#วงในบอกมา
- ทางร้านเล่าว่า เนื้อวากิวยูกิฟูริหรือโอบานาซาวาไม่เคยส่งออกนอกญี่ปุ่นมาก่อน ที่นี่เป็นที่แรกและที่เดียวในโลก
- วากิวที่ร้านมาจากวัวขนดำ เมืองโอบานาซาวา จังหวัดยามากาตะ เมืองที่อุณหภูมิร้อน-หนาว ต่างกันสุดขั้ว ส่งผลให้วัวสร้างชั้นไขมันตามธรรมชาติได้พิเศษกว่าใคร มันที่แทรกอยู่จึงชุ่มฉ่ำสุด ๆ
- “Wagyu Yukifuri Steak” มีเพียง 5-6 จาน ต่อวันเท่านั้น ด้วยเป็นส่วนของเนื้อที่มีจำนวนจำกัด อยากสัมผัสความพรีเมียมแบบนี้ ต้องโทรจองล่วงหน้า!

“Kogarashiwa naki tsuzukeru” ลมหนาวยังคงพัดโชยต่อเนื่อง … คำแปลของเนื้อร้องท่อนหนึ่งจากเพลง Subaru โดยคุณ Tanimura Shinji กับความหมายที่ชวนให้นึกถึงสัมผัสอันหนาวเหน็บ ช่างประจวบเหมาะกับมื้ออาหารที่เราตั้งตาคอยมาทั้งสัปดาห์เสียจริง ๆ ด้วยร้านปิ้งย่างย่านทองหล่อที่เราหมายมั่นปั้นมือแห่งนี้ นำเข้าวัวพันธุ์ขนดำ ส่งตรงจากเมืองโอบานาซาวา จังหวัดยามากาตะ เมืองที่ขึ้นชื่อได้ว่า ร้อนก็ร้อนสุด แต่หนาวก็หนาวสุด หนาวเย็นติดลบ 10 องศา กันเลยทีเดียว! ซึ่งอุณหภูมิเช่นนี้นี่แหละ ที่ทำให้เนื้อวากิวยูกิฟูริแตกต่าง!
หลังร่ำ ๆ ถึงเนื้อวากิวมาพักใหญ่ โอกาสอันดีก็มาถึง เราเลี้ยวรถลงจอดใต้ตึก Hotel Nikko Bangkok กดลิฟท์ขึ้นชั้น 3 เดินหน้าต่อเข้าโซน Ginza และไม่รอช้า ตรงดิ่งเข้าร้าน “Sabu Yakiniku” ทันที! ภายในร้านตกแต่งตามสไตล์ญี่ปุ่น มีไม้อัดเรียงรายดูสบายตา บ้างจัดที่นั่งแบบโต๊ะเก้าอี้ บ้างจัดที่นั่งแบบหลุมไว้หย่อนเท้าชิล ๆ มีป้ายตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นอยู่บ้างประปราย คุมโทนภายใต้สีขาว ดำ และน้ำตาล เรียกได้ว่า อบอุ่น เรียบง่าย เหมาะแก่การนั่งแฮงก์เอาต์กับเพื่อน ๆ ครอบครัว และคนรู้ใจเป็นที่สุด

เจ้าของร้านเล่าว่า จุดเริ่มต้นของ “Sabu Yakiniku” มาจากพาร์ทเนอร์ชาวญี่ปุ่น อยากเผยแพร่วัฒนธรรมการกินปิ้งย่างแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ไม่ต้องอาศัยซอสจิ้มใด ๆ เพิ่มเติม ด้วยเนื้อของร้านผ่านการหมักรสชาติจนกลมกล่อมพร้อมกิน! อีกทั้งต้องการเสิร์ฟเนื้อวากิวคุณภาพเช่นเดียวกับ “Sabu Yakiniku” ในโตเกียวแบบขนานแท้ พวกเขาจึงไม่รีรอ เปิดร้านปิ้งย่างเพื่อคนรักเนื้อในทันที แถมอยู่มาไม่ถึงปี ลูกค้าก็แวะมาซ้ำของดีกันให้ลึ่ม!

มาเริ่มกันที่ไฮไลต์ของร้าน “Wagyu Yukifuri Steak” (1,960 บาท) สเต๊กวากิวระดับพรีเมียมที่มีเพียงวันละ 5-6 จาน เท่านั้น! ส่วนของเนื้อในจานนี้จะหั่นหนาเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นต้องมั่นใจว่านุ่มแบบไร้ที่ติ ทุกส่วนของเนื้อวัวใช่ว่าจะหั่นขนาดนี้ได้ทั้งหมด ทว่าต้องคัดสรรอย่างเฉพาะเจาะจงด้วยความพิถีพิถันจริง ๆ สำหรับจานนี้ จะเสิร์ฟคู่กับซอสสเต๊กในแบบญี่ปุ่น หลังย่างเสร็จร้อน ๆ กัดเข้าไปคำแรกเท่านั้น ชุ่มฉ่ำชนิดไขมันแตกซ่านในปาก ขึ้นสวรรค์ได้ในหนึ่งคำ!



อีกจานห้ามพลาด “Wagyu Sukiyaki” (750 บาท) เนื้อวัวสไลซ์บาง เสิร์ฟแผ่นใหญ่จุใจขนาดเต็มจาน สำหรับเนื้อในจานนี้ บอกเลยว่าความหอมมันของไขมันนั้นฟุ้งไปทั่วปาก แถมรสชาติจากซอสโรสซึสูตรพิเศษของร้านก็กลมกล่อมสุด ๆ ก่อนคีบเข้าปาก ไม่ลืมจุ่มไข่แดงดิบสักเล็กน้อยเพิ่มความกลมกล่อม Perfect Match of the Day!



