โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ สารเติมเต็มของเหลวขนาดเล็ก ที่เปลี่ยนโครงหน้าทั้งหมด เป็นทางลัดยอดฮิต แต่จริง ๆ แล้วได้ผลแค่ไหน? และเสี่ยงแค่ไหน? ทำไมใคร ๆ ก็ฉีด? แล้วทำไมหลาย ๆ คนถึงกลัว คุณกำลังเข้าใจ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ในแบบที่ถูกต้องอยู่หรือเปล่า วันนี้ Beauty Research จะพาทุกคนไปเจาะลึก Research กันว่า โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ คืออะไรกันแน่ เพราะเราเชื่อว่า ความรู้ คือบิวตี้ไอเท็มที่ขาดไม่ได้

และถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คือของเหลวที่แพทย์ใช้ฉีดเข้าไปใต้ผิวเอาไว้เติมเต็มจุดที่ยุบ ร่องที่ลึก หรือทำให้หน้าดูละมุนขึ้น ถ้าลองนึกถึงภาพเหมือนหมอนที่ฟีบ พอเราใส่ใยกลับเข้าไป มันก็เด้งฟูขึ้น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มีการทำงานคล้าย ๆ กัน โดยเฉพาะสารที่นิยมที่สุดตอนนี้ก็คือ Hyaluronic Acid หรือ HA ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ผิวเรามีอยู่แล้ว แต่เมื่อพออายุเพิ่มขึ้น ปริมาณ HA ลดลง ใบหน้าจึงมีความแห้ง แฟบไป ไม่สดใสเท่าแต่ก่อน และเมื่อฉีดโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์กลับเข้าไป ก็เหมือนได้เติมน้ำ เติมชีวิตให้ใบหน้าอีกครั้ง ช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้น ใต้ตาไม่ล้า ร่องแก้มไม่ลึก ช่วยให้โครงหน้าโดยรวมดูซอฟต์ขึ้น และที่สำคัญคือสามารถสลายไปได้เองตามกาลเวลา
จุดเริ่มต้นของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1893 “Dr. Franz Neuber” แพทย์ชาวเยอรมันทดลองใช้ ไขมันของผู้ป่วยเอง (Autologous Fat) ฉีดเข้าใบหน้าเพื่อเติมเต็มร่องที่เกิดจากการผ่าตัดหรือบาดแผล ถือเป็นการใช้สารเติมเต็มจากร่างกายตัวเองครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และเมื่อย้อนกลับไปในขณะนั้น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามแต่เพื่อรักษาคนไข้ที่เกิดจากอาการป่วยและการบาดเจ็บ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา ‘สารเติมเต็ม’ ในยุคต่อมา จากไขมันของตัวผู้ป่วยเองสู่การทดลองอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ขี้ผึ้งพาราฟิน ที่ไว้ใช้ทำเทียนไขที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเกิดผลข้างเคียงค่อนข้างมาก ทั้งติดเชื้อและเป็นก้อนแข็ง
ต่อมาก็เริ่มมีการใช้คอลลาเจนจากวัว แต่ยังเกิดความเสี่ยงเรื่องอาการแพ้ จนกระทั่ง เทคโนโลยีการแพทย์พัฒนาขึ้นจนได้สิ่งที่เรารู้จักกันในชื่อ "Hyaluronic Acid Filler" หรือ "โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิค" ที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน โดย Dr. Bengt Ågerup และทีมจากประเทศสวีเดนที่พัฒนามาเป็นแบรนด์ชั้นนำจากสวีเดนที่เราเห็นในปัจจุบันนี้
โปรแกรมฟิลเลอร์เข้าสู่วงการเสริมความงาม

