Rain Hill  โอเอซิสของอร่อย และที่พักผ่อนใจกลางเมือง
  1. Rain Hill โอเอซิสของอร่อย และที่พักผ่อนใจกลางเมือง

Rain Hill โอเอซิสของอร่อย และที่พักผ่อนใจกลางเมือง

ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด ริมถนนสุขุมวิท หากคุณรู้สึกหิวขึ้นมา หรือแค่อยากหาที่นั่งนักพักสงบๆ เพี้ยงเลี้ยวรถ หรือเดินเลี้ยวเข้ามาที่นี่ ที่ "Rain Hill"
writerProfile
7 ม.ค. 2013 · โดย

ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด ริมถนนสุขุมวิท หากคุณรู้สึกหิวขึ้นมา หรือแค่อยากหาที่นั่งนักพักสงบๆ เพี้ยงเลี้ยวรถ หรือเดินเลี้ยวเข้ามาที่นี่ ที่ "Rain Hill" แห่งนี้ แล้วคุณจะพบกับม่านต้นไม้เขียวขจีท่ามกลางป่าคอนกรีต และร้านอาหารอร่อยๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในสวนแนวตั้งของคอมมิวนิตี้ มอลล์เล็กๆ แห่งนี้ไม่ว่าในตอนนั้นคุณจะอยู่ในอามรมณ์ไหน หิวหนักๆ หิวน้อยๆ แค่อยากหาที่นั่งพัก แค่อยากหลบนถติด หาที่นั่งเมาท์เคล้าการกินอาหารกับเพื่อนๆ หรือหาที่นั่งทำงาน นั่งประชุมนอกสถานที่ "Rain Hill" ก็มีให้คุณหมด ครบทุกฟังค์ชั่นหิวหนักๆ ต้องนี่!!!"ส้มตำดอกรัก" แซ่บๆ แบบฟิวชั่น"

ถ้าอยู่ในอารมณ์ที่กำลังมองหาร้านอาหารสักร้านให้นั่งกินข้าวกลางวัน หรือมื้อเย็น ในรสชาติไทยๆ แต่แตกต่างออกไปจากที่เคย "ส้มตำดอกรัก" ก็เป็นตัวเลือกที่ดี ด้วยเมนูอีสานพบญี่ปุ่นในแบบฟิวชั่น และเพื่อสุขภาพ รสชาติจัดจ้านกำลังดี และแปลกใหม่่ไม่เหมือนใคร ถ้ากลัวอ้วน และอยากอิ่มแบบพอดีๆ ลอง "ตำโรลแซลมอนรมควัน" (ราคา 240 บาท) เมนูสุดจี๊ด ที่เอาแซลอมนรมควันรสเค็มแบบนุ่มๆ มาม้วนแอปเปิ้ลเขียวแดงรสเปรี้ยวปรี๊ดหั่นเป็นเส้นๆ เสิร์ฟคู่กับน้ำยำแบบส้มตำไทยที่ใส่ทั้งถั่วลิสง และกุ้งแห้ง รสชาติเค็มๆ หวานๆ เผ็ดเล็กน้อยกำลังดี หรือเมนู "ตำแอปเปิ้ลมะม่วงทูน่าฟู" (ราคา 120 บาท) ส้มตำแอปเปิ้ลเขียวแดงรสเปรี้ยวกลมกล่อม ควงคู่มากับทูน่าที่ทอดจนฟูกรอบ โรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดกรอบ แปลกและอร่อยไม่เหมือนใคร

"ตำโรลแซลมอนรมควัน"

"ส้มตำดอกรัก"

"ตำแอปเปิ้ลมะม่วงทูน่าฟู"หรือถ้านึกอยากกินส้มตำที่รสจัดกว่านี้ แต่ก็ยังไม่ทิ้งความแปลกแหวกแนว ต้องลองสั่ง "ส้มตำดอกรัก" (ราคา 180 บาท) ส้มตำสามรส กินคู่กับปูนิ่มทอดกรอบ ที่พอโดนน้ำส้มตำเปรี้ยวหวานเค็ม และเผ็ดนิดๆ ซึมซาบเข้าไปถึงเนื้อใน แล้วก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยมากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

"ส้มตำเทมปุระมากิ"

