สำหรับหนุ่มสาวพนักงานประจำทั้งหลาย วันหยุดยาวก็คือของขวัญล้ำค่าเหมือนได้ Iphone X เลยใช่ไหมล่ะคะ? บางคนวางแผนล่วงหน้าเป็นเดือน ๆ ก็มี ยิ่งใครจะไปทะเล ชุดต้องเป๊ะ บิกินีต้องปัง และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ อาหารซีฟู้ดสด ๆ แต่ไม่ต้องรอวันหยุดยาวอีกต่อไป เพราะร้าน “ระเบียงทะเล” เขาเพิ่งยกความสดขึ้นจากอ่าวไทยให้ได้ฟินกันถึงกรุงเทพฯ แล้ว! พิกัดก็ใกล้เวอร์ แค่บางนา-ตราด สำหรับรสชาติและความสดแพรขอยืนยันนอนยันเลยว่า ห้ามพลาด!


แค่ก้าวขาเข้ามาในร้านก็ได้บรรยากาศเหมือนล่องเรือสำราญเสพบรรยากาศชิลล์ ๆ ชิค ๆ แต่ไม่ได้หรูจนรู้สึกเข้าไม่ถึงแต่อย่างใดค่ะ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบาย ๆ เหมาะแก่การชวนเพื่อนหรือครอบครัวมาเมาท์มอยกันสุด ๆ


จุดเริ่มต้นของร้านเขาก็ไม่ธรรมดาเพราะได้แรงบันดาลใจมาตั้งแต่รุ่นอาม่า ผู้เคยทำศูนย์อาหารจีนที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสมุทรปราการ สืบมาถึงรุ่นของคุณพ่อ จึงได้นำสูตรอาหารพิเศษจากร้านนั้นมาปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น ซึ่งทุกเมนูจะมาจากรธรรมชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบและความตั้งใจในการปรุงแต่งรสของเชฟ โดยไม่ใส่ผงชูรสแม้แต่จานเดียว เลิศขนาดนี้ ปรบมือให้เลยค่ะ! โดยทางร้าน “ระเบียงทะเล” เน้นไปที่อาหารทะเลสด ๆ นำเอาวัตถุดิบขึ้นชื่อจากหลาย ๆ ที่มาสร้างสรรค์เมนู ไม่ว่าจะเป็นหอยจากทะเลใต้ หรือปูทะเลอันดับ 1 จากสมุทรปราการ รสชาติและคุณภาพวัตถุดิบจึงเป๊ะปังราวกับอาหารในโรงแรมหรู แต่นำเสนอราคาเป็นกันเอง ตอบโจทย์มนุษย์เงินเดือนอย่างเราจริง ๆ ค่ะ


พูดถึงเมนูซีฟู้ดสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ “ปูทะเล” ทางร้านก็มีทีเด็ดอย่าง “ปูทะเลผัดซอสไข่เค็ม” (เริ่มต้นที่ 570 บาท/ราคาตามน้ำหนัก) เนื้อปูคือสดมากค่ะ เนื้อแน่น หวาน ผัดเคล้าซอสไข่เค็ม ได้รสชาติระหว่างความเค็มและความมันที่เข้าขากันได้ดี ตัดเลี่ยนเล็กน้อยด้วยผักนานาชนิด ทั้งพริกหยวก ต้นหอม หัวหอมใหญ่ และพริกชี้ฟ้า กินแล้วมันปาก คุ้มค่ากับการแกะ


เมนูต่อไป แพรขอพาดิ่งลงใต้ กับ “หอยมะระซาชิมิ” (400 บาท) ที่หายากมากกกก จับได้จากทะเลใต้เท่านั้น! จุดเด่นคือความสด เนื้อกรอบเด้ง ไม่มีกลิ่นคาว และยังมีตับหอยที่ลวกผ่านน้ำร้อน สำหรับคนไม่เคยกิน รสชาติเขาจะมัน ๆ เคี้ยวเพลิน จิ้มกินกับซอสโชยุเพื่อคงความหวานแบบธรรมชาติของหอย พูดเลยว่าสดกว่านี้ก็ดำลงไปจับแล้วแงะกินตรงนั้นแล้วค่ะ


ต่อเนื่องยาว ๆ สไตล์หอย ๆ กับเมนู “หอยจอบนึ่งกระเทียม” (ตัวละ 70 บาท/สั่งขั้นต่ำ 3 ตัว) ขั้นแรกเขานำหอยจอบเป็น ๆ ไปลวกในน้ำเดือดในเวลาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้หอยแข็งและเหนียวก่อน จากนั้นก็นำไปนึ่งพร้อมซอสซีอิ๊วสูตรพิเศษของทางร้าน เพิ่มความหอมด้วยกระเทียมจีนสับ รากผักชี และพริกไทย เพิ่มความเก๋ไปอีกด้วยการเสิร์ฟมาในเปลือกหอย ซึ่งตัวหอยนั้นมีทั้งส่วนเนื้อและเอ็น เนื้อจะนุ่มละมุนลิ้น ส่วนเอ็นจะกรุบ ๆ ใครชอบแบบไหนก็เลือกฟินได้เลยยย


สำหรับใครที่กำลังคิดว่ามาร้านแบบนี้ ถ้าจะสั่งเมนูปลาก็คงไม่พ้น ปลาทอดราดน้ำปลา เพราะกินได้ทั้งเด็กผู้ใหญ่ ไม่กินเผ็ดก็กินได้ ตอบโจทย์ทุกคน แต่! แพรขอเสนอทางเลือกใหม่ที่สมานฉันท์ไม่แพ้กัน กับเมนูน้องใหม่อย่าง “ปลากะพงซอสส้ม” (350 บาท) ปลากะพงที่ใช้คือไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากความสด คือมันสดมาก เวลาทอดเนื้อเลยฟูฟ่องแถมกรอบนอกนุ่มใน ความเด่นคือกลิ่นหอมของซอสส้ม ที่ใส่ทั้ง ขิง พริก ตะไคร้ แครอท ถั่วลิสงคั่ว รสชาติหวานและเปรี้ยวนำ กับความเผ็ดแบบมดกัด กินพร้อมกันคือนัวลื้มมมมม