โปรแกรมฟิลเลอร์ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนในปี 2003 ได้มีการเปิดตัวแบรนด์จากสวีเดน เป็นโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ใช้ HA ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ ถ้านั่นคือจุดที่ ‘โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เพื่อความงาม’ เริ่มเกิดความนิยมจริงจังโดยเฉพาะในฝั่งยุโรปและอเมริกา โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์กลายเป็นเทรนด์เร็วมาก เพราะตอบโจทย์ในเรื่อง 'อยากดูดี แต่ไม่อยากผ่า'
และวันนี้เราได้ข้อมูลจากคุณหมอที่มีประสบการณ์ด้านโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ นายแพทย์ สมยศ จงไพรัตน์ จาก AIC Clinic มาร่วมแชร์ความรู้แบบเจาะลึก ทั้งในมุมของเทคนิคที่ใช้จริง และประสบการณ์จากเคสที่น่าสนใจ
คุณหมอสมยศได้ให้ข้อมูลเจาะลึกในเรื่องของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid ในประเทศไทย ว่าเริ่มมีการนำเข้าแบบถูกต้องผ่านตัวแทนจำหน่าย ในช่วงปี 2005-2006 โดยแบรนด์แรกที่ได้รับการรับรองคือ แบรนด์จากสวีเดน หลังจากนั้นมีแบรนด์ต่อ ๆ มา คือ จากอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เป็นต้น จะเห็นว่าโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มีต้นกำเนิดมาจากยุโรป อีกเรื่องที่คนเข้าใจผิดกันมากคือ แบรนด์ฟิลเลอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกปัจจุบันไม่ได้ผลิตจากอเมริกา ความจริงคือบริษัทเหล่านี้มีสาขาอยู่ทั่วโลก แต่แหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาจากสวีเดนกับฝรั่งเศส และยังขายได้มากที่สุดในโลกอีกด้วย
ความนิยมของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ในไทย

คุณหมอสมยศยังพูดถึงความนิยมของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ในปัจจุบัน โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คือหัตถการยอดนิยมอันดับต้น ๆ ในไทย ข้อมูลจากคลินิกเสริมความงามหลายแห่งระบุว่า คนไข้ใช้โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขึ้นปีละ 15–20% และถ้าพูดถึงช่วงอายุในการฉีดสามารถทำได้ในทุกวัย ตั้งแต่บรรลุนิติภาวะขึ้นไป อายุ 70-80 และไม่ใช่แค่ในผู้หญิง แต่ผู้ชายยุคนี้ก็มาฉีดเยอะมาก และเมื่อพูดถึงสมัยก่อนคนไทยนิยมฉีด คาง ใต้ตา ร่องแก้ม แต่ในปัจจุบันสามารถฉีดได้ทั่วหน้า ไล่มาตั้งแต่หน้าผาก ขมับ ใต้ตา หน้าแก้ม หน้าหู ร่องแก้ม ริมฝีปาก ร่องมุมปาก คาง และแนวกราม นอกจากใบหน้า ยังสามารถนำมาฉีดที่ลำคอ และหลังมือได้อีกด้วย
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ในด้านความงามสามารถช่วยได้ 3 อย่างใหญ่ ๆ
- เติมเต็มส่วนที่ยุบตัวไปตามวัย เช่น ใต้ตาลึก ร่องแก้ม หรือขมับที่ตอบ
- ยกกระชับปรับรูปหน้าให้สมส่วนขึ้น เช่น คาง หน้าผาก จมูก ขากรรไกร
