แฟนๆ นักกินคนไหนชื่นชอบกินอาหารเกาหลี แนะนำให้มาลิ้มรสอาหารเกาหลีเลิศรสชวนลอง ที่ Tudari Express บนห้าง Maya ชั้น 4 ที่ยกอาหารเกาหลีแท้ๆ หลากหลายเมนู มาให้ทานกันโดยไม่ต้องบินไปไกลถึงประเทศเกาหลี ซึ่งหลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับอาหารปิ้งย่างสไตล์เกาหลี แต่นอกจากปิ้งย่างรสเลิศที่เป็นที่รู้จักกันแล้ว ยังมีเมนูหม้อไฟสูตรต้นตำรับจากแดนโสมอย่าง “ชินดังดงต๊อกปกกิ” หรือจะเป็นเมนูคุ้นตาที่เห็นในในซีรี่ส์เกาหลีบ่อยๆ อย่าง “บิบิมบับ" และอีกหลากหลายเมนูที่ทางร้านใส่ใจเลือกวัตถุดิบที่สดใหม่ได้คุณภาพมาให้คุณลูกค้าได้อิ่มอร่อยกันอย่างจุใจ ซึ่งวันนี้ "วงใน" ขออาสาจับมือพาไปทำความรู้จักกันครับ



Tudari Express เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 20.00 น. ที่นี่มีบริการอาหารเกาหลี ที่เลือกทานได้ทั้ง A La Carte และเป็น Set โดยแต่ละเมนูจะมีราคาอยู่ระหว่าง 110-250 บาท เหมาะสำหรับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา วัยรุ่น คนทำงาน และครอบครัว บรรยากาศภายในร้าน ตกแต่งในสไตล์ร้านอาหารเกาหลีแบบร่วมสมัยคือสไตล์เกาหลีโมเดิร์น เน้นโทนดำตัดสลับกับแดง ดูแล้วทันสมัย ที่นี่ใส่ใจและเน้นการให้บริการที่เป็นกันเอง มีสไตล์การต้อนรับลูกค้าเฉพาะแบบของ “ทูดาริ” ที่เมื่อเดินเข้ามาในร้านก็จะได้ยิน "อันยองอาเซโย" อย่างพร้อมเพรียงของน้องๆ พนักงานภายในร้าน ดูแล้วกระฉับกระเฉงฉับไว นอกจากนี้ภายในร้านยังมี Open Kitchen หรือ ครัวเปิด เพื่อให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดการทำอาหารแต่ละเมนูของเชฟที่เน้นความสนุกสนานด้วยตนเองอีกด้วย

เมื่อเดินเข้ามาในร้านก็จะได้ยิน "อันยองอาเซโย" และตอนกลับก็จะได้ยิน "คัมซัมนิดา" เป็นการขอบคุณลูกค้า


Open Kitchen หรือ ครัวเปิด เพื่อให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดการทำอาหารแต่ละเมนูของเชฟ

เชฟสุดหล่อที่จะปรุงอาหารแบบสดๆ ให้เราทานกันในวันนี้
วัตถุดิบในการปรุงของ Tudari Express ล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพคัดสรรมาอย่างดี ทั้งเป็นของที่นำเข้ามาจากเกาหลีโดยเฉพาะบรรดาเครื่องปรุงเครื่องเทศหรือซอสต่างๆ เพื่อให้ได้รสชาติสูตรดั้งเดิม และของคุณภาพเยี่ยมที่เลือกหาจากภายในประเทศเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ เริ่มกันที่เมนูอย่างแรกที่เรามักจะได้เห็นในซีรี่ย์กันบ่อยๆ ก็คงไม่พ้น "บิบิมบับเนื้อ" (190 บาท) ข้าวยำเกาหลีกับสารพัดผักเคียงที่จัดวางมาด้วยสีสรรฉูดฉาดพร้อมไข่ที่ตอกใส่มาแบบสุกกำลังดีเรียงรายอยู่ในหม้อหินร้อนๆ สไตล์ดั้งเดิม สามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ใส่เป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ หรือเนื้อวัวในเมนูที่สั่ง และเมื่อใส่น้ำซอสยำรสเผ็ดนิดๆ ลงไปคลุกเคล้าด้วยแล้วรสชาติอันหวานมันหอมหวลจากไข่ประกอบกับความกรุบกรอบของบรรดาผักเคียงทั้งหลายก็ทำให้เมนูนี้ฟินเข้าไปใหญ่ ยิ่งเมื่อได้ทานส่วนที่ติดข้างหม้อหินก็เป็นที่แน่นอนว่าเป็นอะไรที่ต้องเก็บเอาไปเล่าต่อกันทีเดียว



ต่อกันด้วย "ต๊อกปกกิซีฟู้ด"(190 บาท) สำหรับคนที่ชอบเคี้ยวอะไรหนุบๆ หนับๆ ลองสั่ง ต๊อกโปกี หรือผัดแป้งต๊อกปกกิกับอาหารทะเลในซอสพริกสไตล์เกาหลี แป้งข้าวผัดซอสพริกซีฟู้ด ชิ้นแป้งมาเป็นแท่งยาวกลมขนาดกำลังพอดีเคี้ยวหนึบหนับ เคี้ยวสนุก เหมือนขนมโมจิ แต่อร่อยกว่า ผัดมากับกุ้ง ปลาหมึกกับบรรดาผักทั้งหลาย รสชาติที่ได้จึงกลมกล่อมและออกรสเผ็ดนิดๆ ในลำคอ


