
กลับมาตามสัญญาค่ะว่าจะพาชาววงในไปร้านชิคๆ กันอีก คราวนี้เรามากันที่ The Nine Neighborhood Center ติดถนนพระราม 9 ที่ต้องขอบอกว่ากระแสกำลังอินจริงๆ วงในเลยขอตามไปดู 9 ร้านเด็ดประจำที่นี้ และแน่นอนว่าต้องมีส่วนลดพิเศษๆ สำหรับคนพิเศษอย่างชาววงในอีกด้วย อยากรู้แล้วล่ะซิว่ามีร้านอะไรบ้าง อย่ารอช้าตามมาดูกันเลยจ้ะGrape Story“Where a bunch of grapes can be more”ร้านนี้เป็นร้านที่ตาลเชื่อว่าใครๆ ต้องมีแอบสะดุดตากันอย่างแน่นอนเพราะร้านสีสันสดใสทะลุทะลวงใจด้วยการตกแต่งในสไตล์วินเทจแบบเบาๆ ผสมโมเดิร์นนิดๆ ในบรรยากาศสบายๆ ที่เป็นสีม่วงทั้งร้าน! ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า Grape Story ต้องเป็นร้านเกี่ยวกับ “องุ่น” อย่างแน่นอน ตาลเลยขอแอบชิมซะหน่อยว่าเมนูองุ่นๆ จะอร่อยกันซักแค่ไหน? ขนมทุกชนิดของที่นี้ทำมาจากองุ่นไร้เมล็ดจากไร่ Premium Valley เขาใหญ่ ที่รับประกันคุณภาพกันทุกผลค่ะ ในช่วงแรกทางร้านมีขายเบเกอรี่อย่างเดียวต่อมาก็ได้ขยายไลน์สินค้ามาเป็นเครื่องดื่มและของทานเล่น และคิดค้นเมนูใหม่เรื่อยๆ ร้านนี้จึงกลายเป็นเหมือน “เบเกอรี่องุ่น” 360 องศา ที่ไม่เหมือนใครค่ะเมนูแนะนำวันนี้เริ่มที่เครื่องดื่มยอดฮิตของร้านที่มีชื่อว่า กับ Grape Punch Soda ที่ไม่ได้มีดีที่รสชาดแต่ยังมีดีที่หน้าตาเก๋ด้วยคะ เพราะทางร้านจะแยกเสิร์ฟกันระหว่างน้ำแข็งที่ทำจากน้ำองุ่นสด 100% กับน้ำองุ่นผสมกับโซดา ทำให้มีรสชาดของแก้วนี้เปรี้ยวๆ หวานๆ แอบซ่านิดๆ สมชื่อ Grape Punch Soda และตอนนี้ทางร้านมีขายเป็นเซ็ทคู่กับพายองุ่นหอมๆ กินคู่กันแล้วรสชาดเข้ากันดีลื่นคอสุดๆ ค่ะต่อมาเมนูสุดยัมมี่ กับ Grape Story Cheese Pie ที่หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มรสชาติอร่อยถึงใจ Cheese Pie ครีมชีสด้านบนจะเป็นองุ่นตีผสมกับมูสเนื้อนุ่ม ส่วนด้านล่างจะเป็นแครกเกอร์บดค่ะ แต่ที่เด็ดไปกว่านั้นคือแยมองุ่นที่หลบซ่อนอยู่ในครีมมูสค่ะ เพราะเป็นแยมองุ่นที่ไม่หวาน ไม่เปรี้ยวเกินไปรสกำลังดีไปกับตัวมูสองุ่นค่ะ แครกเกอร์ที่อยู่ด้านล่างเคี้ยวไปแล้วจะกรุบๆ เคี้ยวเพลินดีค่ะ

