อัพระดับความเดือดกับเนื้อ U.S.! ที่ Pepper Lunch
  1. อัพระดับความเดือดกับเนื้อ U.S.! ที่ Pepper Lunch

อัพระดับความเดือดกับเนื้อ U.S.! ที่ Pepper Lunch

เอาใจคนรักเนื้อทั่วประเทศ! เพิ่มระดับความเข้มข้นด้วยการเปลี่ยนมาใช้เนื้อ US ที่ Pepper Lunch ทุกสาขา
[Ad] • 4 ส.ค. 2015 · โดย

เรียกได้ว่าเป็นการอัพเกรดครั้งยิ่งใหญ่เลยทีเดียวสำหรับร้านอาหารแบบ D.I.Y. สุดฮ๊อทอย่าง "Pepper Lunch" โดยใช้เนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยมที่นำเข้ามาจาก อเมริกา ซึ่งเนื้อ US จะมีรสชาติที่เข้มข้น รสสัมผัสนุ่มละมุนเรียกได้เลยว่าเป็นการขอบคุณ และเอาใจคนรักเนื้อทุกๆคนที่มาอุดหนุนที่ร้านอย่างสม่ำเสมอไม่ขาดสาย

และเพื่อให้สร้างบรรยากาศให้คล้องจองกับเนื้อ US ชั้นเยี่ยมทาง "Pepper Lunch" ก็ได้ทำการ Revamp หรือ เปลี่ยนลุก โดยโทนสีหลักก็ยังคงเป็นสีน้ำตาลแต่จะมีการปรับอารมณ์ของสีให้มีความทุ้มมากยิ่งขึ้น ทำให้รู้สึกเหมือนได้เข้าไปทานอาหารใน Steakhouse แบบญี่ปุ่นจริงๆ ดูผิวเผินอาจเป็นแค่รายละเอียดยิบย่อย แต่สิ่งที่เรียกว่าบรรยากาศก็มีผลต่อความสุนทรียภาพในการรับประทานอาหารหนึ่งมื้อเป็นอย่างมาก และนี่ก็เรียกได้ว่าเป็นความเอาใจใส่ที่ทางร้านมีให้กับแขกทุกๆคนที่เข้ามาอุดหนุน

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาดูกันเลยดีกว่าว่าเมนูที่ประกอบด้วยเนื้อ US มันจะน่ารับประทานสักขนาดไหน แค่ได้จินตนาการถึงเสียง "ซ่าฮ์~" เมื่ออาหารมาเสิร์ฟบนโต๊ะในจานหินที่ร้อนสุดขั้ว พร้อมกับกลิ่นหอมที่ตามมาโชยเข้าจมูก สีสันแดงปนชมพูที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นน้ำตาลต่อหน้าต่อตาเมื่อเนื้อกำลังค่อยๆสุก พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซอสที่ค่อยระเหยเมื่อคลุกเคล้าให้เข้ากับเนื้อ เป็นใครท้องก็คงจะร้องกันแล้ว

"ข้าวเปปเปอร์จัมโบ้เนื้อ"

"ข้าวเปปเปอร์จัมโบ้เนื้อ"

มาเปิดประเดิมด้วยเมนู ข้าวเปปเปอร์เนื้อ แต่ไม่ใช่แบบธรรมดาเพราะมันคือ "ข้าวเปปเปอร์จัมโบ้เนื้อ" (A la carte 220บาท/Set 275บาท) เมนูจานร้อนที่มีข้าวญี่ปุ่นเรียงเม็ดสวยโรยทับด้วยพริกไทย และข้าวโพดอยู่ด้านบน อัดแน่นไปด้วยเนื้อ US สไลซ์ขนาดพอดีคำไว้โดยรอบ ส่งเสียงซู่ซ่าเล่นกับจานร้อนเวลากินให้กดลงบริเวณข้าวโพดหอมหวานที่อยู่ตรงกลางเพื่อให้เนยสูตรพิเศษที่อยู่ด้านในโดนความร้อนแล้วคลุกเคล้าข้าว เนื้อและส่วนผสมทั้งหมดจนเข้ากัน จนกลิ่นหอมของเนื้อฟุ้งลอยขึ้นจมูก เวลาเคี้ยวสัมผัสได้ถึงความนุ่มของชิ้นเนื้อสลับกับข้าวเปปเปอร์ ยังไม่พอถ้าต้องการความจัดจ้านก็สามารถปรุงซอสสูตรพิเศษลงได้ตามความชอบ