เปลี่ยนข้าวเป็นเส้นขนมจีนและผัก

"ส้มตำทงคัตสึข้าวมัน"ส่วนใครที่อยากได้เมนูที่หนักท้อง และอิ่มจริงจัง ก็ต้องสั่งเมนูที่คาร์โบไฮเดรตสักหน่อยแล้ว ลอง "ส้มตำเทมปุระมากิ" (ราคา 150 บาท) รวมมิตรความอร่อยที่นำเสนอในรูปแบบครึ่งอีสาน ครึ่งญี่ปุ่น ด้วยการเอาเส้นขนมจีน เส้นแครอต เส้นมะละกอ ปูอัด และถั่วฟักยาวมาม้วนแบบข้าวห่อสาหร่าย เสิร์ฟคู่กับเห็ดเข็มทองชุบแป้งทอด แล้วจิ้มด้วยน้ำส้มตำรสจัด หรือจะลองเมนูกึ่งไทยโบราณ กึ่งญี่ปุ่น อย่าง "ส้มตำทงคัตสึข้าวมัน" (ราคา 120 บาท) เมนูสุดครีเอต ที่หยิบเอาข้าวมันส้มตำ(ไทย) แบบโบราณที่หุงข้่าวก้บน้ำกะทิจนหอมมัน ที่เดี๋ยวนี้หากินยากขึ้นทุกที มาประยุกต์ให้กินคู่กับหมูทอดทงคัตสึกรอบๆ แบบญี่ปุ่น เป็นความอร่อยที่ลงตัวเกินคำบรรยาย แล้วปอดท้ายตัดความเลี่ยนของข้าวมันกับหมูทอด ด้วย "ต้มแซ่บกระดูกอ่อน" (ราคา 150 บาท) ซี่โครงแก้วกรุบกรอบกับน้ำแกงต้มแซ่บรสเปรี้ยวจี๊ดจัดจ้าน อร่อยเด็ดจนหยดสุดท้าย

"ต้มแซ่บกระดูกอ่อน"

ในร้านมีที่นั่งที่ดูเป็นส่วนตัวมื้อนี้นอกจากจะอิ่มอร่อย และดีต่อสุขภาพแล้ว ตัวร้านยังโปร่งโล่งสบาย ให้นั่งพักกายใจได้ชิลล์ๆ อีกด้วยจิบไวน์ ชิล์ๆ กับเพื่อนๆ ที่ "Wine Conection"

เวลานัดเจอกับกลุ่มเพื่อน ร้านที่เหมาะที่สุด คือร้านที่กว้างขวาง โล่งโปร่งสบาย มีมุมให้เลือกนั่งได้หลายมุม มีโต๊ะที่ตัวใหญ่พอให้นั่งกันได้หลายๆ คน มีอาหารอร่อยๆ ที่สามารถสั่งมาแชร์กันได้ และมีเครื่องดื่มมึนเมาให้สั่งมากรึ่มๆ ประกอบการสนทนาที่ออกรสออกชาติกับเพื่อนๆ ได้ และที่สำคัญต้องนั่งได้นาน และปิดดึกๆ

โจทย์ทั้งหมดที่ว่ามานี้ "Wine Connection" ที่ "Rain Hill" ก็เหมาะสุด เพราะมีครบทุกอย่างที่ว่ามานี้ ถ้าเดินเข้ามาในร้าน ก็จะไม่แปลกใจเลย ที่เห็นเพื่อนกลุ่มใหญ่ ทั้งไทยและต่างชาติ นั่งกินอาหารไปพลาง จิบไวน์ไปพลาง และพูดคุยสนทนากันอย่างออกรสชาติ เพราะด้วยตัวร้านที่โล่งโปร่ง ด้วยเพดานที่สูง และกระจกใสรอบด้าน ชมวิวด้านนอกได้เต็มที่ แต่ก็ยังมีต้นไม้สีเขียวสดช่วยบังสายตาจากภายนอกได้ในระดับนึง ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด และรู้สึกว่าเป็นที่ที่เหมาะจะนั่งได้นานๆ พร้อมสั่งเมนูที่เหมาะจะสั่งมาแชร์กันในหมู่เพื่อนๆ อย่าง "Cold Cut Platter" (ราคา 290 บาท) แพลตเตอร์ถาดใหญ่ที่ประกอบด้วยแอมหลากหลายชนิด เช่น "Serrano Ham" แฮมเลิศรสจากสเปนชิ้นบางๆ "Chorizo" ไส้กรอกหมูเนื้อสีแดงสไลซ์เป็นชิ้นบางๆ รสชาติเค็มๆ มันๆ และ Salami กับ Pâté ตัดเลี่ยนด้วย Pickled Vegetable (ผักดองแบบฝรั่ง) สั่งเมนูนี้มาแกล้มกับไวน์แดงจากอิตาลี "Tinazzi" ( ราคาแก้วละ 290 บาท) ที่กรุ่นกลิ่นและรสของพรุนและเชอร์รี่จางๆ