หน้าร้านสีม่วงทะลวงใจ

เห็นเนื้อองุ่นกันเต็มๆ

นอกจากร้าน Grape Story สาขา The Nine แห่งนี้แล้วทางร้านยังมีสาขาที่ The circle ราชพฤกษ์อีกด้วย ใครสนใจอยากลองชิมรสชาดแท้ๆ ขององุ่นแล้วละก็ห้ามพลาดเลยกับร้านนี้ โดยทางร้านมี WiFi ไว้ให้บริการฟรีด้วย!โทรติดต่อจองโต๊ะ สอบถามข้อมูลได้ที่เบอร์ สาขา The Circle 02-8638666สาขา The 9 02-7167880เบอร์โทรมือถือ 080-5846336Vanilla Orange“ร้านละมุนหวานแอบเปรี้ยวตามสไตล์ Vanilla Orange”ร้านหวานซ่อนเปรี้ยวร้านนี้อยู่ตรงบริเวณชั้น 2 ค่ะ ร้านจะอยู่ติดกับ Daiso Sangyo ที่ขายสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นทุกอย่าง 60 บาทนั้นเองค่ะ ร้านกระจกใสที่แอบหรูหรานิดๆ ตามสไตล์ยุโรปแบบร่วมสมัยค่ะ ร้านนี้เกิดจากกลุ่มเพื่อนที่ร่วมตัวกันแล้วร่วมกันสร้างสรรเปิดร้านนี้ขึ้นมา ร้านนี้ดูเผินๆ อาจจะคิดว่าเป็นร้านกาแฟ ที่นั่งสั่งกาแฟแล้วกินเค้กกันชิลๆ เหมือนร้านอื่น แต่จริงๆมีดีมากว่านั้น เพราะนอกจากเค้กหรือเมนูของหวานแบบ Homemade ที่ยืนยันว่า Homemade จริงๆ เพราะหน้าตาของเมนูแต่ละครั้งที่ทำออกมาหน้าตาจะไม่เหมือนกันซักครั้งค่ะ สั่งเมนูเดียวกัน 2 โต๊ะ หน้าตาอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้นะเออ J สำหรับเครื่องดื่มนอกจากชา กาแฟ ปกติแล้วที่ร้านยังมีคิดค้น ผสมโน่นนั่นนี่ให้ลูกค้าได้ชิมกันเรื่อยๆ ค่ะ นอกจากนั้นยังมีเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกฮอลลล์ที่จะเริ่มตั้งแต่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป อาทิ ไวน์และเบียร์ต่างๆอีกด้วย ถึงแม้ว่าเครื่องดื่มแอลกฮอลจะไม่มากนัก แต่ก็เรียกความเก๋กันไปโข แล้วที่แปลกไปกว่านั้นร้านนี้เป็นร้านที่คุณมานั่งร้านนี้ได้โดยไม่ซ้ำกันซักวันค่ะ เพราะเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างสามารถย้ายและเปลี่ยนแปลงสลับสับเปลี่ยนกันได้ทั้งร้าน เจ้าของร้านจึงจัดให้ไม่ซ้ำกันแทบซักวัน นอกจากนั้นยังมีโซน outdoor ไว้เปลี่ยนบรรยากาศ แต่เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศทางร้านจึงขอไม่อนุญาตให้สูบบุหรี่นะค่ะเอาละบรรยายความเก๋ของร้านกันมามากพอแล้ว มาชิมขนมกันบ้างดีกว่ามากันที่อย่างแรก Warm Brownie with Ice-Cream เป็นบราวนี่เนื้อนุ่มอุ่นๆ เนื้อไม่เหนียว ไม่เละเกินไปรสชาติกำลังดีราดด้วยช็อกโกแลตเข้มข้นกินคู่กับไอศกรีมวนิลาทำให้รสชาดของช็อกโกแลตและรสหวานของวนิลาตัดกันอย่างลงตัว กินได้เรื่อยๆ ไม่เลี่ยนแล้วยังมีวิปครีมสดที่โรยด้วยถั่วและผงโกโก้เพิ่มความอร่อย เหาะไปเลย!

