ไทยก็ได้ อิตาเลียนก็ดี รสชาติโฮมเมดแบบนี้ที่ตามหา The Vorra Bistro
  1. ไทยก็ได้ อิตาเลียนก็ดี รสชาติโฮมเมดแบบนี้ที่ตามหา The Vorra Bistro

ไทยก็ได้ อิตาเลียนก็ดี รสชาติโฮมเมดแบบนี้ที่ตามหา The Vorra Bistro

สัมผัสรสชาติอาหารอิตาเลียนแบบโฮมเมด พร้อมอาหารไทยในสไตล์ฟิวชั่นแต่ยังคงรสชาติแบบไทยแท้ ในห้องอาหารของโรงแรมหรูติดริมน้ำปิง ในราคาที่คุณยิ้มได้
Ad ·
สนับสนุนโดย The Vorra Bistro The Chiang Mai Riverside Hotel
(รายละเอียดเพิ่มเติม)
Video at //www.facebook.com/hungryfatguy/videos/1235513683149677/

วันนี้ต้องบอกว่าเป็นโอกาสดีอย่างมาก เนื่องจากทีมงานวงในได้รับคำเชิญจากทางโรงแรม The Chiang Mai Riverside ให้มาลิ้มลองรสชาติของอาหารอิตาเลียนจากห้องอาหาร The Vorra Bistro ของทางโรงแรม แน่นอนว่างานนี้เราไม่พลาดอย่างแน่นอน

แล้วเราก็ไม่รอช้ารีบพากันขับรถมุ่งหน้าไปตามถนนเส้นป่าแดด โดยลอดมาทางใต้สะพานสถานีตำรวจภาค 5 จากนั้นขับตรงไปตามถนนเลียบแม่น้ำปิง ผ่านโรงแรมชิคอิซทานาไปซักพัก ก็จะเจอโรงแรมอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำปิง

เมื่อเดินเข้ามาด้านในก็จะเจอกับห้องอาหารตั้งอยู่ทางด้านหลัง โดยเราสามารถนั่งชมทัศนียภาพของแม่น้ำปิง ที่ไหลผ่านบริเวณด้านหน้าห้องอาหารได้ตลอดเวลา ไปพร้อมกับประทานอาหารเมนูต่าง ๆ ที่มีบริการภายในห้องอาหารนี้ อาทิ อาหารอิตาเลียน อาหารไทย รวมถึงอาหารเหนือพื้นเมืองด้วย

Rim Ping Rocket Salad (190 บาท) สลัดผักร็อกเก็ต ที่จะทำให้เพื่อน ๆ ได้สัมผัสถึงความสดชื่นของผักร็อกเก็ต และผักสดนานาชนิด ที่นำมาผสมเข้ากับความเปรี้ยวอมหวานของน้ำสลัดบัลซามิกสูตรเฉพาะ ซึ่งได้มาจากการหมักผลไม้แห้งเอาไว้จนได้ที่ โรยหน้าด้วยถั่วต่าง ๆ ทั้ง วอลนัท อัลมอนด์ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และที่แปลกตามากบนจานคือเกลือที่เป็นสีดำ! ซึ่งเจ้าของร้านได้บอกกับเราว่าเป็นเกลือนำเข้ามาจากอิตาลี ซึ่งมันจะมีความกลมกล่อมมากกว่าเกลือปกติ แต่จะมากขนาดไหนคงต้องไปลองชิมดูกันเอง

Rim Ping Rocket Salad

Rim Ping Rocket Salad

Delicious Calamari (180 บาท) ที่ The Vorra Bistro ใช้หมึกสดหั่นเป็นแว่นใหญ่ ๆ ชุบแป้งที่คลุกเคล้ากับเครื่องปรุงรสต่าง ๆ อาทิ เกลือ พริก กระเทียม พริกไทย นำไปทอดจนมีสีเหลืองกรอบ เสิร์ฟพร้อมกับทาร์ทาร์ซอสโฮมเมด สีขาวนวลที่ทานแล้วรู้เลยว่าทำสดใหม่จริง ๆ

