ใคร ๆ ก็บอกกันว่ากินช็อกโกแลตแล้วอารมณ์ดี กินแล้วมีความสุข วันนี้ทีม Wongnai หัวหิน พาทุกคนมาแถวปากซอยหัวหิน 65 มีโรงงานแห่งความสุขเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า “The Chocolate Factory” มาเปิด เขาว่ากันว่าใครที่ได้เข้าไปในโรงงานแห่งนี้ กลับมาออกมาที่ไรเป็นต้องยิ้มแย้ม อารมณ์ดีกันทุกคน ผมอยากชวนทุกคนมาพิสูจน์ด้วยกันที่ “The Chocolate Factory” หัวหิน
The Chocolate Factory ร้านอาหาร และร้านช็อกโกแลตชื่อดังจากเขาใหญ่ ที่สร้างความสุข ความทรงจำ และประสบการณ์อันแปลกใหม่ให้ใครหลายคนได้ไปสัมผัส วันนี้ The Chocolate Factory ได้เคลื่อนพลลงใต้มาปักมุดใหม่ที่หัวหิน แต่ก็ยังขนกันมาครบทั้งอาหารอิตาเลียน อาหารไทย และห้องทำช็อกโกแลตกระจกใสที่เราจะได้เห็นทุกขั้นตอนในการทำช็อกโกแลต ในบรรยากาศร้านสบาย ๆ สไตล์ The Chocolate Factory แต่ความพิเศษของสาขาเมืองชายทะเลอย่างหัวหินก็คือ ซีฟู้ดแบบสด ๆ เป็น ๆ ที่นำมาปรุงกันทั้งแบบอิตาเลี่ยนและไทย

The Chocolate Factory แบ่งออกเป็น 2 โซน โซนแรกก็จะเป็นโซนร้านอาหาร ที่มาพร้อมกับ ซีฟู้ดเป็น ๆ ว่ายกันอยู่ด้านล่าง หรือจะอาหารไทยรสชาติจัดจ้านมากันในแบบไทยแท้ ๆ รวมทั้งอาหารอิตาเลี่ยนหลากหลายเมนู นอกจากของคาวแล้ว ชื่อร้านก็บอกอยู่แล้วว่าช็อกโกแลต ของหวานและเครื่องดื่มจากช็อกโกแลตที่นี้ต้องไม่ธรรมดา นั่งกินกันแบบชิลล์ ๆ ในบรรยากาศสบาย ๆ หรือพอพลบค่ำใครอยากออกไปรับลมด้านนอกก็มีที่นั่งโซนเอาท์ดอร์ไว้ค่อยบริการ

โซนที่ 2 ก็คือ ช็อป ที่จะมีขนม คุกกี้ แคร็กเกอร์ ถั่ว และของฝากที่ทำจากช็อกโกแลต ซึ่งทางร้านทำเองทั้งหมด รับประกันได้เลยว่าช็อกโกแลตของที่นี่สดใหม่ทำวันต่อวัน

ส่วนอีกมุมที่เป็นจุดเด่นและเป็นเสน่ห์ของที่ The Chocolate Factory ก็คือห้องทำช็อกโกแลต ที่จะทำให้ดูกันตรงหน้ามีเพียงแค่กระสกใสกั้นเรากับช็อกโกแลตเอาไว้ ที่เราจะได้เห็นทุกขั้นตอนในการทำช็อกโกแลต จนได้ออกมาเป็นช็อกโกแลต บอง บอง โฮมเมด ที่มีมากกว่า 40 ชนิด ซึ่งเราสามารถเลือกซื้อกลับบ้านกันได้เลยครับ

MENU
หลังจากที่เราเดินชมขนมหวาน ช็อกโกแลตมากมายท้องเราก็เริ่มร้องแล้วอะ หิ้วหิว ขอเริ่มกันกับ “มาการิต้า พิซซ่า” (320.+) พิซซ่าแป้งบางกรอบในสไตล์อิตาเลียน ซึ่งเป็นแป้งโฮมเมดสูตรลับเฉพาะของ The Chocolate Factory ทาด้วยซอสมะเขือเทศที่ทางร้านทำเอง โรยด้วยอิตาเลียน เบซิล ก่อนจะโปะหน้าด้วยมอสซาเรลล่าชีส นำไปอบจนชีสเยิ้ม! ใครจะอดใจไหว


รอไม่นานก็ต้องตะลึงกับ “กุ้งมังกรเจ็ดสีย่าง” (1,580.+) กุ้งมังกรเจ็ดสีเป็น ๆ ตัวโต ๆ จากทะเลอันดามันนำมาย่างอย่างพอดี ท่าด้วยเนยพริกเผาสูตรลับฟิวชั่นของทางร้าน ที่โชยกลิ่นหอมแบบฝรั่งอย่างเนย และสมุนไพร แต่ก็ยังแฝงกลิ่นอายแบบไทย ๆ มากับพริกเผา กินคู่กับซอสครีมเลม่อน เข้ากันเป็นที่สุด


