เติมความสุขให้จิตใจแบบฉบับ Home-Style Dining ที่ร้าน "Pata Plantation"
  1. เติมความสุขให้จิตใจแบบฉบับ Home-Style Dining ที่ร้าน "Pata Plantation"

เติมความสุขให้จิตใจแบบฉบับ Home-Style Dining ที่ร้าน "Pata Plantation"

เสพย์บรรยากาศพร้อมเติมความสุข ด้วยอาหารแบบ Home-Style Dining พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวและเพื่อนฝูงที่ร้าน "Pata Plantation"
[Ad] • 11 ก.ย. 2017 · โดย

การทานข้าวที่บ้านคือสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ทุกคนมีความสุข และร้าน "Pata Plantation" ก็อยากมอบสิ่งนั้นให้กับแขกทุกๆคน โดยใช้อาหารโฮมเมดที่คิดค้นและคัดสรรวัตถุดิบมาเป็นอย่างดี ในบรรยากาศร้านที่เงียบสงบ

Pata Plantation
บรรยากาศภายในร้านพร้อม โต๊ะ Long Table
Pata Plantation
บรรยากาศภายในร้าน
Pata Plantation
บรรยากาศภายในร้าน

เมื่อก้าวเข้ามาในร้านความสดชื่นของสีเขียวจากธรรมชาติไม่ได้หายไปเลย แต่กลับถูกตกแต่งไว้อย่างมากมายในร้าน ดูมีสไตล์เและป็นเอกลักษณ์ของร้าน "Pata Plantation" เลยก็ว่าได้ ภายในร้านกว้างขวาง เพดานสูงโปร่ง วางโต๊ะห่างๆ มีที่นั่งหลายโซนหลายสไตล์ให้เลือกนั่ง ความพิเศษที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ของทางร้านคือ Long table ที่จัดไว้สำหรับผู้ที่มาเป็นหมู่คณะอีกด้วย

Pata Plantation

อาหารของ "Pata Plantation" เป็นสไตล์อาหารยุโรปและเอเชียในแบบฟิวชั่น เน้นคอนเซ็ปแบบ home cooking ไม่เน้นขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากนัก เป็นที่เงียบๆ ที่ครอบครัว เพื่อนฝูง จะมานั่งทานอาหารและพูดคุย มีเพลงอะคูสติกเล่นสดในช่วงคำ่คลอเบาๆ สร้างบรรยากาศให้อบอุ่นอีกด้วย

Pata Pizza
"Pata Pizza"
Pata Pizza
"Pata Pizza"
Pata Pizza
"Pata Pizza"

มาถึงร้านสไตล์ Home Cooking ทั้งทีก็น่าเปิดประเดิมกับเมนูที่เน้นให้แบ่งกันทานอย่าง "Pata Pizza" (ราคา 290 บาท) ที่ รวบสองหน้าทั้งสไตล์อิตาเลี่ยนและสไตล์ญี่ปุ่นไว้ในถาดเดียว เป็นพิซซ่าแบบแป้งบางกรอบ ทำจากแป้งหมักเองจึงได้ความหอมสดใหม่ เสิร์ฟร้อนๆ หอมชีสยั่วน้ำลายมาก ใช้ชีส Mozzarella อย่างเต็มที่ เป็นเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้าน

Cheesy Garlic Mussel
"Cheesy Garlic Mussel"
Cheesy Garlic Mussel
"Cheesy Garlic Mussel"
Herbal Fishy Fried
“Herbal Fishy Fried”

ส่วนใครที่ชื่นชอบอาหารทะเลก็ต้องลิ้มลอง "Cheesy Garlic Mussel" (ราคา 280 บาท) หอยแมลงภู่ชิลีที่เนื้อนุ่มหวานมีเอกลักษณ์ เข้ากันได้ดีเป็นอย่างมากกับชีส Mozzarella และกระเทียมที่โรยบนหน้า แล้วค่อยอบจนชีสเยิ้มได้ที่ ควรทานแบบร้อนๆเพื่ออรรถรสแบบเต็มที่ ยังไม่พอสำหรับคนที่ชื่นชอบเนื้อปลา ก็ต้องลอง “Herbal Fishy Fried” (295บาท) ที่ใช้ปลากระพงสดๆทอดจนกรอบนอกฉ่ำใน เข้ากันได้ดีมากๆกับพริกไทยและกระชาย

Finger Licking Wing
"Finger Licking Wing"
Finger Licking Wing
"Finger Licking Wing"

“Pata Plantation” ก็เอาใจคนรักไก่ทอดด้วย "Finger Licking Wing" (150 บาท) ปีกไก่พาทาทอดด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่ม ราดซอสสไตล์เกาหลีหวานหอม ได้รสชาติกลมกล่อมในแบบฉบับของ Pata Plantation เสิร์ฟพร้อมข้าวราดซอสเทอริยากิไว้ทานคู่กัน มีแครอทกับหัวไชเท้าดองรสเปรี้ยว สดกรอบ ไว้ทานตัดเลี่ยน ลงตัวพอดี

Kor-Mhoo Rocket
"Kor-Mhoo Rocket"
Kor-Mhoo Rocket
"Kor-Mhoo Rocket"

"Kor-Mhoo Rocket" (180 บาท) หมูสันคอ เลือกแบบมันน้อย เนื้อนุ่ม ย่างสุกพอดี ราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรพิเศษของทางร้าน รสชาติจัดจ้าน เสิร์ฟพร้อมผักร็อคเก็ต ทานพร้อมกันก็จะได้ความลงตัว เป็นสลัดรสชาติไทยๆ ที่ใครๆก็คุ้นเคยและเข้าถึงง่าย

