ยกสามนิ้วขึ้น! แล้วยิ้มให้กับกล้องต้องที่ “สาม-มะ” กับโลโก้สามนิ้วประจำร้าน ซึ่งมีที่มาจากส่วนประกอบ 3 อย่างของส้มตำ มะละกอ, มะนาว และมะเขือเทศ นั่นเอง ด้วยบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเองแตกต่างจากร้านริมถนนที่ค่อนข้างจะวุ่นวายและเน้นความเร่งรีบ ร้านจึงเหมาะให้ครอบครัวมาพบปะกัน มีการทำกิจกรรมหรือ จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ ที่สำคัญร้านสาม-มะไม่ใส่ผงชูรส! วัตถุดิบที่ใช้ธรรมชาติทั้งนั้น มั่นใจในรสชาติและความปลอดภัยได้เลย





Menu
อาหารของทางร้านจะแบ่งหมวดหมู่ซึ่งมีมากกว่า 28 หมวด รวมแล้ว 100 กว่าเมนู! เยอะแบบนี้ใครบอกไม่รู้จะกินอะไร มีเรื่องแน่! มาถึงร้านทั้งทีต้องประเดิมด้วย “ตำถาดสามมะ”(150.-) ตำสามมะ ตำซิกเนเจอร์ที่มีความพิเศษที่ใส่ “ปาท่องโก๋กรอบ” ลงไปด้วย เวลากินจะเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ เพิ่มเทกซ์เจอร์ความกรุบกรอบ สนุกปาก เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงแน่นเต็มจาน ตามด้วย “ปลากะพงสามมะ”(350.-) ที่ราดด้วยน้ำยำสมุนไพรสูตรลับของร้าน สามรสครบถ้วนไม่มีขาดเกิน! ส่วนมากเราจะเจอเนื้อตุ๋นในก๋วยเตี๋ยว เปลี่ยนมาลอง “น้ำตกเนื้อตุ๋น”(120.-) ใช้เนื้อส่วนที่ติดมันตุ๋นนานสามชั่วโมง รสชาติกลมกล่อมถูกปาก กินเรื่อยๆ เผลอแปปเดียวก็หมด หรือจะเลือกเป็น “ตับหวาน” (85.-) กินคู่กับข้าวเหนียว ฟินเว่อร์ แล้วต่อกันที่ “ตำข้าวโพดไข่เค็ม” (70.-) ไข่เค็มตัดกับรสหวานของข้าวโพดเข้ากันได้อย่างลงตัว ใครที่ชอบปูไม่ควรพลาด “เกาเหลาปูม้า”(180.-) ที่ใช้เนื้อปูม้าสดๆ กลิ่นปังมาก ส่วนผู้หญิงรักสุขภาพขอแนะนำเมนูเฮลตี้ “ตำสาหร่ายพวงองุ่นสามมะ” (180.-) สาหร่ายพวงองุ่นเพื่อสุขภาพใช้น้ำส้มตำราด กรุบๆ สนุกปากแถมมีประโยชน์ มีคุณค่าทางอาหารสูง มีแร่ธาตุเพียบ แถมแคลลอรี่ต่ำให้พลังงานน้อยแต่คุณค่าทางอาหารสูง มีกากใยสูงป้องกันท้องผูกด้วย ต่อกันด้วย “ไก่ย่างสามมะ” (60.-) ความพิเศษอยู่ที่หมักสมุนไพรพอเอาไปย่างจะได้กลิ่นหอมยั่วน้ำลาย กรอบนอกนุ่มใน กินมากันเยอะแล้ว ก็ซดน้ำซุปให้คล่องคอหน่อยกับ “ต้มแซ่บกระดูกอ่อนหม้อไฟ” (150.-) แซ่บมาก! เผ็ดร้อนถึงใจ ยิ่งกินคู่แอลกอฮอล์นี่เด็ดขอบอก
นอกจากส้มตำแล้วทางร้านยังมีอาหารที่ให้บริการกับลูกค้าที่อยากกินไวไปไวในช่วงเวลาเร่งรีบ อย่าง “ข้าวกะเพราเนื้อสามมะ”(95.-) ใช้เนื้อโคขุนเกรดดี เอามาผัดกะเพรากลิ่นหอมตั้งแต่ยกมาเสิร์ฟ หรือใครอยากสั่งกับกินคู่กับข้าวก็สามารถสั่ง “ไข่เจียวลาบ”(95.-) มากินก็เด็ดไม่แพ้กัน








การเดินทาง
เปิดประสบการณ์ใหม่ของส้มตำได้ทั้งเช้ากลางวันเย็น เดินทางไม่ยาก จากปากซอยนาคนิวาส 33 ตรงเข้ามาแล้วเลี้ยวขวาแยกแรก ก็จะเจอร้าน สาม-มะเลย ร้านเปิด 11.00 น. ครัวปิด 22.00 น. แต่สามารถนั่งยาวได้ถึง 24.00 น. สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ //www.facebook.com/ส้มตำ-สาม-มะ-แซ่บ-ใสๆ-ไร้ผงชูรส-566110823542669/




