#วงในบอกมา
- ร้านอาหารฝรั่งเศสออเทนติกบนโรงแรม Pullman Bangkok Hotel G (Silom) ชั้น 37 พร้อมวิว Rooftop ใกล้ชิดท้องฟ้ายามราตรีที่ระยิบพราวด้วยแสงสีแห่งเมืองยามค่ำคืน ในบรรยากาศสุดชิคเคล้าเสียงดนตรีสนุก ๆ
- ทางร้านบอกว่า Scarlett Wine Bar & Restaurant คือร้านอาหารโรงแรมแห่งแรกในไทย ที่มีเครื่อง Dry-Aged เพื่อให้สามารถควบคุมการผลิตวัตถุดิบระดับคุณภาพและรสชาติที่ดีที่สุดได้
- สายเนื้อได้เปรมกระเพาะกับเมนู “La Côte de Boeuf” เนื้อวากิว Grain Fed จากออสเตรเลียที่เลี้ยงในฟาร์มเปิด Dry-Aged 150 วัน แล้วนำมาย่างเพื่อให้ได้ความฉ่ำนุ่มลิ้นกับรสชาติสุดเข้มข้น!

เคยไหมคะ? หลังเลิกงานทีไรยังไม่อยากกลับบ้านไปผจญรถติดให้หงุดหงิดใจ แบบนี้เลยขยันชวนพี่ ๆ ที่ออฟฟิศออกมาแฮงก์เอาต์อยู่เสมอ ๆ และค่ำคืนนี้จะยิ่งพิเศษกว่าคืนไหน ๆ บนโรงแรม Pullman Bangkok Hotel G (Silom) ที่ Scarlett Wine Bar & Restaurant ร้านอาหารฝรั่งเศสออเทนติกในบรรยากาศสุดคึกคักด้วยเสียงดนตรีสนุก ๆ ที่แฝงไปด้วยความเซกซี!

เมื่อกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 37 ของโรงแรม Pullman Bangkok Hotel G (Silom)ใช้เวลาครู่เดียวก็มาถึงร้าน Scarlett Wine Bar & Restaurant ร้านอาหารฝรั่งต้นตำรับที่ไม่ได้เสิร์ฟเมนูพอร์ชันเล็กจิ๋ว แต่เสิร์ฟแบบจัดเต็มทุกจาน โดยมีเชฟซิลแวง รัวเย่ร์ มากประสบการณ์เป็นผู้ครีเอตทุกเมนู ในสไตล์ Farm-to-Table คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี ทั้งผักสดใหม่จากโครงการหลวง และวัตถุดิบนำเข้าจากฝรั่งเศส รวมถึงเนื้อวากิวในฟาร์มเปิดที่ออสเตรเลีย และเคาน์เตอร์ชีสด้านหน้า มีชีสหลากหลายชนิดส่งตรงจากฝรั่งเศส พร้อมเสิร์ฟคู่กับเนื้อโคลด์คัตที่คัดสรรมาอย่างดี ส่วนบรรยากาศนั้นก็คึกคักด้วยเสียงเพลงจังหวะสนุก ๆ ที่เปิดบรรเลงตลอดคืน

มาเรียกน้ำย่อยให้ร้องดังสนั่นกันด้วย “Lobster Caesar Salad” (690 บาท) สลัดผักสดกรอบจากโครงการหลวงคลุกเคล้าเข้ากับเดรซซิงซีซาร์สลัดแบบโฮมเมด เสริมด้วยรสเข้มข้นจากแองโชวีทั้งตัว และพระเอกของจานอย่างล็อบสเตอร์ตัวใหญ่เบิ้มเนื้อหวาน สด ๆ ส่งตรงจากรัฐเมนที่สหรัฐอเมริกา


จานต่อมายังคงเรียกน้ำย่อยต่อเนื่องด้วย “Le Crabe Royal d’Alaska” (620 บาท) เนื้อก้ามปูอลาสกาเต็มชิ้นคลุกเคล้าในซอสมาโยโฮมเมด เสิร์ฟคู่กับผักสดกรอบจากฟาร์มออร์แกนิก และกัวคาโมเลมัน ๆ ได้ความคลีนในรสชาติ แต่กลมกล่อมจนหยุดกินจานนี้ไม่ได้เลย


เมื่อเปิดมื้อเป็นซีฟู้ดกันไปแล้ว มาต่อด้วยเมนูดั้งเดิมหากินยากอย่าง “L’Os à Moëlle, Echalotes et Poivre Noir” (580 บาท) หรือ Bone Marrow ไขกระดูกเนื้อวัวเน้น ๆ เต็มส่วนกลางของกระดูกชิ้นโต นำไปกริลล์ร้อน ๆ โรยด้วยเกลือและพริกไทยเป็นอันจบขั้นตอนการปรุง พร้อมให้เราได้ลิ้มลองรสชาติไขกระดูกเนื้อนุ่มละลายในปากแทบจะทันที ได้ความหอมมันแบบเนยกับรสพริกไทยเกลือ รสชาติสุดประทับใจ!