"Cold Cut Platter"

"Chorizo"

ไวน์แดงจากอิตาลี "Tinazzi"หรือถ้าอยากได้เมนูรสเบาๆ มาแกล้มไวน์ แบบไม่ข่มรสชาติของไวน์ "Tomato & Mozzarella Salad" (ราคา 180 บาท) สลัดมะเขือเทศสดๆ ฝานเป็นแว่นใหญ่ เคียงคู่มากับมอซซาเรลลาชีสชิ้นโต ราดด้วยเพสโตซอส รสชาติเบาๆ และแกล้มไวน์ได้เรื่อยๆ

"Tomato & Mozzarella Salad"

"Green Fettuccine with Goat Cheese & Rocket"

ไวน์ขาวจากนิวซีแลนด์อย่าง "Overstone"แต่ถ้าอยากได้อะไรที่หนักท้องกว่านั้น เมนูพาสต้าก็น่าลอง "Green Fettuccine with Goat Cheese & Rocket" (ราคา 220 บาท) เส้นเฟตตูชินี่สีเขียวกับผักร็อกเก็ต Dried Tomato ฟักทอง และชีสนมแพะ รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศอบอวล มีรสเผ็ดนิดๆ เหมาะกับคนที่อยากอิ่มแบบหนักๆ แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะรักสุขภาพด้วยผักที่เสริมเข้ามา

"Grilled Tuna Steak & Sesame Crust"

เนื้อทูน่ากึ่งดิบกึ่งสุกชุ่มฉ่ำตบท้ายด้วยเมนูสีสวยสดใสอย่าง "Grilled Tuna Steak & Sesame Crust" (ราคา 380 บาท) สเต็กปลาทูน่าที่เคลือบผิวหน้าด้วยงาขาวงาดำหอมๆ แล้วเอาไปกริลล์ให้สุกเฉพาะข้างนอก ส่วนเนื้อด้านในยังคงความดิบและรสชาติหวานๆของปลาเอาไว้ เสิร์ฟมาคู่กับเฟตตูชินี่เส้นดำ และซัลซ่าผักนานาชนิด ทั้งมะเขือเทศหั่นเต๋า แครอต พริกหวาน และดริลล์ รสชาติหวานๆ ของปลาทูน่ากึ่งดิบกึ่งสุกเข้ากันได้ดีดีกับกองผักด้านล่างที่รสชาติออกเปรี้ยวๆ เค็มๆ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่สั่งมาแชร์กันได้สบาย แล้วจิบไวน์ขาวจากนิวซีแลนด์อย่าง "Overstone" (ราคาแก้วละ 240 บาท) ที่หอมกลิ่นและรสผลไม้ไปด้วย จะช่วยให้เมนูนี้อร่อยยิ่งขึ้น

อิ่มกับเมนูเส้น แบบบริการตัวเองที่ "มารุกาเมะ เซเมง"

ส่วนใครที่ชื่นชอบเมนูเส้นแบบญี่ปุ่น อาจจะลองเปลี่ยนจากราเมงที่คุ้นเคย มาลองอุด้งดูบ้างก็ได้ ที่ร้าน "มารุกาเมะ เซเมง" ร้านอุด้งเก่าแก่นำเข้าจากญี่ปุ่น ที่เป็นร้านแบบบริการตัวเอง แถมยังทำเส้นอุด้ง และเครื่องเคียงอย่างเทมปุระกันสดๆ ในครัวเปิดหน้าร้านอีกด้วย

"อุด้งเนื้อ/หมู"

"เทมปุระไข่มะตูม"อุด้งเส้นเหนียวนุ่มเข้าคู่กับน้ำซุปหลากหลายแบบ ทั้ง "อุด้งเนื้อ/หมู" ที่มีน้ำซุปหวานอร่อย ผสานกับเนื้อวัวหรือเนื้อหมูผัดซอส เข้าคู่กับเส้นอุด้งเหนียวนุ่ม (เนื้อ ชามเล็ก 95 บาท/ธรรมดา 115 บาท/ใหญ่ 135 บาท และหมู ชามเล็ก 89 บาท/ธรรมดา 109 บาท/ใหญ่ 129 บาท) กินคู่กับเทมปุระไข่มะตูม (ลูกละ 29 บาท)