- ปรับสภาพผิว ให้ดูชุ่มชื้น อิ่มฟู ไม่แห้งเหี่ยว

แต่ละจุดมีวิธีฉีดและเทคนิคที่แตกต่างกันไปแล้วหมอจะเลือกให้เหมาะกับใบหน้าและโครงสร้างของแต่ละคน
คุณหมอสมยศยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์ในปัจจุบันที่เน้นให้ดูดีแบบองค์รวม มี Facial Harmony เน้นดูเป็นธรรมชาติ ไม่เน้นจุดใดจุดหนึ่ง เนื่องจากความแก่ชราเกิดขึ้นในทุกจุด วัตถุประสงค์หลักของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ คือ ทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัย การเติมเต็มและการยกกระชับด้วยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เรียกรวมกันว่า โปรแกรมการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
ในคนหน้าตอบโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มให้หน้าอิ่มขึ้นได้ คนทั่วไปเข้าใจผิดคิดว่าโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ทำให้หน้าใหญ่ขึ้นเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์สามารถปรับรูปหน้าให้ยกกระชับขึ้น ดูเล็กลงและมีมิติได้ ด้วยการใช้เทคนิคการฉีดที่แพทย์ชาวไทยได้พัฒนาขึ้น เรียกว่า Butterfly Lift ตีพิมพ์ลงใน Textbook หรือตำราแพทย์ จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเทคนิคนี้ใช้หลักการแต่งหน้า เป็นการเล่นกับแสงและเงา โดยการใช้โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ลงบนกระดูกเพื่อปรับรูปกระดูกใบหน้า เทคนิคนี้เราใช้ฟิลเลอร์สวีเดนที่เกาะกระดูกได้ดี ไม่เคลื่อนตัวหลังฉีด ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่อยู่ทรง อยู่ทน ดูเป็นธรรมชาติ และยังปรับยกใบหน้าได้ดี นอกจากนี้ตัวยายังดูดน้ำน้อย มีข้อดีคือ ฉีดแล้วจึงไม่บวม

แล้วถ้าอยากยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูละมุนขึ้น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ช่วยได้ยังไง? หากต้องการยกกระชับหน้าแบบหน้าละมุน เทคนิค Butterfly Lift ยังให้ผลลัพธ์ที่ดี โดยหมอจะเลือกปรับเปลี่ยนเนื้อยาให้เหมาะสมตามสภาพผิวของแต่ละคน แต่ยังคงใช้โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แบรนด์สวีเดนที่มีให้เลือกหลายเนื้อ
คุณหมอสมยศยังยกตัวอย่างการฉีดโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะกับคนที่มีปัญหาร่องใต้ตาลึก ทำให้ใบหน้าดูอิดโรย ไม่สดชื่น เมื่อฉีดจะช่วยเติมเต็มใต้ตาให้ดูสดชื่นขึ้น ปัจจุบันมีเคสมาแก้ กับเคสใหม่ พอ ๆ กัน เคสแก้ คนไข้ฉีดมาจากที่อื่นแล้ว ใต้ตาล้น บวม ยิ้มแล้วเป็นก้อน ต้องแก้ไขด้วยการสลายยาเก่าออกก่อน แล้วฉีดใหม่ ตำแหน่งใต้ตาต้องใช้ยาเนื้อละเอียด กระจายตัวดี ทำให้ไม่เป็นก้อน และมีคุณสมบัติ Hydrobalance ช่วยเติมน้ำหล่อเลี้ยงให้ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ผิวดูสว่างสดใส คุณหมอสมยศยังเน้นย้ำในเรื่อง ยาเนื้อละเอียดกับยาเนื้อนิ่ม จริง ๆ แล้วไม่เหมือนกัน
