กลางวันถ้ามองหาร้านอาหารเงียบๆ อร่อยๆ ในบรรยากาศสบายๆ คนไม่พลุกพล่าน....มาที่ "The Upper Glass"กลางคืนถ้ามองหาร้านนั่งจิบไวน์ เบียร์ หรือค็อกเทลเก๋ๆ เคล้ากับแกล้มอร่อยๆ และนั่งเมาท์มอยกับผองเพื่อนไปชิลล์ๆ ....มาที่ "The Upper Glass"



ร้านนี้มีสองอารมณ์ในหนึ่งเดียว เพราะกลางวันชิลล์ๆ กลางคืนกรึ่มๆ แต่ไม่ว่าจะมาตอนไหนก็ไม่พลาดความอร่อย แค่บรรยากาศอาจจะต่างกันนิดหน่อย เพราะในช่วงกลางวัน บรรรยากาศของร้านจะสบายๆ เหมือนอยู่บ้าน มองออกไปเห็นสวนสวยต้นไม้เขียวขจี เพราะร้านตั้งอยู่บนชั้นสองของ "อารีย์ การ์เด้น" คอมมิวนิตี้ มอลล์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการเป็นพื้นที่สีเขียวเล็กๆ ให้คนกรุงได้ใช้หายใจส่วนตอนกลางคืนโทนของร้านจะดูเปรี้ยวขึ้นมาอีกนิด เพราะถ้าใครอยากจะดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ในบรรยากาศสงบๆ ก็มีไวน์ เบียร์ และค็อกเทลให้นั่งจิบเก๋ๆ บรรยากาศของร้านจึงดูผิดกับตอนกลางวันนิดหน่อย แต่ก็ยังไม่ทิ้งคอนเซปท์ความเรียบง่ายและลุคสบายๆ ของร้าน





ส่วนเมนูอาหารนั้นเป็นความอร่อยในสไตล์อิตาเลียนฟิวชั่นที่ปรับรสชาติให้เหมาะกับคนไทยมากขึ้น และมีให้เลือกหลากหลายเมนู ทั้งสลัด พาสต้า และเมนคอร์ส เช่น สเต็กต่างๆ และฟัวกราส์ แล้วยังมีกับแกล้มของกินเล่น เช่น ปีกไก่ทอด เกี๊ยวห่อชีส เฟรนช์ฟราย ไส้กรอกรวม เอาไว้กินแกล้มกับเครื่องดื่มนานาชนิด ที่ขนมาเอาใจนักดื่ม ทั้งไวน์ เบียร์ และค็อกเทลสูตรเด็ดหากใครเพิ่งเริ่มหัดดื่มไวน์ ถ้ามาที่ "The Upper Glass" จะต้องถูกใจอย่างแน่นอน เพราะไวน์ของที่นี่เป็นไวน์โลกใหม่จากแคลิฟอร์เนียและชิลี ซึ่งรสชาติดื่มง่าย และราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 700-1,200 บาทเท่านั้น และมีขายทั้งเป็นแก้วและขวด เพื่อให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าสามารถเข้าถึงไวน์ได้ง่ายขึ้น ส่วนคอเบียร์ก็เพลินกันเลยทีเดียว เพราะที่ "The Upper Glass" ก็มีเบียร์ขวดให้เลือกมากมายหลายยี่ห้ออีกเหมือนกัน เช่น Hitachino หรือ เบียร์ลาวส่วนสาวๆ บางคนอาจจะอยากสั่งค็อกเทลสวยๆ มานั่งจิบเก๋ๆ มากกว่า ซึ่งที่นี่ก็มีค็อกเทลแปลกๆ ใหม่ๆ สูตรเด็ดๆ หลายเมนูให้เลือก เช่น ค็อกเทลที่เป็น Signature ของร้าน อย่าง "Mangorita" (ราคา 280 บาท) ที่ใช้มะม่วงสุกผสมลงไปด้วย ก็จะได้รสชาติของมะม่วงสุกในมาร์การิต้า ส่วนเครื่องดื่มที่ร้อนแรงสุดๆ เหมาะกับคนคอแข็ง คือ "Jack the Giant Slayer" (ราคา 280 บาท) หรือ "แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์" ที่รสเข้มร้อนแรงถึงขั้นล้มยักษ์ เพราะนอกจากจะมีเหล้าเป็นส่วนผสมหลักแล้ว ยังมีพริกสดเพิ่มดีกรีความฮอตให้เครื่องดื่มแก้วนี้อีกด้วย หรือถ้าชอบแนวเปรี้ยวซ่อนขมอมหวาน ก็ต้อง "Thai Herbs Mojito" (ราคา 280 บาท) ที่ผสมเหล้าแจ็คแดเนียล ตะไคร้ ขิง มะกรูด และสไปรท์เข้าด้วยกัน จนได้เครื่องดื่มรสเปรี้ยวซ่าสะใจ

"Thai Herbs Mojito"

"Jack the Giant Slayer"

"ซีซาร์ สลัด"