"อุด้งแกงกะหรี่ (เนื้อ)"

แป้งเทมปุระกรอบเอาไว้โรยหน้าอุด้ง

เทมปุระกุ้งหรือถ้าอยากได้รสชาติเข้มข้นสุดๆ ก็ต้อง"อุด้งแกงกะหรี่ (เนื้อ)" ที่หอมกลิ่นเครื่องเทศแกงกะหรี่ ที่ซึมลึกเข้าไปถึงเนื้อในของอุด้ง โปะไข่ลวกออนเซนเด้งๆมาด้วย แล้วกินคู่กับเทมปุระกุ้งที่ทอดกันสดๆ ใหม่ๆ ที่หน้าร้าน โรยด้วยต้นหอมและแป้งเทมปุระกรอบๆ (เล็ก 105 บาท/ธรรมดา 125 บาท/ใหญ่ 145 บาท)

"คามะอาเกะ อุด้ง"

จุ่มน้ำซุปบุคคาเกะให้ชุ่มแต่ถ้าอยากกินอุด้งแบบต้นตำรับของ "มารุกาเมะ เซเมง" ก็ตองลองสั่ง "คามะอาเกะ อุด้ง" (ธรรมดา 89 บาท/ใหญ่ 109 บาท) ซี่งรูปร่างหน้าตาเรียบง่ายแต่อร่อยเด็ด และมีวิธีการกินที่ที่แตกต่างจากอุด้งแบบอื่น คือต้องเอาเส้นอุด้งที่แช่น้ำอุ่นอยู่ในตะกร้าไม้ เวลาจะกินก็เอาเส้นอุด้งลงไปจุ่มลงในน้ำซุปบุคคาเกะที่หอมกลิ่นโชยุ กินคู่กับเทมปุระผักรวมกรอบๆ หวานๆ (ชิ้นละ 29 บาท)

"เมนไต คามะทามะ อุด้ง"แล้วก็ใช่ว่าจะมีแต่อุด้งแบบน้ำเท่านั้น อุด้งแบบแห้งก็มีเช่นกัน กับเมนู "เมนไต คามะทามะ อุด้ง" (ธรรมดา 119 บาท/ใหญ่ 139 บาท) อุด้งสูตรพิเศษที่คลุกเคล้าเส้นอุด้งเหนียวนุ่มกับไข่ออนเซ็นจนไข่เคลือบเส้นอุด้งไว้จนหมด แล้วโรยหน้าด้วยไข่ปลาเมนไตโกะ และสาหร่าย ก่อนกินก็คลุกเคล้าทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วกินคู่่กับเทมปุระไก่ (ชิ้นละ 29 บาท) จะได้ลิ้มรสความอร่อยแบบสุดๆ

รีดแผ่นแป้ง

ลวกเส้นแบตั้งเวลาเป๊ะๆ

ล้างน้ำเย็นเพื่อ Stop Cooking ให้เส้นเหนียวนุ่ม

ทอดเทมปุระกันสดๆ ใหม่ๆ เทมปุระจึงกรอบตลอดเวลาเป็นมื้อที่หนักท้อง และมีประโยชน์ครบถ้วนจริงๆหิวน้อยๆ หรือแค่อยากนั่งพัก นั่งทำงานแต่กับบางคน ก็แค่อยากจะหลบลี้หนีจากอากาศร้อนๆ บนท้องถนน หรือหนีรถติดสำหรับคนที่มีรถ แล้วหาที่นั่งพักสบายๆ ในแอร์เย็นฉ่ำ หรือแค่อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน หรือการรปะชุมย่อย จากตึกอับทึบมาสู่บรรยากาศ Open Air ที่ร่มรื่นและมีสีเขียวๆ ให้พักสายตา และมีเครื่องดื่มร้อนเย็น พร้อมขนม หรือ Snack อร่อยๆ ให้กินรองท้อง ร้านเหล่านี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจหาอะไรเย็นๆ กินให้ชื่นใจกับไอศกรีมโฮมเมดที่ "Tropical Monkey"