บราวนี่เนื้อนุ่มกินคู่กับไอศกรีมเย็นๆ รสชาดเข้ากันสุดๆ

เห็นกันจะๆ มาเป็นถ้วยๆ

สีสรรเริ่ดมาก ต่อมาเป็น Banoffee Pie ที่เสิร์ฟมาเป็นถ้วยดู Homemade จริงๆ ด้านล่างสุดเป็นเนื้อพายราดด้วยคาราเมลแล้วเทด้วยวิปครีมจากนั้นก็เป็นกล้วยหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วตบด้วยวิปครีมราดคาราเมลหนึ่งชั้นค่ะ เรียกว่าอร่อยมากคะสำหรับ Banoffee Pie ของร้านนี้ไม่หนักและแน่นจนเกินไปเป็นรสชาดที่ทานได้เรื่อยๆ คาราเมลเข้มข้นที่กินกับกล้วยและวิปครีมนั้นเข้ากันอย่างลงตัวจนตาลแทบวางช้อนไม่ลงกันเลยทีเดียวสำหรับ Banoffee Pie ถ้วยนี้มากันที่เครื่องดื่มกันบ้างอยากที่บอกว่าร้านนี้เค้าเก๋ถ้าจะแนะนำชา กาแฟก็ธรรมดากันเกินไปเลยต้องแนะนำ Sunlight Soda และ Cherry Amaretto ที่ทางร้านได้ผสม syrup ไม่มีแอลกฮอลของ Amaretto มาลองผสมให้ได้ลองกัน เด็ดค่ะแก้วนี้รสของ cherry syrup เข้ากับโซดากำลังดีที่ดื่มแล้วต้องสดใสคะ ซึ่งเครื่องดื่มทุกรายการเป็นสูตร(ลับ)ของทางร้าน ใครอยากมาลองก็มาลองกันได้กับร้าน Vanilla Orange ค่ะเปิดเวลา 11.00 a.m. – 23.00 p.m.โทรติดต่อจองโต๊ะ สอบถามข้อมูลได้ที่ 02-716-7958Farm Design“ชีสเค้กคุณภาพเยี่ยมยอดจากฮอกไกโด”เป็นอีกหนึ่งในร้านคุณภาพจากบุญรอดบริวเวอรี่ หรือ เบียร์สิงห์ ที่ตาลจะไปชิมกันวันนี้ค่ะ ร้านนี้เป็นร้านชีสเค้กฮอกไกโดที่รับรองกรรมวิธีการทำและรสชาดจากเชฟชาวญี่ปุ่นแล้วว่าเหมือน เด๊ะ! ร้านจะอยู่ตรงข้ามกับ Au Bon Pain ชั้น 1 ค่ะ เป็นร้านที่ขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่เชื่อว่าใครที่เดินผ่านไปมาต่างต้องหันมามองชีสเค้กชวนอร่อยในตู้กระจกของร้านนี้อย่างแน่นอน บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยไม้เป็นส่วนใหญ่โดยทางร้านตั้งใจทำให้เหมือนนั่งอยู่ในฟาร์มวัว ดูอบอุ่นสบายๆ สไตล์ญี่ปุ่นค่ะ แต่เห็นร้านเล็กๆ แบบนี้คนเดินเข้าร้านกันตลอดทั้งวันนะคะ ขอบอก! เราจึงช้าไม่ได้ต้องพากันไปชวนชิมชวนชมซักหน่อยชีสเค้กของร้านไม่ธรรมดาเรียกว่า “จิ๋วแต่แจ๋ว” ถึงแม้ว่าตัวชีสเค้กอาจจะมีขนาดดูเหมือนจะเล็กไปซักหน่อยแต่เมื่อเทียบกับคุณภาพและรสชาดแล้ว เรียกว่าคุ้มสุดๆ และที่นี้มีชีสเค้กให้เลือกถึง 12 รสด้วยกัน ไม่ว่าใครชอบกินรสไหนก็สามารถเลือกกันได้ตามใจชอบเลยค่ะ สำหรับชีสเค้กยอดฮิตของทางร้านเป็น Hokkaido Cheesecake เป็นเมนู Original สุดฮิตจนช้าหมดอดกินได้ และยังมี Raspberry Swirl Cheese Cake และ Choco Ripple Cheese Cake ที่ฮอตฮิตไม่แพ้กัน ชีสเค้กของร้านนี้เป็นชีสเค้กที่พอตักเข้าปากปุ๊บก็จะได้ของกลิ่นของชีสและนมอย่างชัดเจน นึกว่าวัววิ่งกันอยู่เต็มปาก เนื้อเค้กนุ่มและฟูกว่าชีสเค้กที่อื่นๆ เพราะด้วยส่วนผสมนมจากฮอกไกโดนั้นเอง แล้วยังมีรสชาดของส่วนผสมที่เป็นราสเบอร์รี่และช๊อกโกแลตทำให้ไม่เลี่ยนมากและกินได้เรื่อยๆ ค่ะ ถึงจะไม่มีท็อปปิ้งซอสราดเหมือนที่อื่นๆ แต่รสชาดก็เข้มข้นและลงตัวมากๆ สำหรับชีสเค้กร้านนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 95 บาทถือว่าไม่แพงเลยสำหรับวัตถุดิบชั้นคุณภาพ นอกจากชีสเค้กแสนอร่อยแล้วทางร้านยังไม่เครื่องดื่มที่เป็นสูตรจากฮอกไกโดมาเอาไว้กินคู่กับชีสเค้กอีกด้วย ตาลเชื่อว่าใครที่รักในการกินชีสเค้กแล้วละก็เชื่อว่าร้านนี้ต้องเป็นอีกร้านที่ถูกใจทุกคนแน่นอนค่ะ

