ราวกับหลงมาที่นครนิวยอร์ก! กับเมนูเด็ดตำรับอเมริกันร่วมสมัยที่ Tribeca
  1. ราวกับหลงมาที่นครนิวยอร์ก! กับเมนูเด็ดตำรับอเมริกันร่วมสมัยที่ Tribeca

ราวกับหลงมาที่นครนิวยอร์ก! กับเมนูเด็ดตำรับอเมริกันร่วมสมัยที่ Tribeca

อาหารอเมริกันมีเพียงแค่ Fast Food เท่านั้น! จัดหนักกับเมนูเด็ดที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบมากคุณภาพ นำเสนอด้วยความประณีตกับเมนูเด็ดตำรับอเมริกันร่วมสมัยที่ Tribeca
Ad ·
สนับสนุนโดย Tribeca Contemporary American Restaurant
(รายละเอียดเพิ่มเติม)

หลายต่อหลายคนมักคิดว่าอาหารอเมริกันมีเพียงแค่ Fast Food เท่านั้น ทางเราอยากบอกว่า Fast Food ที่ทุกๆท่านคุ้นเคยเป็นแค่ส่วนย่อยเท่านั้น! เมื่อศุกร์ที่ผ่านมานี้ ทีมงานวงในได้ยกกองไปที่ร้าน "Tribeca" เพื่อพิสูจน์ให้ทุกๆคนได้เห็นว่า อาหารอเมริกันมีมากกว่าเบอร์เกอร์และเฟรนช์ฟราย์ส!

หน้าร้าน tribeca
หน้าร้าน
บรรยากาศร้าน tribeca
เพียงได้เห็นหน้าร้านก็คงพอเดาออกแล้วว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากมหานครนิวยอร์ก!
บรรยากาศร้าน tribeca
เพราะจริงๆแล้ว "Tribeca" นั้นก็คือ ชุมชนที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงประจำนครนิวยอร์กนั่นเอง!


นอกจากเทศกาลหนังชื่อดัง Tribeca Film Festival ย่าน "Tribeca" ยังเป็นศูนย์รวมของสถาปัตยกรรมในยุค Art Deco อีกด้วย!

ดื่มด่ำกับบรรยากาศอย่างเต็มตาแล้ว เรามาประเดิมกับเมนูเด็ดตำรับอเมริกันร่วมสมัย สูตรเด็ดของทางร้านกันเลยดีกว่า!

“Manhattan Clam Chowder” (280 บาท) หากพูดถึงเมนู “Clam Chowder” ใครๆที่คุ้นเคยกับอาหารอเมริกัน ก็คงจะนึกถึงหอยลายในซุปครีมเข้มข้นตามตำรับ New England 

Manhattan Clam Chowder
แต่ของร้าน "Tribeca" จะแตกต่างโดยสิ้นเชิง ตัวซุปของ“Manhattan Clam Chowder” นั้นมีรสสัมผัสที่เบา ทำให้ซดได้คล่องคอ
Manhattan Clam Chowder
  ส่วนรสชาตินั้นเข้มข้นสะใจเพราะอัดแน่นไปด้วย หอยลายสดๆ, Bell Pepper หรือพริกหวาน, เสริมกลิ่นด้วยโอเรกาโน่และน้ำมันเบคอน ได้ชิมสักครั้งเป็นต้องติดใจ!


สลัดก็ดีงามใช่ย่อย! “Duck Confit & Radish Salad” (380 บาท) สลัดไฮโดรโปนิกส์คลุกเคล้ากับน้ำสลัดที่ทำจากน้ำเชื่อเมเปิ้ลไซรัปกับซอสฮอยซิน(ซอสสไตล์เวียดนาม) 

Duck Confit & Radish Salad
ท็อปด้วย Duck Confit (น่องติดสะโพกเป็ดตุ๋นสไตล์ฝรั่งเศสดั้งเดิม), ทับทิม, และ แรดิชดอง เป็นการผสมผสานระหว่างเอเชียและตะวันออกกลางที่ลงตัวสุดๆ


เรียกน้ำย่อยกันแล้ว เรามาต่อกันด้วย เมนูซีฟู้ด กันบ้าง!

“Scallop Rockefeller” (420 บาท) เป็นซิกเนเจอร์เมนูที่ดัดแปลงมาจากเมนูชื่อดังอย่าง “Oyster Rockefeller” แค่เปลี่ยนจากที่ใช้หอยนางรมเป็นหอยเชลล์ตัวใหญ่ๆเนื้อแน่นหวานฉ่ำจากฮอกไกโด  

Scallop Rockefeller
ย่างจนสุกกำลังดีเสิร์ฟบนดอกกะหล่ำบดเนื้อเนียนและผักโขมผัด ท็อปด้วยไข่มุกที่ทำจากซอสทาบาสโก้รสจัดพร้อม Pernod Cream หอมละมุน เสริม texture ด้วยขนมปังป่นที่คั่วกับทารากอน (สมุนไพรชนิดหนึ่งของทางยุโรป)


ใครที่เป็นคอแซลมอนห้ามพลาด!