ทีเด็ดซิกเนเจอร์ที่สายเนื้อต้องจัดให้ได้ “La Côte de Boeuf” (1 Kg. 2,550 บาท) เนื้อวากิว ออสเตรเลียดรายเอจ 150 วัน เพื่อคงความเข้มข้นของรสชาติและความ Juicy ของเนื้อ จากนั้นนำมากริลล์จนเนื้อสุกกำลังดี แล้วแล่เป็นชิ้นหนา เสิร์ฟมาในกล่องไม้ที่คลุ้งไปด้วย Apple Wood Smoked ได้เนื้อที่นุ้มนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมฟุ้งทะลุกล่องไม้!


มาถึงอีกหนึ่งเมนูที่เชฟครีเอตมาเพื่อเอาใจคนไทยโดยเฉพาะกับ “Olio & Scampi” (480 บาท) สปาเกตตีเส้นโฮมเมดผัดกับน้ำมันมะกอก กระเทียม พริกแห้ง และเพิ่มซีฟู้ดยอดนิยมอย่างกุ้งเนื้อแน่นลงไป ท็อปด้วยใบร็อกเก็ตพูนจาน ใครฟาดจานนี้หมด มีอิ่มแน่นกระเพาะชัวร์

ปิดท้ายมื้อด้วยขนมหวานอย่าง “Cafe Gourmand” (290 บาท) 3 เมนูของหวานในจานเดียว เริ่มตั้งแต่ช็อกโกแลตมูส ช็อกโกแลตฟองดอง มิลเฟย (Mille Feuille) กินคู่กับกาแฟหรือชาถือว่าเลิศ “Chocolate Profiteroles” (280 บาท) เมนูนี้สายหวานกรี๊ดแน่นอน...จะไม่กรี๊ดได้อย่างไรกัน เมื่อเชฟเสิร์ฟแป้งชูส์พร้อมไอศกรีมวานิลลา ราดด้วยซอสช็อกโกแลตร้อนที่ทำจากช็อกโกแลตพรีเมียมฝรั่งเศส ได้ความเข้มข้นสุดใจ แถมท้ายด้วยรสชาติหวานหอมสุดละมุนจากครีมวานิลลาแท้ เป็นของหวานที่ไม่ว่าใครก็ยอมสยบ!


พอได้ชาร์จแบตก่อนกลับบ้านที่ร้าน Scarlett Wine Bar & Restaurant คืนนี้ได้นอนหลับฝันดีแน่นอนค่ะ เพราะเต็มอิ่มวิวกลางเมืองยามค่ำคืนที่แต่งแต้มด้วยไฟแสงสีระยิบพราว และอาหารฝรั่งเศสรสต้นตำรับพอร์ชันใหญ่เบิ้ม เรียกได้ว่าอิ่มจุกกันทั้งโต๊ะจนลืมเรื่องงานกันไปเลย :)
การเดินทาง
ร้าน Scarlett Wine Bar & Restaurant ตั้งอยู่บนโรงแรม Pullman Bangkok Hotel G (Silom) ชั้น 37 สามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีช่องนนทรี ทางออก 3 เดินเพียง 5 นาที ก็ถึงโรงแรมแล้วค่า ใครที่กำลังมองหาร้านน่านั่งหลังเลิกงานในบรรยากาศคึกคักล้อมรอบด้วยวิวเมืองยามค่ำคืน หรืออยากลองเปิดประสบการณ์อาหารฝรั่งเศสต้นตำรับก็มาแต่งตัวสวยหล่อสไตล์ Casual Chic แล้วมาฟินกันที่นี่เลย




ร้าน Scarlett Wine Bar & Restaurant เป็นต้นตำหรับของร้านอาหารฝรั่งเศสดั้งเดิมในกรุงเทพฯ ด้วยบรรยากาศสบาย ๆ แบบ Casual Dining ประกอบกับคอนเซปต์อาหาร Farm-to-Table ที่ชัดเจน จึงเป็นหนึ่งในลิสของร้านอาหารฝรั่งเศสในกรุงเทพฯ ที่ทุกคนห้ามพลาด