แต่บางจุดก็ยัง ‘อยู่ระหว่างการศึกษา’ หรือเสี่ยงกว่า เช่น ปลายจมูก (ต้องระวังการอุดตัน) / หน้าผาก / ฉีดลึกชิดเส้นเลือด เพราะงั้นบางจุดถึงแม้หมอจะทำได้ แต่ก็ต้อง ‘ประเมินรายเคส’ และใช้เทคนิคของหมอ รวมถึงประสบการณ์ของแพทย์ก็มีส่วนสำคัญ

คุณหมอสมยศยังให้ยกตัวอย่างจุดที่เสี่ยง ซึ่งอันที่จริงทุกจุดเสี่ยงหมด เสี่ยงมากเสี่ยงน้อยเท่านั้นเอง แต่การฉีดโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะมีความเสี่ยงหมอทั่วไปจะไม่ฉีด เพราะปัญหาเยอะ ที่อันตรายเพราะตำแหน่งนี้มีเส้นเลือดที่สำคัญอยู่มาก การฉีดให้ปลอดภัยแพทย์ผู้ฉีดต้องรู้กายวิภาคเป็นอย่างดี และต้องทำอย่างระมัดระวัง ใจเย็น และไม่รีบร้อน
โดยทางคุณหมอสมยศจะมีเทคนิคในการฉีดหน้าผากให้สวยต้องใช้ยาเนื้อเฉพาะ วางลึกบนกระดูกให้เนียน จะได้หน้าผากนูนสวย ให้สัมผัสอย่างเป็นธรรมชาติขึ้น จับดูไม่นิ่มเป็นถุงน้ำ และผลลัพธ์อยู่ได้นาน บางคนหลายปีเพราะเราวางยาลึกและตำแหน่งนี้มีการขยับน้อย
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่แค่หัตถการเสริมความงาม แต่มันคือ ‘งานฝีมือ’ และ ‘งานแพทย์’ แบบเต็มขั้น หมอแต่ละคนมีฝีมือ เทคนิค ความละเอียด และรสนิยม ที่ไม่เท่ากัน ถ้าเรามีงบจำกัดเกินไป หรือเลือกผิด หมายถึงผลลัพธ์ที่ไม่โอเค และบางทีกลับไปแก้ยากมาก
ปัญหาเคสที่คุณหมอที่พบได้บ่อย ๆ คืออาการบวม เชียวช้ำ เป็นก้อน พวกนี้ไม่รุนแรง แก้ไขได้ไม่ยาก การฉีดปริมาณมากเกินไปทำให้ใบหน้าเสียทรง ปัจจุบันพบมากขึ้นเรียกว่า Overfilled Syndrome ปัญหาที่รุนแรงเช่น ติดเชื้อ เนื้อตาย ตาบอด ปัญหาเหล่านี้คุณหมอไม่อยากให้เกิดกับใครเลย

คุณหมอยังแนะนำสำหรับคนที่ตัดสินใจฉีดครั้งแรก อย่าตัดสินใจจากราคาอย่างเดียว เพราะความปลอดภัยสำคัญที่สุด อย่ารีบร้อน ตรวจสอบให้ดีก่อนตัดสินใจทำ ต้องดูว่าเป็นสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ดี ๆ มีคุณภาพได้มาตรฐานราคาไม่ถูก แกะกล่องต่อหน้า ขอสแกนเพื่อตรวจสอบได้ว่าเป็นยาแท้ นำเข้าอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ยาหิ้ว ยาปลอม ขอกล่องกลับบ้านได้ เป็นการแสดงความจริงใจของสถานพยาบาล ช่วยลดปัญหายาสอดไส้ กล่องใช่แต่ยาปลอม คำถามยอดนิยมจากคนไข้ว่าใช้ยายี่ห้ออะไรฉีด ราคาเท่าไร ซึ่งคำถามนี้เป็นคำถามที่ผิด เพราะมีจุดที่สำคัญกว่า คือเนื้อยาตัวไหน อย่างแบรนด์สวีเดนแบรนด์เดียวมีถึง 8 ตัว จะใช้ตัวไหน ก็ต้องขึ้นอยู่กับผิวในตำแหน่งนั้น จะใช้ตัวเดียวฉีดทั้งหน้าไม่ได้ ไปจนถึงการเลือกแพทย์ เทคนิควิธีการฉีด ดูผลงาน แต่ก็ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ถ้าพูดถึงโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ในปัจจุบัน บอกเลยว่าตลาดใหญ่กว่าที่คิดมาก ไม่ได้มีแค่ 1-2 แบรนด์ เพราะทุกวันนี้ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ถูกพัฒนาให้ 'แม่นยำเฉพาะจุด' มากขึ้น ทั้งเรื่องเนื้อสัมผัส ความคงตัว และความปลอดภัย ตอนนี้มีโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในแต่ละประเทศ โดยมีแหล่งผลิตหลักมาจากไม่กี่ประเทศ เช่น สวีเดน สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น อิสราเอล เดนมาร์ก แคนาดา ซึ่งบางประเทศก็มีหลายบริษัทในประเทศเดียวกัน