Delicious Calamari

Delicious Calamari

ตามมาด้วยอีกหนึ่งจานอิตาเลียนที่ได้รับคำแนะนำจากทางร้าน Ravioli di Portobello (250 บาท) เพียงคำแรกที่ได้กินราวิโอลีนุ่ม ๆ เนื้อบางที่ทำสดใหม่ในครัว สอดไส้ด้วยผัก Spinach หรือผักโขม และเนื้อกุ้งสับ เพื่อให้รสสัมผัสที่หวานในปาก ตัดกับรสชาติเค็มมันของครีมซอสสูตรเด็ด ที่ได้จากการเคี่ยวครีมสด ให้เข้ากับเห็ดสับหยาบ ๆ แล้วโรยหน้าด้วยเห็ดพอร์โทเบลโลย่าง ก่อนปิดท้ายด้วยน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลชั้นยอด ที่กลิ่นนั้นลอยขึ้นมาปะทะจมูกแบบเต็ม ๆ พร้อมรสสัมผัสแบบเนียน ๆ ทำเอารู้สึกเคลิ้มไปกับรสชาติเหมือนกัน

Ravioli di Portobello
Ravioli di Portobello

Ravioli di Portobello

Salmon with Ratatouille
ตามด้วยเมนูหลักอย่าง Salmon with Ratatouille (350 บาท) แซลมอนที่มีวิธีการย่างในแบบเฉพาะ ให้ด้านนอกมีความกรอบนิด ๆ และเนื้อปลายังคงความชุ่มชื้นอยู่แบบเต็มที่ ทานพร้อมกับ Ratatouille ที่อัดแน่นไปด้วยรสชาติของ ซุกินี พริกหวาน มะเขือยาวที่ผ่านการย่างและตุ๋นรวมกับมะเขือเทศแบบฉ่ำ ๆ และให้กลิ่นหอมของน้ำมันมะกอกอย่างชัดเจน
To Die for Fettuccine
To Die for Fettuccine (250 บาท) เฟตตูชินี่เส้นหมึกดำคลุกเคล้าเข้ากับครีมซอสสูตรเฉพาะ ที่เมื่อตักเข้าปากก็รู้สึกได้ถึงความเข้มข้นของขีส และกลิ่นหอมของขมิ้นที่ผสมเพิ่มเข้าไปอย่างลงตัว เสิร์ฟมาพร้อมกับกุ้งแม่น้ำเนื้อแน่น ตัวโตซะใจ และขนมปังกระเทียมร้อน ๆ อบเสร็จใหม่ ๆ ก่อนโรยด้วยพาเมซานชีสสไลซ์ แนะนำว่าต้องกินตอนเสิร์ฟร้อน ๆ นะ จะได้ฟินเหมือนเรา
To Die for Fettuccine

To Die for Fettuccine

Coq au Vin (330 บาท) เมนูสูตรฝรั่งเศสที่นำเอาไก่ชิ้นโตไปย่างจนด้านนอกพอสุก จากนั้นจึงนำไปตุ๋นในซอสไวน์แดง และบรั่นดีอีกครั้งจนน้ำซอสซึมเข้าไปทั่วทั้งชิ้น เสิร์ฟพร้อมมันบดรสชาติกลมกล่อม และผักต่าง ๆ ที่ผ่านการย่างจนหอม จานนี้อาจจะรสติดขมจากบรั่นดีซักหน่อย แต่รับรองได้ว่าไม่เมาแน่นอน!