น่ารักน่ากินที่สุด!

Choco Ripple Cheese Cake ที่ฮอตฮิตไม่แพ้ใคร

เมนูเครื่องดิ่มชิคๆ จากญี่ปุ่นเปิดเวลา 11.00 a.m. – 22.00 p.m.โทรติดต่อจองโต๊ะ สอบถามข้อมูลได้ที่ 02-716-7878Konaya“อุด้งแกงกระหรี่สุดฮอตจากโตเกียว”มากันแล้วกับร้านสุดฮอต “โคนาย่า” ที่บอกว่าฮอตเพราะร้านนี้เป็นอีกร้านหนึ่งที่โด่งดังและขึ้นชื่อเรื่อง “อุด้ง” มากในโตเกียวค่ะ โดยทางร้านได้ส่งเชฟไปเรียนวิธีการทำจากร้านสาขาที่โตเกียวโดยตรง เริ่มน่าสนใจแล้วละซิ ร้านนี้อยู่ติดกับ Farm Design ค่ะ หาไม่ยาก หน้าร้านอาจจะดูเล็กซักหน่อยสมเป็นร้านญี่ปุ่น แต่ข้างในร้านกลับดูไม่อึดอัดอย่างที่คิด ภายในร้านเน้นการตกแต่งด้วยไม้ค่ะ โดยคอนเซ็ปต์ของเค้าคือนั่งอยู่ท่ามกลางชนบทของญี่ปุ่น ซึ่งลูกค้าสามารถนั่งดูเชฟทำอาหารกันเพลินๆ ระหว่างรออาหารได้ด้วย เพราะที่ร้านทำเป็นเหมือนครัวกึ่งเปิดมีกระจกใสมองเห็นเชฟที่มุ่งมั่นในการทำอาหารอย่างตั้งใจ และที่พิเศษเพราะร้านนี้เค้ามีเชฟหลายคนทำหน้าที่แตกต่างกันไปในแต่ละขั้นตอนค่ะ โดยจะแบ่งเวียนไปตามหน้าที่ของเชฟแต่ละคนเท่ากับว่าชามหนึ่งจะต้องผ่านมือเชฟกว่า 5 คนกันเลยทีเดียว! เพื่อที่จะได้รักษาคุณภาพของแต่ละคนไว้นั้นเองค่ะอย่ารอช้า ตาลพาชิมเมนูพระเอกของร้านกันดีกว่ากับ อุด้งแกงกระหรี่หน้ากุ้งเทมปุระ โดยที่นี่จะเสิร์ฟมาเป็นชุดค่ะ ในชุดจะมีสลัดผักญี่ปุ่น และข้าว เพียงแค่นำออกมาเสิร์ฟกลิ่นหอมของแกงกระหรี่ที่มีส่วนผสมมากกว่า 22 ชนิดและเคี่ยวกว่า 3 วันก็ลอยเตะจมูกเข้าอย่างจัง หอมมากจนแทบกลั้นน้ำลายไว้ไม่อยู่ พอได้ชิมก็พบว่ารสชาดเข้มข้นมากและกุ้งเทมปุระตัวใหญ่ทำให้น่ากินเพิ่มขึ้นไปอีก