[รีวิว] Pitta's House คาเฟ่ชลบุรี โอบกอดธรรมชาติแบ่งปันความสุขจากหัวใจ
  1. [รีวิว] Pitta's House คาเฟ่ชลบุรี โอบกอดธรรมชาติแบ่งปันความสุขจากหัวใจ

[รีวิว] Pitta's House คาเฟ่ชลบุรี โอบกอดธรรมชาติแบ่งปันความสุขจากหัวใจ

คาเฟ่ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ ให้คุณได้สัมผัสกับป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมกับกินอาหารทั้งไทยและอิตาเลียน ที่จะเติมเต็มความสุขในทุกครั้งที่มา Pitta's House ชลบุรี
[Ad] • 18 ต.ค. 2019 · โดย

#วงในบอกมา

  • คาเฟ่ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ อยู่ใจกลางป่าไม้อุดมสมบูรณ์ เงียบสงบ
  • เน้นเมนูอาหารโฮมเมด พิถีพิถันทุกขั้น และใส่ใจในสุขภาพของลูกค้า
  • รับจองสถานที่เพื่อจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ แบบส่วนตัว ตลอดทั้งงานแต่งงานในสวนป่า และงานสังสรรค์ต่าง ๆ 
อาหารรสชาติดีทำให้คนอารมณ์ดี
อาหารรสชาติดีทำให้คนอารมณ์ดี

ความรู้สึกอ่อนล้าที่สะสมในร่างกาย กัดกร่อนหัวใจที่กระชุ่มกระชวย ร่างกายที่ถอยห่างจากธรรมชาติ อาศัยอยู่ในตึกราบ้านช่องที่ปิดทึบ การทำงานที่วนลูปไปเรื่อย ๆ สายตามองทอดออกไปที่นอกหน้าต่าง เห็นต้นไม้เล็ก ๆ ที่กำลังเติบโต นานเท่าไรแล้วนะที่เราไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ ความสงสัยวนเวียนอยู่ในหัว ภายในชั่วพริบตา ฉันตัดสินใจหยิบหนังสือเล่มโปรดและมุ่งหน้าไปยัง “Pitta's House” คาเฟ่ชลบุรีที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สถานที่ที่ฉันมักเอาไว้ซ่อมแซมจิตใจที่อ่อนล้า

บรรยากาศ “Pitta's House” คาเฟ่บรรยากาศดี ชลบุรี
บรรยากาศ “Pitta's House” คาเฟ่บรรยากาศดี ชลบุรี

เมื่อก้าวเข้ามาในบริเวณร้าน ร่างกายของเราจะสัมผัสได้กับไอเย็นและกลิ่นของธรรมชาติ มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียวของต้นไม้ ประหนึ่งว่าหลุดเข้ามาอยู่ในป่า ฉันสูดหายใจเข้าไปอย่างเต็มปอด ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาค่อย ๆ จางหายไป ภายในร้านก็ตกแต่งแบบเรียบง่ายสไตล์ Loft ผนังเป็นอิฐสีส้มอมน้ำตาล เฟอร์นิเจอร์เป็นไม้ ทำให้เข้ากับบรรยากาศ ที่นั่งของร้าน “Pitta's House” จะมีให้เลือกมากมายทั้งโซนด้านนอกที่รับลมธรรมชาติ และโซนด้านในที่เป็นห้องแอร์ แต่ในทุกมุมของร้าน จะสามารถมองเห็นบรรยากาศของธรรมชาติได้อย่างชัดเจน

การตกแต่งแบบเรียบง่าย สไตล์ Loft
การตกแต่งแบบเรียบง่าย สไตล์ Loft
บรรยากาศ “Pitta's House” ที่แสนอบอุ่น
บรรยากาศ “Pitta's House” คาเฟ่ชลบุรีที่แสนอบอุ่น
นั่งมุมไหนของ “Pitta's House” ก็มองเห็นธรรมชาติ
นั่งมุมไหนของ “Pitta's House” ก็มองเห็นธรรมชาติ

ฉันเลือกนั่งภายในร้าน ในมุมเล็ก ๆ ก่อนจะหยิบเมนูขึ้นมาอ่าน เมนูของทางร้าน “Pitta's House” จะเป็นอาหารนานาชาติมีทั้งไทยและอิตาเลียน รวมทั้งเบเกอรีและเครื่องดื่ม วันนี้เลือกมาพักผ่อนในช่วงเย็น แดดร่มลมตก เลยขอสั่งเป็นเครื่องดื่มผลไม้เย็น ๆ อย่าง “Fresh Fruit Juice” (ราคา 120 บาท) น้ำผลไม้รวมสกัดเย็น การสกัดเย็นแบบนี้ได้คุณค่าทางสารอาหารครบถ้วน โดยที่สีและรสชาติไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ความพิเศษของน้ำแก้วนี้คือจะใช้ผลไม้ตามฤดูกาล ในแต่ละช่วงจะมีความแตกต่างกันของรสชาติ ดื่มแล้วจะรู้สึกสดชื่น ได้กลิ่นของผลไม้อย่างชัดเจน เครื่องดื่มอีกแก้วที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ “Pineapple Puncn Tea” (ราคา 120 บาท) แก้วนี้เป็นน้ำสับปะรดสกัดเย็น รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ความเปรี้ยวจะได้มาจากเสาวรสที่ท็อปอยู่ด้านบน ทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า

