#วงในบอกมา
- ร้านใช้น้ำตาลมะพร้าวที่เคี่ยวปรุงสดขึ้นเอง รสชาติจะหวานกลมกล่อมไม่เหมือนใคร
- การคัดสรรวัตถุดิบแต่ละชนิด จะนำมาจากแหล่งวัตถุดิบที่ดี
- พริกยำที่ร้านใช้ จะคำนวนแล้วใช้พริกที่แตกต่างกันกลิ่นพริกจึงหอมเด่นเป็นพิเศษ

เฝ้าภาวนาให้คืนวันที่เป็นฝันร้ายอย่างเจ้า Covid-19 นี้ให้ผ่านพ้นไปไว ๆ จนในที่สุดฟ้าก็ได้ตอบรับเสียงเว้าวอนจากเรา สถานการณ์ที่สุดแสนจะมืดหม่นก็ได้คลี่คลายลง ถึงคราวที่จะต้องออกไปรับความจี๊ดจ๊าดให้สาแก่ใจ คว้าเจ้าขาวรถคู่บุญพาออกมาท่องเมืองเชียงใหม่ กระทั่งสายตาด้านขวาก็เหลือบไปเห็นร้านยำเชียงใหม่ ที่พอเริ่มเปิดให้คนเข้ามานั่งในร้านได้ลูกค้าก็เต็มเอี้ยดแล้ว นั่นก็คือร้าน “ยำปูม้าเจ็ดยอด” เชียงใหม่ ร้านยำชื่อดังที่เราได้ยินชื่อเสียงมานาน วันนี้เลยมีโอกาสก็ขอรับรสชาติสุดซี้ดให้ลืมโลกไปเลย

ร้าน “ยำปูม้าเจ็ดยอด” เชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่เจ็ดยอดตรงถนนเส้นเจ็ดยอดพล่าซ่า ซึ่งหากย้อนไปราว ๆ 2 - 3 ปี “ยำปูม้าเจ็ดยอด” เชียงใหม่ ยังเป็นร้านยำเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในซอยลึก และในช่วงนั้นหากใครนึกถึงร้านยำเชียงใหม่จะต้องมีร้าน “ยำปูม้าเจ็ดยอด” เชียงใหม่ขึ้นในลิสต์เป็นอันดับแรกแน่นอน และตอนนี้ทางร้านก็ได้ขยับขยายร้านมาตั้งในที่ใหม่ บรรยากาศกว้างขวางและดีขึ้น สะดวกต่อการสัญจรมาก ๆ มีที่จอดรถกว้างขวางอยู่ฝั่งตรงข้ามร้าน แน่นอนว่าร้านก็ยังคงไม่ลืมเรื่องสำคัญอย่างมาตรการณ์ Social Distancing เพราะฉะนั้นลูกค้าที่เข้ามาอุดหนุนสบายใจได้เลย~

วันนี้มาคนเดียวแต่อยากใส่เดี่ยวกับอะไรที่ร้อนแรง ๆ อ่านชื่อเมนูไปเพลิน ๆ จนต้องสะดุดตาแล้วถึงกับต้องสั่งมาลอง กับ “ยำเจ็ดโคตร” (ราคา 599 บาท) เมนูยำถาดยักษ์ที่ยกโขยงอาหารทะเลมาถึง 6 ชนิด + 1 ท็อปปิง มีทั้งปูม้าสด ๆ ที่ให้มาเต็ม ๆ 3 ตัว, กุ้งสดไซส์ใหญ่เต็มคำ, หอยนางรมที่หวานฉ่ำจัดหนักมาพูน ๆ, หอยแครงเนื้อแน่นหนึบ, หมึกสายเนื้อเด้ง , แซลมอนเกรดพรีเมียม และท็อปปิง นำทั้งหมดไปคลุกเคล้าเข้าน้ำยำสูตรเฉพาะที่รสชาติครบรส หอมเด่นทั้งกลิ่นมะนาวและพริกเป็นเอกลักษณ์ แค่บรรยายน้ำลายก็สออีกแล้ว รีบส่งไม้ต่อให้กับเมนูต่อไปทันที