คีบเส้นอุด้งขึ้นมาควันความร้อนที่ซ่อนอยู่ข้างในก็ลอยฟุ้งออกมาเลยค่ะ ตัวเส้นนุ่มเหนียวพอเคี้ยวเส้นก็จะหนึบๆ อยู่ในปากค่ะ ซุปแกงกระหรี่ถึงแม้จะเข้มข้นแต่รสชาดกลับเป็นรสที่นุ่มลิ้นมาก ใครที่ชอบกินแกงกระหรี่ต้องจานนี้เลยค่ะรับรองไม่มีผิดหวัง และแนะนำว่าต้องโรยพริกคาบาเดโร่ พริกที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพริกที่เผ็ดที่สุดของญี่ปุ่นเพื่อประสบการณ์ชีวิตค่ะ แนะนำว่าให้ซร้วบอุด้งให้เสร็จก่อน แล้วตามด้วยข้าวสวยกินคู่กับแกงกระหรี่ตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่นค่ะ และพิเศษคือสลัดผักและข้าวของที่ร้านนี้เติมได้ฟรีไม่อั้นค่ารายการต่อมาที่เชฟแนะนำคือ อุด้งน้ำใสรวมพิเศษ ตัวน้ำซุปหวานหอม เนื้อหมูชาชูนุ่มลิ้น ไม่บางจนเกินไปกินแล้วเต็มปากเต็มคำกับเนื้อหมูค่ะ เครื่องเคียงต่างๆ ในชามค่อนข้างสดและให้เยอะพอสมควร ไข่ลวกที่อยู่ในชามแบบกึ่งสุกกึ่งดิบเป็นยางมะตูมกำลังดี เชฟใหญ่ของทางร้านบอกว่าทุกขั้นของทางร้านจะกำหนดเวลาไว้แน่นอนเพื่อความอร่อยแม้แต่กระทั่งลวกไข่! หากใครที่เป็นคออุด้งญี่ปุ่นแล้วก็ต้องมาลองร้านนี้เลยค่ะ รับรองว่าร้านนี้ต้องกลายเป็นหนึ่งในดวงใจของใครหลายคนแน่นอน

กุ้งทอดตัวใหญ่น่ากิ๊น น่ากิน

น่ากินน้ำลายไหล

เครื่องเน้นๆ จัดเต็ม!เปิดเวลา 11.00 a.m. – 22.00 p.m.The Nine Neighborhood ยังไม่จบแต่เพียงแค่นี้นะค่ะ เรายังมีร้านอยากจะแนะนำอีกหลายร้าน ที่เชื่อว่าทุกคนต้องชื่นชอบกันอย่างแน่นอน เพราะเป็นร้านที่เด็ดและไม่มีใครเหมือนจริงๆ ติดตามร้านใหม่ๆที่น่าสนใจกันได้ในวงในไดอารี่ฉบับหน้านี้ค่ะ :)