“Fresh Fruit Juice” และ “Pineapple Puncn Tea”
“Fresh Fruit Juice” และ “Pineapple Puncn Tea”

ของกินเล่นของที่ร้าน “Pitta's House” ที่หน้าตาแปลกใหม่ แต่ให้ความรู้สึกที่คุ้นเคย กับเมนู “เกี๊ยวหมูราดซอสกะเพรากรอบ” (ราคา 150 บาท) เหตุผลที่เป็นซอสกะเพราเพราะรสชาตินี้ เป็นรสชาติที่คนไทยคุ้นเคย ซอสมีรสชาติจัดจ้าน แต่ไม่ได้เผ็ดจนกินยาก ในส่วนของเกี๊ยวหมู สัมผัสนุ่ม ไส้หมูผสมสัดส่วนอย่างลงตัว เนื้อไม่กระด้าง กินคู่กับซอสกะเพราแล้วลงตัวเป็นอย่างมาก

“เกี๊ยวหมูราดซอสกะเพรากรอบ”
“เกี๊ยวหมูราดซอสกะเพรากรอบ”
รสกะเพราเข้มข้น
รสกะเพราเข้มข้น

ต่อด้วยเมนูอาหารไทยอย่าง “หมูทอด Pitta กับแจ่วบอง เสิร์ฟพร้อมกับข้าวเหนียวดำ” (ราคา 170 บาท) ปกติเราจะเห็นการเสิร์ฟข้าวเหนียวในรูปแบบของการใส่กระติ๊บ แต่ทางร้านเลือกจะใช้ใบตองตึงในการห่อข้าวเหนียวแทน และเมื่อแกะออกมาจะเห็นข้าวเหนียวดำอยู่ข้างใน ที่เลือกใช้ข้าวเหนียวดำเพราะว่ามีประโยชน์กับร่างกายเป็นอย่างมาก หุงออกมาแบบพอดี นุ่ม เมื่อกินกับคู่หมูทอดจะช่วยให้รสชาติหมูโดดเด่นยิ่งขึ้น ส่วนของแจ่วบอง รสชาติกลมกล่อมกำลังพอดี รสไม่โดด เป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน

“หมูทอด Pitta กับแจ่วบอง เสิร์ฟพร้อมกับข้าวเหนียวดำ”
“หมูทอด Pitta กับแจ่วบอง เสิร์ฟพร้อมกับข้าวเหนียวดำ”
 แจ่วบองรสเด็ด
แจ่วบองรสเด็ด

เมนูอาหารไทยอีกเมนูที่ควรค่าแก่การมากินคือ “มัสมั่นหน่องไก่เสิร์ฟกับข้าวไรซ์เบอรี” (ราคา 220 บาท) เมนูความเป็นไทยที่ใส่ความแตกต่างลงไป โดยการใช้ไก่หมักเครื่องเทศจนเข้าเนื้อ ทอดออกมาจนกรอบนอกนุ่มใน รสชาติของไก่จะพอดีกันกับน้ำแกงมัสมั่นที่เข้มข้น และทางร้านจะเน้นอาหารที่มีคุณประโยชน์ จึงเลือกเป็นข้าวไรซ์เบอรี ข้าวนิ่มไม่แข็ง ส่วนตัวแล้วชอบเมนูนี้มาก ๆ

“มัสมั่นหน่องไก่เสิร์ฟกับข้าวไรซ์เบอรี”
“มัสมั่นหน่องไก่เสิร์ฟกับข้าวไรซ์เบอรี”

และถ้าใครที่ชื่นชอบน้ำพริกแบบแห้ง กินกับผักสด ๆ ขอแนะนำ “ข้าวน้ำพริก Pitta ไข่เจียวนุ่มแกล้มกับผักพื้นบ้าน” (ราคา 170 บาท) น้ำพริก Pitta เป็นน้ำพริกสูตรเด็ดของร้าน เป็นน้ำพริกแบบแห้ง ที่ทำมาจากปลารมควัน โดยวัตถุดิบพิเศษที่ใช้คือ หัวกระทือที่มีกลิ่นหอม ชัดเจนกว่าข่า ลองชิมแล้วครบรสมาก ๆ แต่ไม่เผ็ดจนกินยาก คลุกเคล้ากับข้าวข้าวไรซ์เบอรี ตักกินพร้อมกับไข่เจียวนุ่ม ๆ เป็นอะไรที่เข้ากัน ความพิเศษนอกจากน้ำพริกแล้ว ก็ยังมีผักพื้นบ้านที่รับมาจากชาวบ้านในบริเวณนั้น มีทั้ง ดอกขจร, สลิด, มะระ และผักอื่น ๆ ตามช่วงนั้น ๆ รับรองว่าถ้าได้ลองกินแล้วจะอยากกลับมากินอีกแน่นอน

