ถ้าพูดถึงร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ลมพัดเย็นๆ ติดริมน้ำปิง ก็คงมีให้เลือกนั่งไม่มีเบื่อ แต่ถ้าหากมีมุมสุดพิเศษที่ได้ใกล้ชิดกับความสวยงามของเจดีย์เก่าไปด้วยคงหาได้ยากในเชียงใหม่ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีร้าน “The Pagoda Bistro & Bar” ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพเจดีย์เก่าของเวียงกุมกามได้อย่างสวยงามทุกช่วงเวลา ยิ่งในตอนค่ำแสงไฟที่สาดส่องรอบตัวเจดีย์ยิ่งสวยงามจับใจและเติมเต็มอรรถรสอาหารมื้อนั้นได้แบบฟินสุดๆ

ชื่อ “The Pagoda Bistro & Bar” มาจากความสวยงามของวัดเจดีย์เหลี่ยมในเวียงกุมกาม เมืองโบราณที่มีอายุมากกว่า 700 ปี ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของร้าน การตกแต่งจะเป็นสไตล์ Lanna Contemporary ให้บรรยากาศสบายๆ แฝงกลิ่นอายแบบไทยๆ มีให้เลือกนั่งทั้งแบบโต๊ะอาหารในที่ร่มและเอาท์ดอร์กลางแจ้งชมเจดีย์เต็มสายตา หรือแบบบาร์นั่งจิบเครื่องดื่มชิลล์ๆ







ที่นี่โดดเด่นด้วยอาหารไทยฟิวชั่นที่เน้นเรื่องความเข้มข้นเข้าถึงเครื่องถูกลิ้นคนไทย ถูกใจชาวเหนือโดยแท้ เรามาเริ่มกันที่เมนูเรียกน้ำย่อย “ยำแครอทกรอบ” (220 บาท) ปกติทั่วไปจะคุ้นเคยกับยำผักบุ้งกรอบ แต่เหตุที่ใช้แครอทเพราะจะได้ความหวานเวลาเคี้ยวสลับกับความเปรี้ยวจากน้ำยำกุ้งสดสามรสที่ปรุงสดใหม่จานต่อจาน และไม่มีส่วนผสมของกะทิ เขยิบความเผ็ดขึ้นมาอีกหน่อย ขอแนะนำ “สปาเกตตีไส้อั่ว” (210 บาท) เส้นสปาเกตตีผัดกับพริกแห้งและกระเทียมให้มีความหอมแบบไทยๆ เสิร์ฟพร้อมอาหารเหนืออย่างไส้อั่ว และสไตล์ยุโรปอย่างเบคอน จานนี้ทั้งเผ็ดทั้งมัน ถูกใจคนชอบรสจัดจ้านแน่นอน

ยำแครอทกรอบ

สปาเกตตีไส้อั่วอีกหนึ่งเมนูอาหารไทยจานเดียวที่รสชาติจัดจ้าน อย่าง “ข้าวเขียวหวานปลาสลิดกรอบ” (220 บาท) ข้าวที่นำไปผัดกับเครื่องแกงเขียวหวานแบบเข้มข้นเข้าถึงเมล็ดข้าว นำมาจับคู่กับปลาสลิดทอดกรอบ เป็นรสชาติที่หวาน มัน เค็ม ชวนทานได้ไม่มีหยุด และไม่ควรพลาดกับเมนูซิกเนเจอร์ “แกงฮังเลขาหมู” (250 บาท) ความพิเศษอยู่ที่เครื่องแกงฮังเลที่เคี่ยวนานกว่า 8 ชั่วโมง เพื่อให้เนื้อขาหมูและเครื่องแกงแทรกซึมเข้าถึงเนื้อ และมีความนุ่มที่แทบไม่ต้องออกแรงเคี้ยว พร้อมความหอมของเครื่องเทศที่ฟุ้งไปทั่วทั้งปาก ได้รสชาติที่เผ็ดหวานมันแบบลงตัวสุดๆ