คุณหมอยังให้ความรู้เกี่ยวกับตัวเนื้อยา ปัจจุบันไม่ได้ดูแค่ลักษณะภายนอกว่าเนื้อนิ่ม เนื้อกลาง เนื้อแข็ง แต่เราจะดูถึงโครงสร้างโมเลกุลของตัวยา โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ดูเป็นเจลใส แต่ภายในต่างกัน ทั้งวัตถุดิบตั้งต้น กระบวนการผลิต ความบริสุทธิ์ สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
ยิ่งโครงสร้างโมเลกุลเหมือนธรรมชาติมากจะยิ่งแพง แต่แน่นอนว่าผลลัพธ์ของการรักษาก็จะดีกว่า และเป็นธรรมชาติกว่า
ตัวยาเนื้อละเอียดกับยาเนื้อนิ่มไม่เหมือนกัน คำว่ายาเนื้อนิ่มเราไม่ได้มองลึกลงไปถึงโมเลกุลของตัวยา คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าจุดที่แข็ง ๆ จะใช้ยาเนื้อแข็งฉีด ส่วนนี้ถูกแค่เสี้ยวเดียวไม่ถึงครึ่งด้วยเพราะจุดที่ต้องการให้แข็งมันคือจุดที่เป็นกระดูก ถ้าต้องการให้จุดนี้ฉีดออกมาแล้วแข็งคือต้องฉีดที่กระดูก และตัวยานั้นจะมีคุณสมบัติเนื้อแข็งหรือไม่แข็งก็ตามแต่ต้องมีคุณสมบัติที่เกาะกับกระดูกได้ดีและคงตัวไม่เคลื่อนไม่กระจายไปที่เนื้อเยื่อรอบ ๆ เรียกว่า Targeted Product Integration ซึ่งไม่ได้มีในโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ทุกชนิด คุณหมอยังยกตัวอย่างอีกกรณีนึง ปกติหน้าผากจะแข็งเป็นกระดูก คนส่วนใหญ่คิดว่าต้องใช้ยาเนื้อแข็งฉีด ซึ่งผิด หน้าผากควรใช้ยาเนื้อนิ่มฉีด แต่เป็นยาเนื้อนิ่มชนิดที่คงตัวได้ดี และด้วยเทคนิคการฉีดและทำให้ยาที่เนื้อนิ่มฉีดแล้วให้สัมผัสแข็งเหมือนกระดูกได้
และถ้าพูดถึงในเรื่องราคาโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นต่อ 1 cc โดยช่วงราคาคร่าว ๆ จะอยู่ที่ 6,000 - 25,000 บาท ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น แบรนด์ที่ใช้ จุดที่ฉีด เทคนิคของหมอ และที่สำคัญคือ ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของคลินิก

ทำไมบางคลินิกแบรนด์เดียวกันแต่ราคาไม่เท่ากัน เพราะอะไร เชื่อว่าทุกคนรู้จักเจ๊ไฝ ทำไมไข่เจียวปูเจ๊ไฝขายได้ในราคาสูง แน่นอนว่าวัตถุดิบต้องดี แต่อีกส่วนหนึ่งคือรสมือที่หาคนเทียบได้ยาก ถ้าเอาวัตถุดิบอย่างเดียวกันมาให้หมอทำ ไม่มีใครยอมจ่ายราคานั้นแน่นอน บางครั้งอาจไม่ได้กินเพราะหมอทำไหม้หมด ทำเสียของ ดังนั้น ฝีมือของเจ๊ไฝที่เป็นของจริงคือสิ่งที่คนให้ค่าครับ เหมือนกันเลย ในเรื่องของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ เทคนิควิธีการฉีดเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตัวยาโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ใช้ เทคนิคเหล่านี้แพทย์ผู้ฉีดต้องค่อย ๆ สั่งสมความรู้และประสบการณ์มาอย่างยาวนาน รวมถึงการเรียนรู้อัปเดตอยู่ตลอด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ สวย ปลอดภัย ได้ผลดี โดยไม่ต้องใช้ยาเยอะ อันนี้แหละคือประโยชน์ของการเลือกฉีดกับหมอที่มีฝีมือ มีประสบการณ์