“ข้าวน้ำพริก Pitta ไข่เจียวนุ่มแกล้มกับผักพื้นบ้าน”
“ข้าวน้ำพริก Pitta ไข่เจียวนุ่มแกล้มกับผักพื้นบ้าน”

น้ำพริก Pitta ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ แต่เมนูนี้จะมาในรูปแบบของอาหารอิตาเลียนที่มีกลิ่นอายความเป็นไทย กับเมนู “พาสต้าผัดน้ำพริก Pitta กับกุ้งแม่น้ำ” (ราคา 250 บาท) เส้นพาสต้าต้มในเวลาที่พอดี ทำให้เส้นออกมาเหนียวนุ่ม นำไปผัดกับน้ำพริก Pitta ที่มีรสชาติกลมกล่อม ผัดกับกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ ที่สด เนื้อไม่ร่วน พร้อมกับใส่ชีสลงไปด้วย ผัดกันแบบจานต่อจาน กรรมวิธีแบบยุโรปแต่รสชาติแบบไทย

“พาสต้าผัดน้ำพริก Pitta กับกุ้งแม่น้ำ”
“พาสต้าผัดน้ำพริก Pitta กับกุ้งแม่น้ำ”

เมนูสุดท้ายที่มากี่ครั้งก็ต้องสั่ง นั้นคือ “Calzone Pizza (Ham & Spianch)” (ราคา 350 บาท) ปกติที่มาร้าน “Pitta's House” จะสั่งแต่แบบพิซซ่าหน้าเปิด แต่ครั้งนี้มาลองแบบพิซซ่าหน้าปิด ความรู้สึกตอนกินจะรู้สึกได้ถึงไส้ที่ฉ่ำมาก ๆ กัดแล้วทะลักออกมาจากแป้ง ไส้ข้างในจะเป็นแฮมกับผักโขมรสชาติดี ผักโขมไม่มีกลิ่น แป้งของพิซซ่า เป็นแป้งแบบโฮมเมด ขึ้นแป้งโดเอง ความพิเศษคือ การพักแป้งในความเย็น ทำให้แป้งขึ้นตัวช้า มีเส้นใยโปรตีนที่ต่างจากการขึ้นแบบปกติ เป็นสัมผัสที่ได้มีความแตกต่างจากพิซซ่าที่เคย ๆ กินมา

“Calzone Pizza (Ham & Spianch)”
“Calzone Pizza (Ham & Spianch)” 
ไส้ชุ่มฉ่ำกับแป้งพิซซ่านุ่ม ๆ
ไส้ชุ่มฉ่ำกับแป้งพิซซ่านุ่ม ๆ

นอกจากบรรยากาศที่ดีจะช่วยซ่อมแซมความรู้สึกของเราแล้ว อาหารท่ีรสชาติดีก็ยังช่วยให้เราอารมณ์ดีขึ้นมาได้เช่นกัน และเหตุผลที่ทุกครั้งมา “Pitta's House” แล้วมีความสุข นั้นคงเป็นเพราะร้านนี้เกิดขึ้นจากความรัก รักในธรรมชาติ รักในการทำอาหาร ทำให้ความรักเล่านั้นส่งผ่านมาทางอาหาร และยังส่งผ่านบรรยากาศของต้นไม้ใบหญ้าที่ถูกดูแลด้วยความเอาใจใส่ เป็นการแบ่งปันความสุขให้กับทุกคนที่เข้ามา หากใครกำลังมองหาที่ชาร์จแบตให้กับร่างกายและจิตใจก็อย่าลืมแวะมาที่ “Pitta's House” กันนะคะ ส่วนใครที่อยากอัปเดตร้านใหม่ ร้านดังในภาคตะวันออกก็อย่าลืมกดไลก์ ชลบุรีกินไรดี? กันด้วยนะคะ

การเดินทาง

  • เดินทางมาที่ตำบลหนองขาม อยู่ถัดจากวัดเนินตองมาประมาณ 2 กิโลเมตร จะเจอแยกตรงสถานีอาคารพักน้ำหุบบอน ให้เลี้ยวเข้ามาประมาณ 300 เมตร จะเจอทางเข้าเล็ก ๆ อยู่ด้านขวา ขับตามทางเข้ามาเรื่อย ๆ จะเจอร้าน Pitta's House ค่า
  • เวลาเปิด-ปิด : เปิด อังคาร-ศุกร์ 8.00 น -17.00 น เสาร์ - อาทิตย์ 8.00 น. -21.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ เว้นนักขัตฤกษ์ที่แจ้งในเพจ
  • เบอร์ : 033-047233-4, 063-169-1336

เมนูห้ามพลาด

Calzone Pizza (Ham & Spianch), หมูทอด Pitta กับแจ่วบอง เสิร์ฟพร้อมกับข้าวเหนียวดำ, ข้าวน้ำพริก Pitta ไข่เจียวนุ่มแกล้มกับผักพื้นบ้าน

แผนที่

map

การติดต่อ