  “Salmon Hijiki seaweed” (490 บาท) แซลมอนจากนอร์เวย์ชิ้นโต poach (กึ่งตุ๋นกึ่งลวก) ในน้ำซุปจนสุกกำลังดีฉ่ำถึงเนื้อใน เสิร์ฟพร้อมกับ Samphire (หน่อไม้ทะเลฝรั่ง), ครีม horseradish รสจัดจ้าน, แตงกวาดอง, ไข่ปลาแซลมอน ราดหน้าด้วย Hijiki Seaweed sauce ทำจาก สาหร่าย Hijiki ผสมครีม

Salmon Hijiki seaweed
 “Salmon Hijiki seaweed” (490 บาท)

โดนเมนูซีฟู้ดกันแล้ว ก็ต้องจัดเต็มกับ Main Course เนื้อสัตว์บกกันบ้าง!

“Steak-Frites” (890 บาท) เป็นเมนูสไตล์ Brasserie ฝรั่งเศสดั้งเดิม ที่แตกต่างก็คือทางร้านจะใช้เนื้อสันในพันธุ์แองกัสอย่างดี (USDA Certified) ส่งตรงมาจากอเมริกา

Steak-Frites
ย่างจนสุกแบบมีเดียมแรร์ เสิร์ฟพร้อมกับเฟรนช์ฟรายส์, บีทรูธตุ๋น, ผักไต้หวัน และซอสเดมิกลาสไวน์แดง รสชาติเข้มข้นสะใจ! เป็นอีกเมนูที่ Beef Lover ทุกคนห้ามพลาดโดยทุกประการ!


“Lamb-licious” (460 บาท) เบอร์เกอร์เนื้อแกะรสชาติเข้มข้น เป็นการผสมผสานระหว่าง เบอร์เกอร์แพทตี้ที่ทำจากเนื้อแกะออสเตรเลียนปรุงรสด้วยยี่หร่าหอมเย้ายวนใจ

Lamb-licious
เสิร์ฟในขนมปัง Brioche หอมเนยสด พร้อมกับหอมหัวใหญ่ผัด, แตงกวาดอง, ผักสลัด, และซอสปาปริก้า Aioli (มายองเนสรสจัด)


ปิดท้ายด้วยของหวานมากรสมากเครื่องอย่าง “Tropical Brûlée” (250 บาท) คัสตาร์ดที่ทำจากกะทิและมกรูดหอมละมุนชื่นใจ เสิร์ฟพร้อมกับ สับปะรดฝานบาง, เนื้อเค้กมะพร้าว, เยลลี่ผสม Malibu, Brown Butter Soil (เกล็ดขนมที่ได้จากการคั่วเนยจนเป็นสีน้ำตาล กลิ่นหอมใช้ได้เลย!), และไอศกรีมซอร์เบต์มะม่วงน้ำดอกไม้ 


Tropical Brûlée
“Tropical Brûlée” (250 บาท)
Açaí Energizer
"Açaí Energizer" (310 บาท)

นอกเหนือจากเมนูเด็ดตำรับอเมริกันร่วมสมัย "Tribeca" 

ยังมีเมนูอาหารเช้าอย่าง "Açaí Energizer" (310 บาท) ซึ่งเป็นการรวมตัวระหว่าง Açaí Purée (Açaí คือผลไม้ในตระกูลปาล์มจากอเมริกาไต้ ปั่นละเอียดเพื่อรสชาติและความละเมียดละไม) ท็อปด้วยผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อย่าง บลูเบอร์รี่, และโกจิเบอร์รี่ ตามด้วย กล้วย, ทับทิม, กีวี่, Granola สูตรเฉพาะของทางร้าน และ Agave Nectar (น้ำตาลสกัดจากผล Agave ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับ เหล้าเม็กซิกันอย่าง tequila)

การเดินทาง

เห็นไหมครับ? อาหารอเมริกา โดยแท้จริงแล้วมีมากกว่าเบอร์เกอร์และเฟรนช์ฟรายส์! ทางเราอยากให้เพื่อนๆ ทุกคนคนได้หาเวลาและโอกาส ไปลิ้มรสเมนูเด็ดที่อัดแน่นไปด้วยรสชาติและวัตถุดิบมากคุณภาพ นำเสนอด้วยความประณีตกับเมนูเด็ดตำรับอเมริกันร่วมสมัยที่ "Tribeca" รับรองติดใจชัวร์ครับ! ร้าน "Tribeca" อยู่ที่ Nihonmura Mall ฝั่งขวาของทองหล่อซอย 13 เดินเข้าไปก็เจอเลย!

แผนที่

ร้านอยู่ในโครงการนิฮอนมูระ มอลล์ ชั้น G