“ยำปูม้า 3 ตัว” (ราคา 120 บาท) เมนูที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่แรกเริ่ม ใครไม่สั่งมากินถือว่าพลาดมาก เพราะร้านนำปูม้าคัดไซส์พิเศษ ส่งตรงมาจากแหล่งวัตถุดิบลับชั้นเลิศ ทำให้ได้เนื้อปูม้าที่หวานฉ่ำเนื้อเด้ง ยิ่งได้น้ำยำที่เป็นพระเอกของร้านที่มีรสชาติเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ดครบรส อื้อหือ...สั่งมาลองดูเล้ย อ้อ! เราลืมบอกไปว่ายำปูม้าที่ร้านเริ่มต้นราคาที่ 40 บาทก็มีนะ


ควงคู่หูดูโอ้ออกมาประชันความแซ่บนัวกับ “ยำหมึกสาย” (ราคา 100 บาท) หมึกสายวัตถุดิบชั้นเลิศ นำมาลวกจนได้ความสุกที่พอดี เนื้อสัมผัสจึงกรอบและเด้งเป็นพิเศษ นำลงมายำคลุกเคล้ามันเข้ากั๊นเข้ากันสุด ๆ ตามมาติด ๆ ด้วยคู่ดูโอ้อย่าง “ยำปลาแซลมอน” (ราคา 150 บาท) ปลาแซลมอนเกรดซาชิมิที่เนื้อสีส้มวาวมีลายมันแทรกกำลังสวย เนรมิตรูปแบบการกินให้เข้ากับรสปากคนไทย โดยนำมายำกับน้ำยำรสเด็ดด้วยตัวน้ำยำที่มีมะนาวและพริกอยู่แล้ว ก็ทำให้ผิวปลาแซลมอนนั้นสุกมะนาวนิด ๆ แต่เนื้อด้านในยังคงนุ่มละมุนและหอมมาก กินเข้าไปคำแรกเรียกได้เลยว่านิพพาน~


“ยำหอยแครง” (ราคา 80 บาท) หอยแครงที่ส่งตรงมาจากแหล่งวัตถุดิบแบบวันต่อวัน จากนั้นร้านจะนำมาทำความสะอาดและล้างอย่างดี แล้วก็นำลงไปลวกให้ได้ความสุกแบบ Medium Rare เนื้อสัมผัสของหอยจะเด้งสู้ฟันและรสหวานฉ่ำ ใครกำลังกังวลว่าจะมีกลิ่นคาวของหอย สบายใจได้เลยร้านล้างมาอย่างดีและได้น้ำยำที่มีกลิ่นมะนาวเด่น ทำให้จานนี้ไร้กลิ่นคาวและกินเพลินสุด ๆ “ยำกุ้งสด” (ราคา 70 บาท) สาวกน้องกุ้งทั้งหลาย เราแนะนำว่าจานนี้อย่าห้ามเด็ดขาด เพราะด้วยตัวร้านที่คัดสรรวัตถุดิบมาอย่างดี เนื้อกุ้งสดของเขานั้นเนื้อจะเด้งแน่นและหวานเป็นพิเศษ สำหรับใครที่ไม่กินของสดก็สามารถสั่งเป็นกุ้งสุกได้เหมือนกันนะ


