#วงในบอกมา
- ทางร้าน “แซ่บนัว ครัวบ้านนาศาลายา” บอกว่าร้านอาหารอีสานสไตล์คาเฟ่ที่แรกของไทย
- ร้านมีมุมถ่ายรูปเยอะมาก ๆ พื้นที่ทั้งหมดคือ 30 ไร่ ได้สร้างเป็นร้านอาหารถึง 6 ไร่
- ห้ามพลาด “น้ำตกกระทะร้อน” สูตรโบราณ เมื่อลองกินแล้วจะรู้ถึงความแตกต่างทันทีคือ ส่วนผสมเครื่องปรุง รสชาติ และกลิ่น ไม่เหมือนกับที่ไหน ๆ เลยจริง ๆ

นี่หรือคือร้านอาหารอีสาน! โอ้คุณพระ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อหลายวันก่อนพี่สาวนางได้เอารูปมาอวดพร้อมฟันธงว่าจะต้องไปกินร้านนี้ให้จงได้ ใครไม่ว่างก็ต้องเคลียร์คิวให้ว่าง ตอนแรกก็งง ๆ อยากกินอะไรนักหนา พอเห็นรูปเท่านั้นแหละ จับมือตกลงเซ็นสัญญาใจทันที “แซ่บนัว ครัวบ้านนาศาลายา” ร้านอาหารอีสานสไตล์คาเฟ่ที่แรกของไทย สาบานว่านี่ร้านส้มตำ! กินส้มตำริมทุ่งนา ข้าง ๆ เป็นสระมรกต โอ้โห ไถโทรศัพท์ด้วยความอยากรู้ แล้วสุดท้ายก็ “อยากไปมากกกกก”

บรรยากาศบริเวณลานจอดรถไม่เท่าไร แต่พอได้เดินเข้าไปในร้านเท่านั้น ตาโตกันเป็นแถว ๆ (รวมไปพี่ชายที่มาเป็นช่างภาพให้เราสองสาวก็อ้าปาก) ร้านกว้างมาก ๆ แต่ตรงกลางร้านก็เป็นสระมรกตสีสวยเดินถัดออกไปอีกนิดก็เป็นทุ่งนาสีเขียวขจี เด็ด เด็ด เด็ดมากกกก ไม่รู้จะบรรยายอย่างไรให้สมกับความสวยนี้ รู้แค่ว่ามือถือร้อนมาก ถ่ายรูปกันลืมหิวเลยค่ะ


โชคดีว่าพวกเราได้เจอ “คุณตุ้ม-ภาสกร สุจริตบรรณ” เจ้าของร้าน เลยได้ทราบประวัติที่น่าสนใจมาก ย่อ ๆ คือ ร้านแรกนั้นอยู่ที่หมู่บ้านบ้านนาประมาณ 7 ปี มีแค่ 17 - 18 โต๊ะ คนเรียกร้องมากขึ้น จนต้องขยายสาขาที่สองหน้ามหาลัยศิลปากร นครปฐม วันแรกที่เปิดคนเยอะมากจนน่าตกใจ แล้ววันหนึ่งก็เริ่มอยากมาโซนกรุงเทพฯ จึงเปิดสาขาที่สาม “แซ่บนัว ครัวบ้านนาศาลายา” ที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ ที่เฟ้นหารสชาติที่โดนใจ ต้องการพักผ่อน รวมไปถึงความรักที่มีต่อโซเชียล ที่นี่มี Point View หลัก ๆ 3 จุด คือ ทุ่งนากว้าง สระมรกตกลางร้าน และบึงบัว นอกจากนี้ทางร้านกำลังขยายต่อเติมเล็กน้อยในส่วนของคาราโอเกะและที่จอดรถที่รองรับได้มากขึ้น

หลังจากที่ถ่ายรูปกันเหนื่อย ก็มากินเพิ่มพลังเพื่อไปถ่ายต่อ...เมนูของร้านมีถึง 200 เมนู เยอะมาก ๆ เราเลยให้พี่พนักงานช่วยแนะนำให้ สรุปได้เป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ทางร้านคิดเอง “น้ำตกกระทะร้อน” (149.-) เมนูนี้เห็นในโซเชียลพอสมควร ใคร ๆ ก็ว่าดี พอมาเสิร์ฟก็ไม่ผิดหวังเลย ทางร้านเอาคอหมูย่างมาปรุงด้วยเครื่องเทศที่ทางร้านทำเองทั้งหมด จะเป็นสูตรแบบคนโบราณ กลิ่นและรสชาติจะต่างกับที่เคยกินมามาก ๆ ถึงรสชาติจะต่างแต่เข้มข้นจัดจ้านเด็ดมาก เนื้อหมูก็นุ่ม ยิ่งเสิร์ฟบนกระทะร้อน ทุกคำที่เข้าปากระอุถูกใจมากค่า

ต่อด้วย “ตำเหลารวมมิตร” (159.-) มันคือตำไทยไม่ใส่เส้น เรียกอีกชื่อคือเกาเหลาส้มตำ 555 ส่วนประกอบหลัก ๆ คือ หอมแดง กุ้งสด ปูม้า เสิร์ฟพร้อมหน่อไม้วัดโบสถ์ หากินยาก อันเล็ก ๆ มีความหอมนุ่ม กรอบ รสชาติลงตัวสดชื่น ความเผ็ดนี่ก็สั่งได้ดั่งใจ เป็นเมนู Unique มีที่นี่ที่เดียว