แดดร้อนๆ ตอนกลางวันลองหาอะไรเย็นๆ ชื่นใจๆ อย่างไอศกรีมโฮมเมดที่ปั่นไอศกรีมกันสดๆ ในร้าน และเป็นไอศกรีมที่สดใหม่ ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งสิ้น กินแล้วดีต่อสุขภาพอีกด้วย อย่างไอศกรีมซอร์เบต์ที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติล้วนๆ เช่น "ไอศกรีมซอร์เบต์อัญชัน - น้ำผึ้ง - มะนาว" รสชาติเปรี้ยวอมหวาน เย็นชื่นใจ และได้ดีฟ้าสวยๆ จากน้ำดอกอัญชัน หรือถ้าอยากดับร้อนและแก้ร้อนใน "ไอศกรีมซอร์เบต์แตงโม" รสหวานนวลๆ แบบธรรมชาติที่แท้จริงของแตงโม กินแล้วชื่นใจดับร้อนได้ดีทีเดียว แต้ถ้าชอบกินไอศกรีมรสชาตินมๆ เนยๆ "ไอศกรีมกล้วยหอม - ชีส" ที่ใส่ชีสชิ้นเล็กๆ ลงไปด้วย เวลาเคี้ยวไปจะเจอชีสชิ้นเล็กๆ หนึบหนับๆ เคี้ยวเพลิน และเข้าคู่กับไอศกรีมรสกล้วยหอมหวานๆ ด้วย

(จากหน้าสุด) "ไอศกรีมซอร์เบต์อัญชัน - น้ำผึ้ง - มะนาว" / "ไอศกรีมซอร์เบต์แตงโม"/ "ไอศกรีมกล้วยหอม - ชีส"

"Banoffee Ice - Cream Pie"

"Layered Ice Pop"ส่วนคนที่อยากลองอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ "Tropical Monkey" ก็มีไอศกรีมที่ดีไซน์ออกมาให้เป็นการผสมผสานระหว่างขนมเบเกอรี่กับไอศกรีม ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ทำได้อย่างลงตัวมากๆ โดยเฉพาะเมนู "Banoffee Ice - Cream Pie" (ราคา 120 บาท) ไอศกรีมพายที่ชั้นล่างสุดเป็นแครกเกอร์กรอบๆ บดละเอียดรองอยู่ด้านล่างเหมือนขนมชีสพายนั่นแหละ ส่วนตรงกลางเป็นไอศกรีมรสชาติหวานๆ มันๆ แล้วท้อปปิ้งด้วยกล้วยหอมสไลซ์เป็นชิ้นบางๆ ราดทับด้วยคาราเมลซอส และโรยด้วยช็อกโกแลตชิฟ เป็นเมนูที่สร้างสรรค์ และกระตุ้นจินตนาการให้คาดเดารสชาติของไอศกรีม ก่อนจะตักคำแรกเข้าอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว

"Hot Chocolate"

บราวนี่ และคุ้กกี้ Rocky Road แบบโฮมเมด

ไอศกรีมลิ้นจี่ - มินท์ที่เพิ่งปั่นเสร็จสดๆ ร้อนๆแต่ถ้าอยากได้อารมณ์สนุกๆ แบบเด็ก ลอง "Layered Ice Pop" (ราคา 55 บาท) ไอศกรีมเลเยอร์เสียบไม้ ถือกินได้สบายๆ กับรสชาติผลไม้เปรี้ยวอมหวาน

แล้วปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มๆ ร้อนๆ อย่าง "Hot Chocolate" สักแก้ว (ราคา 95 บาท) เพื่อให้ร่างกายไม่เย็นจนเกินไปแวะกินเค้ก และเครื่องดื่มช็อกโกแลต ที่ "Penguin Likes Chocolate"

ร้านนี้น่าจะถูกใจสาวๆ ที่ชอบถ่ายรูปเล่นกับเพื่อนๆ ในระหว่างนั่งกินขนมและเครื่องดื่มอร่อยๆ ไปด้วย เพราะเป็นร้านที่มีของตกแต่งกระจุกกระจิกวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด อย่างพวกตุ๊กตาเพนกวินอันเป็นสัญลักษณ์ของร้าน ก็หยิบเอามาถ่ายรูปด้วยได้ ถ่ายรูปเล่นกับเพื่อนๆ เสร็จแล้ว ก็สั่งเบเกอรี่ตัวเด็ดๆ ของร้าน อย่าง "Less - Gulity Chocolate Sundae" (ราคา 145 บาท) เค้กช็อกโกแลตที่ไม่มีแป้งเป็นส่วนผสมเลยแม้แต่น้อย ใช้แต่ช็อกโกแลตล้วนๆ ผิวสัมผัสของเค้กจึงนุ่มละมุนละลายในปาก กินคุ่กับไอศกรีมและวิปครีมเนื้อเบาๆ ฟูๆ โรยด้วยอัลมอนต์กรอบๆ ถูกใจคนรักช็อกโกแลตจริงๆ