กินแต่ทอด ๆ ผัด ๆ ก็คงเลี่ยนแย่ มาเติมความแซ่บให้มื้อนี้ด้วยเมนู “ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว” (250 บาท) ปลาหมึกกล้วยสดเนื้อเด้ง ไข่แน่น ๆ เน้น ๆ แบบตักไปตรงไหนก็เจอ แถมยังปรุงด้วยความชำนาญเพื่อให้คุณภาพของเนื้อปลาหมึกที่สุกพอดี ไม่เหนียว กินกับน้ำนึ่งรสแซ่บ เผ็ด เค็ม เปรี้ยว ครบเครื่อง และยังมีความหอมของรากผักชีช่วยดับกลิ่นคาว รสชาติกับราคาดีงามขนาดนี้มอบมงให้ไปเลยค่ะ


มาถึงตรงนี้เพื่อน ๆ ทุกคนคงกำลังกรีดร้องอยู่ในใจว่า ไหนล่ะกุ้ง กุ้งข้าอยู่ไหน! ที่ขออุบเมนู “กุ้งก้ามกรามเผา” (จานเล็ก 330 บาท/จานใหญ่ 650 บาท) เอาไว้ก่อน เพราะนี่คือความอลังการบานตะไทของมื้อนี้ เพราะกุ้งเค้าสดแบบต้องกราบ เนื้อแน่น เด้ง หวาน มันกุ้งก็เยิ้มหอมมัน เคล็ดลับของเขาคือการใช้ไฟอ่อนค่อย ๆ ย่าง เพื่อให้ความหอมจากเปลือกกุ้งค่อย ๆ ออกมา เวลากินจะได้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ จิ้มกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดที่เด็ดดวงสุด ๆ รสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ครบรส แล้วเขาใช้เฉพาะมะนาวแท้ ๆ ทำให้หอมเตะจมูก แถมยังไม่ผสมน้ำเปล่าให้รสจืดจาง ทำให้น้ำจิ้มซีฟู้ดเข้มข้นจนอยากยกซด ถ้าไม่ติดเรื่องไต ทำได้ก็จะทำค่ะ!




แพรคงไม่สามารถจบมื้อนี้ไปได้แน่นอน ถ้าไม่มีของหวาน! จึงขอสั่งเมนู “บัวลอยเผือกมะพร้าว” (85 บาท) มาล้างปาก พอได้ลองชิมแล้วอยากจะวิ่งกระโดดไปในสวนมะพร้าว เพราะเขาจัดเต็มทั้งเนื้อมะพร้าวที่กลิ่นหอมเวอร์ และน้ำกะทิเลือกใช้เฉพาะหัวกะทิ เพื่อให้ได้ความหอมมันเต็ม ๆ คำ ส่วนน้องแป้งเผือกก็นุ่ม หนึบ เคี้ยวแล้วเด้งสู้ฟันสุด ๆ รสชาติโดยรวมแล้วหวานกำลังดี และอีกเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ “ไอศกรีมกล้วยหอมวานิลลา” (120 บาท) กล้วยหอมหวาน ๆ โรยด้วยน้ำตาลทราย แล้วใช้ไฟเบิร์นจนเป็นคาราเมลกรอบ ๆ กินคู่กับวาฟเฟิลสูตรของทางร้านและไอศกรีมวานิลลา ปิดท้ายด้วยการราดซอสช็อกโกแลตลงไปเต็ม ๆ ได้กินของหวานล้างปากทั้งแบบไทย ๆ และสไตล์ฝรั่ง จบมื้อนี้ไปอย่างสวยงามเหมือนละครจบบริบูรณ์ แฮ่!



เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อน ๆ เต็มอิ่มกันสุดฤทธิ์กับซีฟู้ดสด ๆ แถมจบอย่างสวยงามด้วยของหวานฟิน ๆ ถ้าใครอยากลองมาชิม ร้าน “ระเบียงทะเล” ก็มาไม่ยากเลยค่ะ ใครที่มีรถก็ขับมาตามเส้นบางนา-ตราด ให้สังเกตร้านอยู่ฝั่งเดียวกับอินเด็กซ์ลีฟวิ่งมอลล์ เลยมาประมาณ 500 เมตร หรือถ้าใครมา BTS ให้ลงสถานีบางนาจะใกล้ที่สุด สามารถนั่งแท็กซี่ต่อมาอีกไม่นานก็ถึงค่ะ
และความพิเศษอีกอย่างของร้านก็คือ เขาอำนวยความสะดวกให้กับคนชราและคนพิการ มีทางลาดให้รถเข็น แถมห้องน้ำก็มีแยกสำหรับคนชราและคนพิการโดยเฉพาะ เลิศไปอีก! และสามารถติดตามโปรโมชันต่าง ๆ ได้ทาง Line@ (@rabiengtale) และ Facebook ระเบียงทะเล (rabiengtale) เลยค่า สำหรับวันนี้แพรขอลาไปก่อน ครั้งหน้าจะพาไปกินอะไรเด็ด ๆ รอติดตามกันได้เลยค่ะ




“Favourite seafood for your favourite time”
อาหารทะเลที่โปรดปราน กับ ช่วงเวลาที่แสนพิเศษ