“Sukiyaki Beef”

“Sukiyaki Beef”

ยังไม่พอกับความนุ่มละมุนของเนื้อสไลด์ มาต่อกันด้วยเมนูสไตล์ญี่ปุ่นที่นำมาประยุกต์กับจานร้อนอย่าง “Sukiyaki Beef” (A la carte 248บาท/Set 303บาท) ซึ่งถือได้ว่าเป็นเมนูยอดฮิตจากแดนซามูไรต้นกำเนิด และแน่นอนเพื่ออัพระดับรสชาติให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้นเนื้อสไลด์ที่ใช้ก็ต้องเป็นเนื้อ US แผ่นบางๆหน่อย ผสมผสานคลุกเคล้าให้เข้ากับรสชาติของน้ำซอสสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่นรสโอชากลมกล่อม เติมรสชาติด้วยไข่ไก่ที่เสิร์ฟพร้อมในจานร้อน ตักกินคู่กับข้าวญี่ปุ่นที่เสิร์ฟมาคู่กัน รับประกันได้เลยฟินถึงแดนอาทิตย์อุทัยโดยไม่ต้องบินลับฟ้า

"Pasta Aglio Olio (Beef)"

"Pasta Beef Aglio Olio"

อีกหนึ่งเมนูที่เรียกได้ว่าเป็น Signature ประจำร้านก็คือ "Pasta Beef Aglio Olio"(A la carte 195 บาท/Set 250 บาท)ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ขายดีมากๆประจำ "Pepper Lunch" เลยทีเดียว เส้นพาสต้าที่ลวกจนสุกกำลังดีโดยที่ยังมี Texture ที่หนึบสู้ฟันทุกครั้งที่เคี้ยวโรยหน้าด้วยพริกป่น โทการาชิ สูตรพิเศษประจำร้านรสชาติเผ็ดร้อนสะใจ ก่อนรับประทานให้คลุกเคล้าทุกๆอย่างรวมกัยทั้งเนื้อ US ทั้งพริกป่น ทั้งเส้นพาสต้า พร้อมกับซอสเทอริยากิรสกลมกล่อม ให้ทุกอย่างเข้ากันเป็นหนึ่งเดียว ถ้าจะให้ดีควรคลุกเคล้าและเทซอสเลยตอนที่ยังร้อนๆอยู่เพราะนอกจากเสียงซ่า ที่กระตุ้นความหิวเมื่อตัวซอสกระทบกับจานร้อนแล้ว ทุกอย่างจะรวมตัวกันง่ายขึ้นแถมเมื่อคลุกเสร็จซอสก็จะง่วนลงนิดหน่อยเสริมรสชาติให้เข้มข้นฟิน!

"ข้าวชีสซี่ออมเล็ตซอสแกงกะหรี่เนื้อ"

"ข้าวชีสซี่ออมเล็ตซอสแกงกะหรี่เนื้อ"