เงื่อนไขที่ไม่สามารถเข้ารับบริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ เป็นผู้ที่แพ้ยาที่จะฉีด ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีการอักเสบติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด แม้โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จะเป็นหัตถการที่ดูเล็กน้อยสำหรับใครหลายคน แต่จริง ๆ มันคือ งานฝีมือทางการแพทย์ ที่ต้องการทั้งความแม่นยำ ความเข้าใจในกายวิภาค และประสบการณ์สูงมาก ถ้าคิดจะฉีด อยากให้ระวัง 2 เรื่องสำคัญก่อนเลย เข้ารับบริการกับคลินิกหรือสถาบันที่ได้รับการรับรอง คลินิกต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการจากกระทรวงสาธารณสุข และถ้าให้ชัวร์ ควรมีใบรับรองชัดเจน สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ด้วย ไม่ใช่แค่แบรนด์ดัง แต่ต้องตรวจสอบได้จากบริษัทที่นำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ฉีดโดยคุณหมอที่มีประสบการณ์ คุณหมอที่ฉีดควรเป็น แพทย์ที่มีประสบการณ์ ได้รับการสอนและเทรนมาจากสถาบันที่มีมาตรฐาน เพราะความสวยจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ถ้าทำพลาดขึ้นมา มันไม่ใช่แค่ไม่สวย แต่มันอาจอันตรายถึงขั้นตาบอดได้เลย

คุณหมอสมยศยังฝากถึงคนที่อยากฉีดโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ในการเลือกโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ไม่ใช่แค่เลือกให้ดี แต่ต้องเลือกให้ ‘เข้ากัน’ เช่น ถ้าฉีดขมับ หรือร่องแก้ม ในการฉีดคราวเดียวกันแนะนำใช้แบรนด์เดียวกันทั้งหมดดีที่สุด ไม่ควรผสมหลายแบรนด์เนื่องจากถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นจะทำให้ไม่รู้ว่าเกิดจากตัวไหน และอาจทำให้แก้ไขได้ยาก
สุดท้ายนี้ถ้าใครเริ่มสนใจโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ อยากลองดูบ้าง สิ่งที่ควรเช็กก่อนตัดสินใจมีไม่เยอะ แต่สำคัญมาก อย่างแรกเลยคือ สถานที่ที่รับบริการต้องได้มาตรฐาน มีเลขใบอนุญาตคลินิก และอุปกรณ์ทุกอย่างสะอาด ปลอดภัย ต่อมาคือ หมอผู้ทำต้องมีประสบการณ์ เพราะโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่แค่ฉีดให้เต็ม แต่ต้องรู้และแม่นทั้งชั้นผิวและโครงสร้างใบหน้า สุดท้ายคือ ฟิลเลอร์ต้องเป็นแบรนด์ที่ได้รับการรับรอง ดูแหล่งที่มาให้ดี เช็กกล่อง เช็กล็อต เช็กเลข อย่าเห็นแก่ของถูกนะคะ เพราะหน้าของเราสำคัญที่สุดแล้ว
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
Web : https://www.aic-clinic.com/
FB : https://www.facebook.com/aicclinic/
Line : @aicclinic หรือคลิก http://line.me/ti/p/%40aicclinic
Tel 02 287 1200