หากใครอยากซดอะไรร้อนๆ ให้ชุ่มคอ ก็ขอแนะนำ "ซุปกิมจิ" (180 บาท) ในแบบฉบับของทูดาริ ที่ให้รสเปรี้ยวสะใจในแบบกิมจิและตัดรสแบบพอดีๆ ด้วยเต้าหู้สดที่เวลาเคี้ยวไม่เหนียวและไม่นิ่มจนเกินไป มาพร้อมกับหมูสามชั้นเนื้อเปื่อยนุ่มอยู่ในซุป


และมาถึงที่นี่ต้องไม่พลาดเมนู "ชินดังดงต๊อกปกกิ" (250 บาท สำหรับ 2-3 ที่) ชาบูแกงเกาหลีที่มีเครื่องหลากหลาย ทั้งมาม่าเกาหลี ลูกชิ้นปลา เต้าหู้ปลา ต๊อกปกกิ กิมจิ และอื่นๆ อีกมากมาย มีให้เลือกความเผ็ดถึงสามระดับ ซึ่งเราสามารถเลือกท้อปปิ้งที่จะเอามาใส่เพิ่มได้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อหมู หมูสามชั้น ปูอัด เนื้อกุ้ง ปลาหมึก ฯลฯ ซึ่งวิธีทานให้อร่อย ต้องทานแบบคลุกคลิก คือรอให้น้ำเดือดสักพัก แล้วใส่ท้อปปิ้งลงไป คนทุกอย่างให้เข้ากัน ลดไฟลง จากนั้นก็คนทุกอย่างให้เข้ากันอีกรอบ เพื่อให้ซอสและเครื่องเคียงต่างๆ ผสมผสานให้เข้ากันอย่างลงตัว เมื่อถึงเวลาก็โซ้ยกันเลย !



หากใครยังไม่อิ่มก็แนะนำให้ทาน "บุลโกกิหมู" (A La Carte 170 / Set 210) เนื้อหมูผัดซอสบุลโกกิ อีกหนึ่งเมนูยอดนิยมที่ดังสุดๆ ในหมู่ชาวต่างชาติ เพราะรสชาติอร่อยถูกปากและไม่เผ็ด ความหมายตามชื่อบุลโกกินั้นหมายถึงเนื้อลุยไฟ เพราะสมัยก่อนมักนำมาย่างบนเตาถ่าน สำหรับซอสบุลโกกิแบบในปัจจุบันนี้มีส่วนผสมสำคัญคือสาลี่เกาหลี ทำให้เนื้อหมูมีรสหวานกลมกล่อมชุ่มฉ่ำในจานร้อน ถ้าใครสั่งเซ็ตเมนูนี้จะเสิร์ฟมาพร้อมกับ ข้าว ซุป กิมจิ และเครื่องเคียง


จานนี้น่าจะเป็นสวรรค์ของคนรักชีสแลัชอบทานเผ็ดเป็นที่สุดกับเมนู "ไก่ผัดเผ็ดอบชีส"(A La Carte 170 / Set 210) เนื้อไก่และผักผัดในซอสพริกสไตล์เกาหลี โรยหน้าด้วยชีส เสิร์ฟมากับกระทะร้อน ที่ได้ไก่ชิ้นโต เนื้อแน่นนุ่ม ทานคู่กับชีสเยิ้มๆ ตัดกับรสเผ็ดจัดจ้านของซอสพริกสไตล์เกาหลี เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาด


ปิดท้ายกันที่เมนูของหวาน "Honey Bread" (160 บาท) เนื้อขนมปังชิ้นโต กรอบนอกนุ่มในที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำผึ้งหอมหวาน ที่ทางร้านได้คัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพเนื้อขนมปังจึงนุ่มและหอม นำมาจัดใส่จานทานคู่กับไอศกรีมวนิลา 2 ก้อนโตๆ ราดน้ำผึ้ง โรยด้วยน้ำตาลไอซ์ซิง ให้ความสวยงาม รับรองว่าอร่อยไม่เหมือนใครแน่นอน ทานคู่กับเครื่องดื่มสีชมพูสดใส รสอร่อยหอมหวานชวนรับประทานอย่าง "โรมิโอ" (50 บาท) นมเปรี้ยวปั่นผสมเยลลี่รสชาติหวานละมุนลิ้น หรือเลือกทานเป็น "ชาเขียว" (35 บาท) ชาเขียวนำเข้าจากเกาหลีที่มีส่วนผสมของข้าว มีกลิ่นหอม รสนุ่มนวลไม่หวานเหมือนเจ้าอื่นๆ

"Honey Bread"

"โรมิโอ"

"ชาเขียว"
แน่นอนว่าหากพูดถึงอาหารเกาหลีระดับคุณภาพในประเทศไทย คงต้องนึกถึงร้าน TUDARI Express (ทูดาริ เอ็กซ์เพรส) ร้านอาหารเกาหลี เน้นรสชาติอาหารที่ถูกปากคนไทย บวกกับการให้บริการอย่างเป็นกันเอง และมีไตล์เฉพาะตัว จนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ซึ่งแบรนด์ ทูดาริ ในประเทศเกาหลีมีมากกว่า 2,000 สาขา ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งในจีน ญี่ปุ่น ฮ่องกงไต้หวัน รวมถึงไทย และวันนี้มาเปิดบริการให้คนเชียงใหม่ได้ไปลิ้มลองกันแล้ว เพื่อนๆ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ของทางร้านได้ที่ :
//www.facebook.com/tudariexpressmayachiangmai
052-081-555