"Foie Gras with Raspberry Sauce"มาถึงอาหารกันบ้าง เริ่มที่เมนูเบาๆ อย่าง "ซีซาร์ สลัด" (ราคา 190 บาท) สลัดผักคอส มะเขือเทศ โรยด้วยเบคอนทอดกรอบ กรูตอง พาร์มิซานชีสและราดด้วยน้ำสลัดซีซาร์รสชาติเข้มเต็มรสชีสสุดๆ จานนี้ดูเหมือนจะอ้วน แต่ก็คงรู้สึกผิดน้อยลง เพราะเป็นสลัดผักและเมื่อเปิดประเดิมด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่างสลัดไปแล้ว ก็ต่อด้วยเมน คอร์สกันเลยดีกว่า"Foie Gras with Raspberry Sauce" (ราคา 690 บาท) ตับห่านทอดผิวนอกกรอบๆ แต่เนื้อข้างในนุ่มนวลละมุนเป็นครีม แล้วราดด้วยราสพ์เบอร์รี่ซอส รสชาติเปรี้ยวอมหวานช่วยตัดรสให้ฟัวกราส์ เสิร์ฟคู่กับผักร็อกเก็ตและแอปเปิ้ลตุ๋นที่ทำให้ฟัวกราส์จานนี้ครบรสมากขึ้น

"Pork Chop with Pepper Sauce"

"BBQ. Pork Rib"ส่วนคนที่ชอบเนื้อสัตว์ ก็มีสองเมนูที่ห้ามพลาด คือ "Pork Chop with Pepper Sauce" (ราคา 380 บาท) พอร์คชอปชิ้นหนานุ่ม กริลล์มาสุกกำลังดีราดด้วยเกรวีพริกไทยสดรสเข้มถูกปากคนไทย เสิร์ฟพร้อมแมชโพเตโต้หรือเฟรนช์ฟราย พร้อมผักลวกคลุกเนยหรือถ่าใครชอบรสชาติสไตล์อเมริกัน ต้องลองสั่ง "BBQ. Pork Rib" (ราคา 540 บาท) ซี่โครงหมูที่หมักและกริลล์แบบอเมริกัน รสชาติเข้มข้นสุดๆ เพราะบาร์บีคิวซอสแทรกซึมเข้าถึงเนื้อ ไม่ต้องจิ้มกับอะไรเลยแม้แต่น้อย จานนี้เสิร์ฟพร้อมแมชโพเตโต้หรือเฟรนช์ฟราย และผักลวกคลุกเนยเช่นกันและเอาใจคนชอบเมนูเส้นกันบ้าง กับสองเมนูเส้นที่อร่อยจนหมดภายในพริบตา จานแรกรสชาติออกแนวไทยๆ กับ "Spaghetti Smoked Ham and Bacon with Chili Garlic" (ราคา 220 บาท) สปาเก็ตตี้แฮม - เบคอนผัดกับพริกแห้งกระเทียม รสชาติเผ็ดร้อนนิดๆ หอมกลิ่นกระเทียมและพริกแห้ง เส้นสปาเก็ตตี้ต้มมาแบบ Al Dante แล้วเอาไปผัดแบบแห้งๆ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบสปาเก็ตตี้แบบครีมซอสส่วนจานที่รสชาติเซอร์ไพรส์สุดๆ คือ "Spaghetti Squid Black Sauce" (ราคา 220 บาท) สปาเก็ตตี้ซอสหมึกดำสูตรพิเศษ เส้นเหนียวนุ่ม หอมฟุ้งกลิ่นปลาหมึก แบบที่กินเข้าไปแล้วรู้เลยว่า กลิ่นและรสชาติของปลาหมึกได้หลอมรวมอยู่ในทุกอณูของเส้นสปาเก็ตตี้แล้ว แต่เวลากินปากอาจจะดำหน่อยๆ ใครไปกับหวานใจอาจต้องระวังกันนิดนึง

"Foie Gras with Raspberry Sauce"

"Pork Chop with Pepper Sauce"

"BBQ. Pork Rib"

"Spaghetti Smoked Ham and Bacon with Chili Garlic"

"Spaghetti Squid Black Sauce"

"French Fries Anchovy"ส่วนเมนูที่เหมาะจะสั่งมาเป็นกับแกล้ม หรือสั่งมากินเล่นๆ เอาเพลิน ก็ต้องนี่เลย "French Fries Anchovy" (ราคา 180 บาท) เฟรนช์ฟรายชิ้นหนานุ่ม ทอดแบบกรอบนอกนุ่มใน แล้วราดด้วยชีสฉ่ำเยิ้มแบบที่คนรักชีสเห็นแล้วต้องกรี๊ดด้วยความถูกใจ แล้วโรยด้วยผงแองโชวีรสชาติเค็มๆ มันๆ ซึ่งทั้งชีสและแองโชวีทำให้เฟรนช์ฟรายจานนี้กลายเป็นเมนูที่ไม่ธรรมดาไปในบัดดลแล้วถ้าไม่จบด้วยของหวาน ก็ดูเหมือนจะขาดอะไรไป จึงต้องตบท้ายด้วย "Homemade Tiramisu" (ราคา 120 บาท) ทีรามิสุอร่อยล้ำ รสชาติเข้มข้นหวานมัน เนื้อเนียนนุ่มแบบที่คนรักของหวานไม่ควรพลาดอย่างสุดๆ และหากใครได้ลองแล้วจะต้องบอกว่า อย่าประมาทขนมในร้านที่ไม่ได้ขายขนมโดยตรงเด็ดขาด เพราะอร่อยเด็ดไม่แพ้ร้านเบเกอรี่ชื่อดังเลยล่ะ




"Homemade Tiramisu"ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน ไม่ว่าจะอารมณ์อยากอิ่มกับมื้ออร่อย หรือสนุกสนานกับมื้อเมาท์มอยและมึนเมานิดๆ มาที่ "The Upper Glass" ที่เดียว ก็นั่งยาวได้เลย