ระหว่างมื้อก็ขอซดอะไรร้อน ๆ ให้คล่องคอหน่อย “ต้มโคล้งปลาดุกย่าง” (180.-) เมนูนี้แอบหากินยากนะคะ ซดทีคอแทบสะดุ้ง จัดจ้านรสเจ็บจริง ๆ แถมเนื้อปลาดุกย่างก็ให้ไม่หวง จุดเด่นอยู่ที่สูตรที่ร้านคิดเองค่ะ คือเอาเครื่องต้มยำ ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูด มาคั่วไฟให้หอม น้ำที่ออกมาจะเป็นสีดำแดง จากนั้นตักน้ำซุปใส่เข้าไป เพิ่มน้ำพริกเผา ใส่ปลาดุกย่าง ผักชีฝรั่ง พริกทอด และโหระพาเป็นอันจบ


ยังไม่พอ ขออีก! “ปลาช่อนทอดยำโบราณ” (280.-) ปลาช่อนนาทอดจนกรอบราดด้วยเครื่องน้ำพริกแบบโบราณที่ทางร้านทำเองทั้งหมด ความหอมนั้นเกิดจากการคั่ว ปรุงด้วยซอสพริกน้ำปลามะนาว โรยด้วยเครื่องลาบ หอมแดง มะม่วง ผักชีฝรั่ง ต้นหอม เม็ดมะม่วง สะระแหน่ พริกทอด ถ้าเห็นรูปจะรู้เลยว่าไม่หวงเครื่องค่ะ กินคู่ข้าวสวยร้อน ๆ ถือว่าเลิศ!

กินไปกินมาแอบเผ็ด เลยสั่ง “ทอดมันกุ้ง” (119.-) มาลดเลเวลความร้อนในปาก เอ้อออ ทอดมารูปร่างไม่เหมือนร้านอื่น ๆ เนื้อก็แน่นกว่า พอถามคุณตุ้มทราบว่าทางร้านมิกซ์เองเหมือนกัน แทบไม่ใส่แป้งเลย เน้นใช้กุ้งสับเป็นตัว ๆ เนื้อเลยแน่น เทกซ์เจอร์ดีเชียวล่ะ ยิ่งจับคู่กับ “น้ำบ๊วยเจี่ย ตราแม่ประนอม” รสชาติเปรี้ยวหวาน กินกับอาหารทอดแล้วลงตัวเป็นที่สุด

ปิดท้ายด้วย “วาฟเฟิลน้ำผึ้ง” (99.-) วาฟเฟิลกรอบนอกนุ่มใน จานนี้ยอมรับว่ากินช้าเพราะอยากละเลียด แต่! มันไม่ชืดตามกาลเวลาเลยค่ะ เวลาที่ค่อย ๆ ไหลไป วาฟเฟิลก็ยังคงเซตตัว ไอศกรีมคาราเมลที่เสิร์ฟมาคู่กันพร้อมราดด้วยน้ำผึ้งก็ลงตัวไปหมด กินคู่กับ “มอคค่าเย็น” (75.-) ที่หวานกำลังพอดี ถ่ายรูปก็สวย ฮ้า~ มื้อนี้มีความสุขเหลือเกิน

กินไปเรื่อย ๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก ๆ “แซ่บนัว ครัวบ้านนาศาลายา” เหมาะกับคนหลากหลายรูปแบบจริง ๆ ทั้งมานั่งชิลล์ ร้านอาหารครอบครัว ร้านสำหรับเพื่อนฝูงที่มาถ่ายรูปเล่นกินเบเกอรี ห้องคาราโอเกะก็มี ถ้ามาคุยงานก็มีห้องแอร์เย็น ๆ นั่ง ได้หมด! เป็นร้านอาหารอีสานที่เป็นมากกว่านั้นจริ ง ๆ ความ Beyond อีกขั้นนี้ ยอมรับในไอเดียเลย ใครอยากมาฟินแบบหลุมดำ แนะนำว่าต้องใจร่ม ๆ นะ เพราะคิวเขายาวมาก ถ้ามาวันธรรมดาช่วงเปิดร้านจะไม่ค่อยมีคนแต่ช่วงเย็นนี่แน่นมาก แต่ถ้าเป็นเสาร์ - อาทิตย์ คนแน่นก่อนร้านเปิดเสียอีก ที่สำคัญไม่รับจองด้วย จะมีแค่ช่วงก่อนเที่ยงที่จะรับลงคิวล่วงหน้าหนึ่งชม. เท่านั้น หลังจากนั้นคือดวงค่ะ

การเดินทาง
ร้าน “แซ่บนัว ครัวบ้านนาศาลายา” ตั้งอยู่ที่ศาลายาซอย 1/2 ติดกับโรงพยาบาลพุทธมณฑล หลังเซ็นทรัลศาลายา มีที่จอดรถ 80 กว่าที่ (อนาคตกำลังสร้างที่จอดรถเพิ่มด้วยค่ะ)




สมัยก่อนเราไม่พร้อม ช่วงสามเดือนแรกบริการไม่ทัน ดูแลไม่ทั่วถึง เกือบ 50% ต้องกลับบ้าน จากเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ทำให้ปัจจุบันเรามีบริการที่ครอบคลุม ระบบทันสมัยขึ้น มีบริการรับคิวที่ดีขึ้น ได้โต๊ะแล้วแต่ไม่ถูกใจ สามารถย้ายโต๊ะได้เลยทันที มีพนักงานคอยยืนคุมแต่ละจุด ถึงจะคิวยาว แต่ก็คุ้มค่าการรอคอยครับ “แซ่บนัว ครัวบ้านนาศาลายา” ยินดีให้บริการ