นอกจากเมนูยำแล้วร้านก็ยังมีเมนูส้มตำสำหรับใครที่เป็นสายส้มตำเลิฟเวอร์ เราขอแนะนำเป็นเมนูพระรองอย่าง “ส้มตำปูม้า 3 ตัว” (ราคา 120 บาท) เปลี่ยนแนวมาเป็นส้มตำบ้าง แต่รสชาติก็ยังคงเดิมเพิ่มเติมคือความแซ่บนัวอย่างมากขึ้น เสิร์ฟมาคู่กับเส้นมะละกอกรอบ ๆ เชื่อไหมว่าพลันจานนี้ถึงโต๊ะกลิ่นอันรัญจวนใจมันก็กระตุ้น ให้ต่อมรับรสทำงานทันทีเลย และอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่มองผิวเผินอาจจะดูเบสิก แต่ได้กินเข้าไปถึงกับร้องว้าว “กุ้งแก้วแช่น้ำปลา” (ราคา 120 บาท) กุ้งสดที่ผ่านกรรมวิธีลับด้วยความพิถีพิถัน ทั้งล้างและทั้งการหมักกุ้งแบบสูตรเฉพาะตัว เนื้อกุ้งที่ได้จึงมีความขาวใส เนื้อสัมผัสของมันจะเด้งและแน่นเป็นพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากกุ้งสดอย่างเห็นได้ชัด เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำปลาหอม และน้ำจิ้ม 2 อย่างคือน้ำยำพระเอกของร้าน และน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ ๆ สุดจี๊ด ใครชอบแบบไหนก็จัดไปโล้ด


กินของเผ็ด ๆ แสบ ๆ ไปจะขาดเมนูเหล่านี้ไปไม่ได้ กับ “ทอดมันคางกุ้ง” (ราคา 50 บาท) คางกุ้งทอดกรอบที่ส่วนหัวยังมีมันกุ้งรสชาติหวานมัน ทอดกรอบ ๆ กินเข้าไปจะรับรู้ได้ถึงความกรุบกรอบและตามมาด้วยมันกุ้งฉ่ำ ๆ “ไก่ทอดน้ำปลา” (ราคาชิ้นละ 20 บาท) ปีกไก่ชุบแป้งจากนั้นนำลงไปทอดในน้ำมันร้อน ๆ จนได้ปีกไก่ทอดที่กรอบนอกนุ่มใน กินคู่กับยำหรือเมนูต่าง ๆ ถือว่ามันแกล้มกันไปด้วยกันดีจริงเชียว และหากใครอยากซดอะไรร้อน ๆ ก็ขอแนะนำเมนู “ต้มแซ่บหมู” (ราคา 60 บาท) น้ำซุปต้มกระดูกที่เคี่ยวจนได้รสชาติกลมกล่อม ปรุงรสให้แซ่บซี้ด เสิร์ฟคู่กับซี่โครงหมูเปื่อยนุ่ม เป็นการจบมื้อที่เพอร์เฟ็คเลย



หลังจากที่ไม่ได้กินอะไรดี ๆ แบบนี้มานาน วันนี้จนเป็นวันที่ดีของเราอีกวันหนึ่งเลยจริง ๆ ได้เข้าปะทะความจี๊ดจ๊าดจากร้าน “ยำปูม้าเจ็ดยอด” เชียงใหม่ สมคำล่ำลือจากเสียงที่บอกต่อกันมามาก ใครที่ยังไม่รู้จะกินอะไร จะมีร้านอาหารเชียงใหม่ร้านไหนที่น่าไปลอง เราขอยืนยันอีกหนึ่งเสียงว่าร้าน “ยำปูม้าเจ็ดยอด” เชียงใหม่นี่แหละที่ควรค่าแก่การไปลอง สำหรับใครที่อยากจะหาร้านอาหารเชียงใหม่ หรือร้านยำเชียงใหม่เพิ่มเติม ก็ติดตามได้ที่เพจ น้าอ้วนชวนหิว by Wongnai ได้เลย
การเดินทาง
- ร้านตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับเจ็ดยอดพล่าซ่า (ใช้เส้นทางเจ็ดยอดพลาซ่า หากเข้ามาจากปากทางวัดเจ็ดยอดให้ตรงมาเรื่อย ๆ ประมาณ 700 เมตร ร้านจะอยู่ติดกับเทสโก้ โลตัส)
- เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวันเวลา 10:30 - 00:00 น.
- เบอร์ติดต่อ : 089-758-1936