เปลี่ยนบรรยากาศและรสชาติจากสไตล์ตะวันตกมาเป็นเมนูแซ่บ ๆ แบบไทยกันบ้างดีกว่า เริ่มที่ “ปลากะพงนึ่งบ๊วย” (550.+) ปลากะพงเป็น ๆ ตัวเกือบโล นำไปนึ่งกับบ๊วย เห็ดหอม นึ่งปลากันสด ๆ แบบนี้จะทำให้ความหวานของปลานั้นแซกซึมลงไปในน้ำนึ่ง ทำให้น้ำนึ่งหอมหวานกลมกล่อม


ต่อกันกับ “ปูผัดผงกะหรี่” (580.+) ปูทะเลเนื้อเน้น ๆ 1 ตัวเต็ม ๆ ผัดกันแบบไม่มีกั๊ก ทั้งหอมหัวใหญ่ ขึ้นฉ่าย พริกระฆัง 3 สี รสชาติเข้มข้นหนักแน่น แต่สิ่งที่สำคัญคือ ทางร้านจะสับ และทุบเปลือกปูให้ลูกค้าสามารถแกะกินง่ายที่สุด ได้ยินมาว่าปูนึ่งที่นี่ลูกค้าสามารถทานได้โดยที่มือไม่เปื้อนเลย อยากกินซีฟู้ดแซ่บ ๆ แบบสวย ๆ ต้องที่นี้ The Chocolate Factory


ตัดสลับกลับมาที่อาหารฝรั่งกันอีกครั้ง “สเต๊กเนื้อสันในออสเตรเลียนซอสไวน์แดง” (780.+) เนื้อสันในนำเข้าย่างสุกในระดับ Medium เนื้อนุ่มมาก ฉ่ำหวานเป็นที่สุด สมกับเป็นสันในชั้นยอดจากออสเตรเลีย ราดด้วยซอสไวน์แดงที่ใช้เวลาเคี้ยวกว่า 2 วัน กินคู่กันช่วยเสริมรสเนื้อให้เด่นยิ่งขึ้นไปอีก


อิ่มของคาวแล้วต้องตามด้วยของหวาน “Dark Chocolate Lava” (160.+) ลาวาเยิ้ม ๆ รสชาติเข้ม ๆ หวานไม่มาก ภายนอกกรอบภายในนุ่มฉ่ำเยิ้ม กินคู่กับไอศกรีมวานิลลา และซอสสตรอว์เบอร์รีกลิ่นหอม ๆ รสหวานอมเปรี้ยว ลงตัวและตัดรสได้ดีมาก


จานต่อไปนี้ไฮไลต์เลยใครมาก็ต้องสั่งกับ “Chocolate Dome” (240.+) โดมช็อกโกแลตปริศนา ที่ปกปิดซ่อนเร้นภายในไว้ แต่ถ้าเราอยากจะรู้ว่าข้างในมีอะไรก็ต้องราดช็อกโกแลตเข้มข้นร้อน ๆ ลงไปให้โดมละลาย ภายในเราก็จะพบกับมูสช็อกโกแลต สอดไส้บราวนี่และท็อปด้วยมูสเฮเซลนัท เวลากินนะต้องกินให้ครบทั้งสามชั้น โรยด้วยแคนเบอร์รี่คุกกี้ และสตรอว์เบอร์รีกับพีช ลงตัวสุด ๆ ได้หลายความรู้สึกในคำเดียว


และวันนี้ขอปิดท้ายกับ “Iced Chocolate” (80.+) ช็อกโกแลตเย็นที่ทำมาจากช็อกโกแลตแท้จากเบลเยียม รสชาติไม่หวานแต่เข้มข้นสุด ๆ ท็อปมาด้วยวิปปิ้งครีม ส่วนอีกเมนูที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาดก็คือ “I Love Chocolate” (95.+) เมนูเค้ก Signature ของ The Chocolate Factory มูสช็อกโกแลตเข้มข้น จากดาร์กช็อกโกแลต 80% มูสเนื้อเนียน ไม่หวานมาก ขมนิด ๆ สไตล์ดาร์กช็อก สอดไส้ด้วยเค้กช็อกโกแลตนุ่มฟู แค่คำแรกก็เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงเป็น Signature


การเดินทาง
ใครที่อยากมาสร้างความสุขเหมือนกับเรา ก็วิ่งถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าไปเขาตะเกียบ เมื่อเลยสี่แยกเทศบาลก็ชิดซ้ายได้เลย The Chocolate Factory อยู่ปากซอยหัวหิน 65 เลี้ยวตามป้าย ไปจอดรถหลังร้านได้เลยครับ