Coq au Vin

Coq au Vin

ที่ The Vorra Bistro ไม่ได้มีแต่อาหารยุโรปนะ แต่ทีเด็ดของเชฟที่นี้ยังมีอาหารไทยที่รสชาติจัดจ้านแบบไทยจริง ๆ และมีหน้าตาที่เก๋ไก๋อย่างจานนี้ Gang-Som Goong Dok Mai Kai (240 บาท) เมนูอาหารไทยที่ดูคุ้นเคย แต่ไม่ค่อยคุ้นตา เมื่อเชฟได้นำเอารสชาติของแกงส้มกุ้งที่จัดจ้านตามตำรับ มาเสิร์ฟพร้อมดอกไม้ตามฤดูกาลชุบไข่ แล้วทอดจนสุกเป็นสีเหลืองอร่าม

Gang-Som Goong Dok Mai Kai

Gang-Som Goong Dok Mai Kai

ว่าแล้วก็ได้เวลากลับมาที่เชียงใหม่ด้วย Traditional Khan-Tok Set (490 บาท) ภประกอบไปด้วย น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง ลาบหมูคั่ว แกงฮังเล แคบหมู แหนมทอด ไส้อั่ว หมูยอทอด กับข้าวก่ำห่อใบตอง พร้อมสลัดผักสดออร์แกนิกทานแกล้ม เสิร์ฟในขันโตกแบบดั้งเดิม เรียกได้ว่าแขกไปใครมาก็ต้องประทับใจแน่นอน

Traditional Khan-Tok Set

Traditional Khan-Tok Set

ปิดท้ายมื้ออาหารในวันนี้ด้วย Khao Niew Mamuang (190 บาท) เมนูของหวานแบบไทย ๆ ที่เราต่างก็คุ้นเคยกันดี ในรสชาติแสนละมุนของข้าวเหนียวมูนนุ่ม ๆ ที่มูนเองภายในห้องครัว ราดน้ำกะทิอบเชิงเทียนเข้มข้นหวานมัน ที่กินคู่กับมะม่วงสุกรสหวานได้ฟินแบบสุดๆ

Khao Niew Mamuang

ปิดท้ายอาหารมื้อนี้ด้วยเครื่องดื่มเย็น ๆ จากบาร์เครื่องดื่มในบรรยากาศแบบเปิดโล่งริมแม่น้ำปิง ให้เราได้นั่งเลือกจิบเครื่องดื่มแบบชิลล์ ๆ ทั้งไวน์จาอิตาลี และฝรั่งเศส รวมถึง Cocktail และ Mocktail เจ๋ง ๆ อย่าง Classic Mojito และ The Chiang Mai Mojito สองเครื่องดื่มฝาแฝดจาก The Vorra Bistro โดยมีความแตกต่างกันตรงที่ The Chiang Mai Mojito นั้นใช้น้ำมังคุดสดจากโครงการหลวงดอยคำเป็นส่วนประกอบ เพื่อสุขภาพของผู้ดื่ม

Mojito 165 บาท และ The Chiang Mai Mojito (Mangosteen) 150 บาท ที่ใช้น้ำมังคุดจากโครงการหลวงเป็นส่วนผสมหลัก

การเดินทาง

การเดินทาง :: ลอดใต้สะพานสถานีตำรวจภาค 5 จากนั้นขับตรงไปตามถนนเลียบแม่น้ำปิง ผ่านโรงแรมชิคอิซทานาไปซักพัก ก็จะเจอโรงแรมอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำปิง
เวลาเปิด-ปิด :: เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 07:00 - 22:00 น.
เบอร์โทร :: 053-447-211 ต่อ 503 , 093-136-1551

เมนูห้ามพลาด

To Die for Fettuccine, Rim Ping Rocket Salad, Gang-Som Goong Dok Mai Kai

แผนที่

ภายในโรงแรม The Chiang Mai Riverside ลอดใต้สะพานสถานีตำรวจภาค 5 จากนั้นขับตรงไปตามถนนเลียบแม่น้ำปิง ผ่านโรงแรมชิคอิซทานาไปซักพัก ก็จะเจอโรงแรมอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำปิง
static-map