หากใครรู้ตัวว่าเป็นคอแกงกะหรี่แบบ Die Hard หรือชื่นชอบความหอมมันเข้มข้นของออมเล็ต ก็ต้องโดนสักรอบกับ "ข้าวชีสซี่ออมเล็ตซอสแกงกะหรี่เนื้อ" (A la carte 265 บาท/Set 320 บาท) ตอนแรกเป็นเพียงเมนู Special แต่ด้วยเสียงตอบรับที่ถล่มทลายจึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งเมนูหลัก ออมเล็ตหอมมันฟูนุ่มที่ภายในอัดแน่นไปด้วยมอสซาเรลล่าชีสเยิ้มๆ เสิร์ฟบนข้าวญี่ปุ่นหอมกรุ่นและเนื้อ US สไลด์ ราดด้วยแกงกะหรี่รสเข้มหอมเครื่องเทศทำใหม่ทุกวันบนจานร้อนระอุ วิธีการรับประทานให้ได้อรรถรสสุดก็คือ พอมาถึงก้ให้คลุกเคล้าเนื้อ US ให้สุก ก่อนที่จะราดน้ำซอสแกงกะหรี่ จะผสมกับแกงกะหรี่เพิ่มความเข้มข้นให้กับรสชาติแบบทวีคูณ ทานพร้อมกับข้าวและไข่ออมเล๊ตโรยชีสเยิ้มๆ คงเป็นการยากที่จะวางช้อนสุดพิเศษ! รับไปเลย Pepsi เย็นๆหนึ่งแก้ว เมื่อสั่งโปรโมชั่น เอาใจคนรักเนื้อ U.S. แท้ จนถึง 10 กันยายน

สำหรับใครที่ไม่ทานเนื้อก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะ "Pepper Lunch" จัดหนักกับทุกๆเมนู

”Teriyaki Double Salmon Steak”

”Teriyaki Double Salmon Steak” ใครที่ชื่นชอบแซลมอนห้ามพลาดเด็ดขาดกับ ”Teriyaki Double Salmon Steak” (A la carte 315บาท/set 370บาท) เนื้อปลาแซลมอนชั้นดีนำเข้าจากนอร์เวย์แล่ชิ้นใหญ่จนคับจานร้อน เมื่อโดนความร้อนหนังปลาจะกรอบอร่อย เนื้อปลาจะหวานกำลังดี ผสมกับกลิ่นหอมของพริกไทยบดละเอียดที่โรยทับไว้ด้านบน เสิร์ฟคู่กับซอสเทริยากิสูตรดั้งเดิม

"สเต็กหมูคุโรบุตะ"

"สเต็กหมูคุโรบุตะ"

มาปิดท้ายกันอย่างจัดจ้านให้สมศักดิศรี "Pepper Lunch" กับ "สเต็กหมูคุโรบุตะ" (A la carte 265 บาท/Set 320 บาท) เนื้อหมูคุโรบุตะชิ้นหนาๆ หอมนุ่มชุ่มฉ่ำเป็นเอกลักษณ์ปรุงด้วยพริกไทยหั่นชิ้นเต็มปากเต็มคำ เสิร์ฟบนจานร้อนระอุซึ่งก็เหมือนเป็นการ Sear เนื้อให้ได้สีน้ำตาลสวยน่ารับประทาน พอเสิร์ฟถึงโต๊ะก็ให้เกลี่ยเนย สูตรพิเศษประจำ Pepper Lunch แล้วค่อยพลิกกลับชิ้นเนื้อ จะเสริมรสชาติเนื้อหมูให้เด่นขึ้นมาอีก ทานพร้อมมันบด เห็ดหอม และผักสดหวานฉ่ำยิ่งได้อรรถรส

อยากรับประทานอาหารมื้อเด็ดๆสักมื้อ ปรุงแบบตามใจฉันพร้อมบรรยากาศเท่ๆที่ช่วยกระตุ้นความอยากก็รีบบึ่งมาที่ "Pepper Lunch" สาขา Chamchuri Square ได้เลย และที่สำคัญหลังจากนี้เป็นต้นไป "Pepper Lunch" สาขาอื่นๆก็จะค่อยๆทยอยทำการ Revamp เพื่อให้ทุกๆคนได้รับอรรถรสการรับประทานอาหารบนจานร้อนแบบเต็มพิกัด

แผนที่

2nd floor จามจุรีสแควร์
map