุงเทพฯ อย่างเรา ๆ ต้องเฮกันแล้วค่ะ เพราะตอนนี้ไม่ต้องไปไกลถึงเกียวโตแล้ว มาแค่สยามพารากอนชั้น 3 ก็พอ!

เอกลักษณ์ของกาแฟญี่ปุ่นคือกาแฟคั่วกลาง ที่ให้รสสัมผัสไม่เข้มกระแทกจนเกินไป รสจะค่อนข้างละมุน ทำให้สามารถดื่มได้ทุกวัน ทั้งวันแบบไม่เข้มข้นจนปวดหัวตาค้าง ใครที่ชอบดื่มกาแฟเข้ม ๆ สามารถสั่งแบบเพิ่มช็อตได้ด้วยค่ะ

เมล็ดกาแฟจะอิมพอร์ตจากญี่ปุ่น ไม่ใช้เมล็ดจากไทยเลย เห็นว่าโรงคั่วอยู่ที่เกียวโตประเทศญี่ปุ่น เป็นโรงคั่วที่มีชื่อเสียงติดสามอันดับแรกของญี่ปุ่นด้วยล่ะค่ะ เริ่มด้วย “Iced Omotesando Koffee” (150 บาท) หรืออเมริกาโนเย็น ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยวิธีการสกัดกาแฟดั้งเดิมทำให้ตัวเอสเปรสโซมีบอดี้ที่ดี สะอาด และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมล็ดกาแฟ และยังคงความหวานเอาไว้ได้ดี


เราชอบตรงที่กาแฟของ ร้าน “Omotesando Koffee” จะไม่ใส่ซีรัปเลย ใครชอบดื่มแบบหวานหน่อยสามารถรีเควสต์บาริสต้า ได้เลยค่ะทั้ง “Iced Cafe Latte” (165 บาท) มีความหอมละมุนของนม หรือ “Iced Matcha Latte” (160 บาท) ใช้ผงชาเขียวเข้มข้นนำเข้าจากญี่ปุ่น


สายลาเต้อาร์ตลองสั่งเป็น “Cafe Latte” (135 บาท) สั่งมากินคู่กับ “Kashi Custard Cake” (45 บาท) ขนมคานาเล่ที่รูปทรงเป็นลูกบาศก์ตามสัญลักษณ์ของร้าน ด้านนอกกรอบ ด้านในมีความนุ่ม หอมกลิ่นเนยและน้ำผึ้ง เข้ากันดีมาก ๆ เลยค่ะ

เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน เราเรียกง่าย ๆ ว่ากาแฟฟองปุด “Iced Cappuccino” (155 บาท) บาริสต้าจะนำกาแฟไปปั่นกับนม จากนั้นค่อยโรยผงโกโก้ลงไป ฟองอากาศที่เกิดจากกระบวนการปั่นจะค่อย ๆ ปุดขึ้นมา รสสัมผัสของแก้วนี้จะค่อนข้างเบาและดื่มง่าย หรือจะเป็น “Iced Mochaccino” (175 บาท) เมนูนี้ต่างจากคาปูชิโนตรงช็อกโกแลตซีรัปหอมหวาน ท็อปด้วยวิปครีม และผงโกโก้



สายกาแฟดำเราแนะนำให้ลองเป็น “Hand Drip Koffee” (215 บาท) กาแฟแฮนด์ดริป ที่มี Houseblend ให้เลือกสองเบอร์ คือเบลนด์ที่หนึ่ง เป็นเมล็ดจาก El Salvador, Brazil, Indonesia และ Kenya จะให้เทสต์แบบมีเดียมดาร์ก นัตตี้หน่อย ๆ เห็นว่าเป็นเบสเอสเปรสโซเมนูหลักของทางร้านค่ะ ส่วนเบลนด์ที่สองจะเป็น Guatemala และ Panama ให้เทสต์ค่อนข้างเปรี้ยว ทางร้านจะใช้เบลนด์นี้เป็นหลักสำหรับเมนูแฮนด์ดริปและโคลด์บรูว์ โดยเมนู Single Origin จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทุก 1-2 เดือนใครที่ชอบทดลองเมล็ดใหม่ ๆ สามารถสอบถามบาริสต้าได้เลย!


หากเห็นราคาแล้วสะดุ้งเล็กน้อย ก็อย่าแปลกใจ เพราะคอกาแฟอย่างเราขอการันตีว่า ร้านกาแฟสยามพารากอน "Omotesando Koffee" เมล็ดกาแฟและวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ (รวมไปถึงแก้วกาแฟ) อิมพอร์ตมาจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ไม่ต้องไปถึงต่างประเทศก็ได้ชิมกาแฟดี ๆ แถมอยู่ใจกลางเมือง สะดวกสบาย แล้ว!
การเดินทาง
ใครอยากมาชิมกาแฟสัญชาติญี่ปุ่น สามารถมาลองได้ที่ร้านกาแฟใกล้ BTS สยาม “Omotesando Koffee” ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 โซน North ศูนย์การค้า Siam Paragon เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีสยาม


![[รีวิว] Omotesando Koffee ร้านกาแฟสัญชาติญี่ปุ่นบินตรงสู่สยามพารากอน](https://img.wongnai.com/p/400x0/2019/06/17/4bb6e8b99da94a3caac5fa9a562f75c3.jpg 400w)