Ebiko Spaghetti
"Ebiko Spaghetti"
Ebiko Spaghetti
"Ebiko Spaghetti"

เอาใจคนชอบเส้นด้วย "Ebiko Spaghetti" (160 บาท)สปาเก็ตตี้ที่เส้นต้มมาแบบเอลดันเต้ สุกแต่ไม่นิ่มจนเกินไป เสิร์ฟพร้อมปลาหมึกและปลาแห้ง เพิ่ม texture ด้วยไข่กุ้งกรุบๆ เป็นการฟิวชั่นระหว่างญี่ปุ่นและความเป็นอิตาเลียนได้อย่างลงตัว

Mini Dessert Toast
“Mini Dessert Toast”
Fried Banana Almond, Ice Cream
“Fried Banana Almond, Ice Cream”

ทานของคาวกันมาจนเกือบอิ่มทีนี้ก็ถึงคิวของหวานกันบ้าง ซึ่งก็ยังคงคอนเซ็ปต์ ความเป็น Home Cooking ได้อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็น “Fried Banana Almond, Ice Cream” (110บาท)ที่ใช่กล้วยหอมสุกกำลังดี มาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ นำมาชุบแป้งทอดในน้ำมันร้อนๆจนกรอบฟูนุ่มใน ทานพร้อมกับถั่วอัลมอนด์ทอดร้อนๆ และไอศกรีมวนิลลาเย็นฉ่ำ ก็จะได้อรรถรสแบบเต็มที่ ส่วนใครที่ติดใจโตเกียวฮันนี่โทสต์ก็สามารถจัดกันเบาๆกับ “Mini Dessert Toast” (120บาท) ขนมปังชิ้นเล็กอบเนยจนนุ่มได้ที่ เสิร์ฟพร้อมๆกับ ผลไม้ วิปครีม และไอศกรีมวนิลลา ซึ่ง จานนี้ไม่น่าเบื่อเพราะสามารถเลือก Combination ทานได้อย่างตามใจชอบ

Passionate” &“Moody Blu
“Passionate” &“Moody Blu”

ระหว่างรับประทานของหวานก็ต้องมีเครื่องดื่มไว้ตัดเลี่ยนเพิ่มความสดชื่นในอากาศร้อนนี้เป็นธรรมดา สำหรับใครที่อยากดับร้อนแบบชื่นใจ ก็สามารถ enjoy กับอิตาเลียนโซดา อย่าง “Passionate” (95บาท)ที่เป็นการรวมรสอย่างสวยงามระหว่างผลไม้เมืองร้อนอย่าง สาวรส เสริมความหอมสดชื่นด้วย เปลือกเลมอน แถมยังมี lemon spheres ที่จะระเบิดในปาก สร้างความเพลิดเพลินในการดื่มได้ หรือถ้าใครอย่างจะสดชื่นกับรสผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ก็สามารถสั่ง “Moody Blu” (95บาท)

Hot Cocoa
“Hot Cocoa”
Cafe Latte
“Cafe Latte”

นอกจากเครื่องดื่มแบบเย็นชื่นใจแล้ว “Pata Plantation” ก็มีเครื่องดื่มร้อนเอาไว้จิบสบายๆยามบ่ายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น “Hot Cocoa” (60บาท) ที่เสิร์ฟแบบจัดเต็มมากๆพร้อม Marshmellowเพิ่มสีสันและความกลมกล่อม หรือจะเป็น “Cappuccino” (65บาท) ที่ใช้เมล็ดกาแฟยี่ห้อชั้นนำอย่าง Flow Coffee Roasters ที่ผ่านการคั่วมาอย่างดี ผ่านการชงจากมือบารริสต้าผู้ช่ำชองก็จะได้ Latte Art สวยงามน่าถ่ายรูปเก็บไว้พร้อมรสชาติที่นุ่มกลมกล่อม

Pata Plantation
Pata Plantation

สัมผัสอาหารโฮมเมด ที่อร่อย ทานง่ายในคอนเซ็ป family dining อันอบอุ่นของร้าน "Pata platation" พร้อมบรรยากาศที่โอบกอดไปด้วยสีเขียวขจีของธรรมชาติในแบบที่ไม่เหมือนที่ไหน อีกหนึ่งร้านอาหารดีๆ มีสไตล์ที่อยากแนะนำว่าไม่ควรพลาด

Pata Plantation
Pata Plantation

แม้ร้านจะตั้งอยู่ห่างออกจากตัวเมืองสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องการเดินทางสำหรับผู้ที่มีรถ เพราะอยู่ใกล้ทางด่วนซึ่งสามารถลงทางด่วนที่ศรีสมานได้เลย และขับต่ออีกไม่ถึง 10 นาที ด้วยทำเลที่ห่างออกมาทำให้ร้านนี้มีความเงียบสงบอยากไม่น่าเชื่อ ดูจากภายนอกร้านถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่อันแสนร่มรื่น นอกจากนี้ยังมีที่จอด และรับจัดงานเลี้ยงเป็นหมู่คณะ เพราะมีห้องแยกที่สามารถรองรับแขกได้ 30-40 คน เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 8.00 ถึง 22.00 ยกเว้น วันจันทร์ซึ่งจะเปิดตั้งแต่17.30 ถึง 22.00

แผนที่

อยู่ระหว่างซอยพระแม่มหาการุณย์ 17 และ 19
map

การติดต่อ

 Kor-Mhoo Rocket (ราคา 180 บาท)
Phone number : 02-583-1654,081-257-9600,02-961-5544
Instagram : pataplantation
70/36, Soi Tiwanon-Pakkret 56, Ban Mai, Pak Kret, Nonthaburi, 11120, Thailand,ปากเกร็ด