“Wagyu Yakishabu” (700 บาท) ชาบูแบบย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เนื้อส่วนนี้จะมันไม่มาก แถมช่วยตัดเลี่ยนได้ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วยซอสพอนซึที่รสออกเปรี้ยวนิด ๆ กินเปล่า ๆ ก็ดี กินเป็นกับแกล้มก็เลิศ สำหรับจานนี้เทคนิคการย่างอยู่ที่การวางนาบเตาเพียงแค่ด้านเดียว จากนั้นก็คีบเข้าปากได้เลย ถึงมันจะน้อย แต่กลับหอมนุ่มได้ใจไม่แพ้จานไหน ๆ

เจ้าของร้านเล่าว่า เนื้อในแต่ละเมนู ถึงชื่อคล้ายกัน ใช่ว่าหน้าตาจะออกมาเหมือนกันทุกจาน เนื่องจากทางร้านใช้มือตัดแทนการใช้เครื่องสไลซ์ ด้วยเนื้อแต่ละส่วนมีความยากง่ายต่างกัน จึงจำเป็นต้องใช้ทักษะ และความเชี่ยวชาญในการเลาะเนื้อเพื่อเก็บรายละเอียด คัดสรรส่วนที่นุ่มที่สุดเสิร์ฟลงใส่จาน การันตีจากเชฟที่ทางร้านส่งไปฝึกปรือวิชากับร้านต้นตำรับที่โตเกียว! ไม่ทันไร “Jyou Karubi” (680 บาท) เนื้อวัวอีกส่วนที่ชุ่มไปด้วยไขมันฉ่ำ ๆ ก็วางลงตรงหน้า โรยเกลือในปริมาณที่เหมาะสมพร้อมลงย่าง กินคู่กับวาซาบิอีกสักนิด ลงตัว!
“Jyou Rousu” (680 บาท) อีกหนึ่งส่วนของเนื้อวากิวที่เลอค่าไม่แพ้กัน แม้มันแทรกจะน้อยกว่าส่วนอื่น ทว่ากลับให้เนื้อสัมผัสที่กำลังเคี้ยวอย่างเป็นเอกลักษณ์ หอมกลิ่นงาที่โรยอยู่ด้านบน ย่างกินทั้งคำ บอกเลยว่ากลมกล่อมโดยไม่ต้องจิ้มจริง ๆ!


มาถึงตรงนี้ เจ้าของร้านยังเผยถึง Secret Sauce ที่ทางร้านภูมิใจนำเสนออย่างยิ่ง เพราะเป็นตัวชูโรงที่ทำให้เนื้อวากิวของที่ร้านมีรสชาติที่ลงตัวอย่างแท้จริง นั่นคือ “Karubi Sauce” และ “Rousu Sauce” ซึ่งเนื้อแต่ละส่วนก็อาศัยซอสที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงระยะเวลาในการนวดเนื้อก่อนเสิร์ฟที่แตกต่างกัน ฟังถึงตรงนี้ ยืนยันอีกเสียงเลยว่า “Sabu Yakiniku” เขาละเอียดลออจริงๆ!
หลังกินจนอิ่มแปล้แล้ว หันมองหน้ากับสมาชิกร่วมโต๊ะ ก็ได้แต่พยักหน้าตรงกัน ด้วยเข้าใจแล้วว่า “การกินเนื้อแบบ Old Traditional Japanese” นั้นดีต่อใจอย่างไร! เชื่อแล้วว่า ร้านให้ความสำคัญกับคุณภาพเนื้อและการคัดสรรชิ้นส่วนเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยซอสที่ปรุงอย่างพิถีพิถันจนเข้าเนื้อกำลังดี มาลองเถอะ แล้วจะรู้!
การเดินทาง
ร้านตั้งอยู่ทองหล่อ 55 ภายใน Hotel Nikko Bangkok โซน Ginza เดินวนรอบชั้นสักรอบ รับรองว่าหาไม่ยากแน่นอน จะมาโดย BTS เลือกลงสถานีทองหล่อ เดินต่ออีกนิด หรือจะขับรถมาก็มีที่จอดให้เสร็จสรรพ




เราอยากให้คนไทยได้ลิ้มลองวิธีการกินอาหารแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ รวมถึงลิ้มลองความพิเศษของเนื้อยูกิฟูรุ (เนื้อโอบานาซาวา) ที่เราคัดสรรมาแบบพรีเมียมจริง ๆ การันตีได้ว่าไม่มีสารกัมมันตภาพรังสีผสมอยู่ อีกทั้งเรายังเข้ามาตรวจเช็กคุณภาพทุกวัน เนื้อแต่ละส่วนผ่านฝีมือการตัดอย่างตั้งใจ เสิร์ฟความนุ่มละมุนลิ้น อยากให้ลองสัมผัสดูว่า เนื้อวากิวนี้แตกต่างจากเนื้อวากิวอื่น ๆ ที่ทุกคนเคยได้กิน ความกลมกล่อมลงตัวของรสชาติที่ไม่ต้องปรุงแต่งเพิ่ม ย่างปุ๊บพร้อมเข้าปากปั๊บ