ข้าวเขียวหวานปลาสลิดกรอบ

แกงฮังเลขาหมูอาหารยุโรปก็มีให้เลือกมากมาย แต่ที่ทางร้านแนะนำก็คือ “แซลมอนสเต๊ก” (280 บาท) เคล็ดลับความอร่อยจากแม่ครัวหัวเรือหลักของทางร้าน ที่ได้นำเนื้อปลาแซลมอนไปกริลล์แบบความสุกพอดี ราดด้วยไวท์ไวน์ซอสที่เป็นทีเด็ดของแม่ครัว ทานคู่กับผักย่างเนย รสชาติยั่วใจจริงๆ

แซลมอนสเต๊กปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน ที่นี่จะเน้นเรื่องผลไม้สดเป็นหลัก โดยเฉพาะ “Maraya Waffle Sweet” (170 บาท) เป็นเมนูที่มีสีสันฉูดฉาดดึงดูดสายตาจากแป้งวาฟเฟิลรสสตรอว์เบอร์รี เนื้อสัมผัสจะกรอบนอกนุ่มในสุดๆ เนื้อแป้งเบาแต่เนียนนุ่ม ราดด้วยซอสสตรอว์เบอร์รีอีกที เสิร์ฟพร้อมผลไม้สดสตรอว์เบอร์รี มะม่วง กีวี่ และไอศกรีมเย็นๆ หรือจะเป็น “Waffle Mixed Fruity” (170 บาท) ที่เอาใจคนที่ชอบผลไม้สด สาวกโทสต์ก็มีให้ทานเช่นกัน กับ “Honey Toast” (170 บาท) โทสต์ชิ้นใหญ่หนานุ่มชุ่มไปด้วยเนย น้ำผึ้ง และวิปครีมฟูๆ พร้อมผลไม้สดอีกเช่นเคย

Maraya Waffle Sweet

Waffle Mixed Fruity

Honey Toastบรรยากาศดีๆ แบบนี้ เมื่ออิ่มครบทั้งของคาว-หวาน ต่อด้วยนั่งละเมียดค็อกเทลหรือม็อกเทล กินลมชมวิวพร้อมความสวยงามเจดีย์เก่าของเวียงกุมกาม เริ่มจากความสดชื่นซู่ซ่าแบบฟรุ๊ตตี้กับ "Blue Soda" และ "Red Riding Hood" (90 บาท) ไต่ขึ้นมาอีกระดับเป็นค็อกเทล “Blue Lemon Daiquiri” (190 บาท) รสเปรี้ยวจากมะนาวที่มาพร้อมความเย็น ตามด้วยรัมขาวรสนุ่มลึก หรือจะเป็นเครื่องดื่มค็อกเทลสัญชาติไทย “Siam Sunrays” (190 บาท) ครบเครื่องด้วยรสชาติร้อนแรงเครื่องเทศไทย กลิ่นหอมมาลิบูที่ผสมผสานกับพริก มะกรูด ข่า และตะไคร้ได้อย่างลงตัว

Blue Soda และ Red Riding Hood

Blue Lemon Daiquiri

Siam Sunraysเรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารที่อิ่มครบรสทั้งคาว หวาน เครื่องดื่ม รวมถึงบรรยากาศธรรมชาติที่สัมผัสกับทัศนียภาพความสวยงามของวัดเจดีย์เหลี่ยมในเวียงกุมกามให้ชมอย่างสุนทรีย์ บอกเลยว่า หากใครได้มา “The Pagoda Bistro & Bar” คงไม่อยากรีบกลับบ้านอย่างแน่นอน พิกัดร้านก็ง่ายแสนง่ายอยู่ภายในโรงแรม Maraya Hotel & Resort นั่นเอง



เปิด 11:00 น. - 22:30 น.ทุกวัน เวลา 07:00 น - 10:00 น Buffet Breakfast 300 netสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่Facebook : Maraya Hotel & ResortTel : 053-812-121