"Less - Gulity Chocolate Sundae"หรือถ้าใครชอบบราวนี่แบบหน้ากรอบ "Oh - Mighty Brownie" (ราคา 145 บาท) เนื้อบราวนี่กรอบนอกนุ่มใน เข้มข้นเต็มรสช็อกโกแลต กินคู่กับไอศกรีมวานิลลาและวิปครีม ราดทับด้วยซอสช็อกโกแลต ฟินมากสำหรับคนชอบบราวนี่

"Oh - Mighty Brownie"

"Signature Hot Chocolate"แล้วถ้าหากรู้สึกว่าฝืดคอนิดๆ ก็สั่ง "Signature Hot Chocolate" (ราคา 85 บาท) ช็อกโกแลตร้อนเข้มข้นที่ต้องเอานมไป Steam ให้ร้อนก่อนชงกับโกโก้ แล้วท้อปปิ้งด้วยฟองนมนุ่มๆ อีกที จิบไปพลางกินบราวนี่หรือเค้กช็อกโกแลตไปพลาง เป็นดับเบิ้ลช็อกโกแลตให้ถึงขีดสุดกันไปเลย"Au Bon Pain" ออฟฟิศเคลื่อนที่ กับเมนูอิ่มเบาๆ

"Salmon Wasabi Bagel"ปิดท้ายด้วยร้านเครื่องดื่ม และเบเกอรี่ที่บรรยากาศเหมาะแก่การมานั่งทำงาน หรือนัดลูกค้าคุยงานเสียจริง เพราะเป็นร้านที่นั่งได้นาน โต๊ะและเก้าอี้ก็ออกแบบมาให้ไม่ต้องก้มมากเกิน เวลาวางโน้ตบุ๊คก็จะวางแขนได้พอดี ไม่ปวดเมื่อย นั่งทำงานหรือคุยงานไปด้วย สั่งอาหารง่ายๆ อย่าง "Salmon Wasabi Bagel" (ราคา 140 บาท) เบเกิลที่อบจนด้านนอกเหลืองกรอบ ทาครีมวาซาบิ แล้วโปะด้วยแซลมอนรมควัน แตงกวาและดริลล์ รสชาติเค็มๆ มันๆ เผ็ดขึ้นจมูกนิดๆ และหอมกลิ่นดริลล์หรือผักชีลาวๆ มาก เป็นรสชาติที่ตัดกันอย่างลงตัว

"Raspberry Crumble Cake"

"Strawberry Smoothie"เสร็จแล้วสั่งของหวานอย่าง "Raspberry Crumble Cake" สูตร โลว์ ชูการ์ และแคลอรี่ต่ำ (ราคา 45 บาท) มานั่งกินอีกสักชิ้น พร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆ อย่าง "Strawberry Smoothie" รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ ไปด้วยชื่นใจดีจริงๆ (90 บาท)จบมื้่อเบา หรือมื้อหนักที่ "Rain Hill" กันแล้ว ก็พร้อมกลับออกไปเผชิญกับผู้คนและรถราบนถนนเหมือนเดิม แต่ต่างจากเดิมตรงที่ พลังกายและพลังใจเพิ่มขึ้นอย่างเต็มเปี่ยม จากโอเอซิสเล็กใจกลางเมืองแห่งนี้นี่เองRain Hillที่อยู่ : 777 ซอยสุขุมวิท 47 ถนนสุขุมวิท คลองตันเหนือ , วัฒนา ,กรุงเทพมหานคร 10110

แผนที่

ชั้น 1 Rain Hill

การติดต่อ

restaurantClosed
ปีกไก่ทอด
Phone number : 02-261-7369,022617369
777 ซอยสุขุมวิท 47 ถนนสุขุมวิทเรนฮิลล์,วัฒนา
restaurantClosed
ก๋วยเตี๋ยวหลอดปาท่องโก๋
Phone number : 02-261 7189, 02-261 7180
777 ซอยสุขุมวิท 47 ถนนสุขุมวิทเรนฮิลล์,วัฒนา