เจาะลึกหัวใจสำคัญของการดึงหน้า กับหมอเจ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดิอาท
  1. เจาะลึกหัวใจสำคัญของการดึงหน้า กับหมอเจ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดิอาท

เจาะลึกหัวใจสำคัญของการดึงหน้า กับหมอเจ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดิอาท

ก้าวใหม่แห่งความสำเร็จ จากคลินิกสู่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งพร้อมด้วยมาตรฐาน ยกระดับความสามารถในการดูแลคนไข้ให้ปลอดภัยได้และการดูแลที่ไว้ใจได้
writerProfile
30 ส.ค. 2025 · โดย

สำหรับใครที่กำลังมองหาการทำศัลยกรรมดึงหน้า หรือหัตถการความงามต่าง ๆ สิ่งสำคัญที่ควรคิดถึงเป็นอันดับแรก ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ว่าจะออกมาสวยแค่ไหน แต่คือ “การที่สถานพยาบาลสามารถดูแลคนไข้ให้ปลอดภัยได้” ที่ต้องมาก่อนเสมอ ด้วยเหตุนี้ The Art Clinic จึงก้าวสู่การเป็น The Art Plastic Surgery Hospital – โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดิอาท ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 เพื่อยกระดับการดูแลรักษาให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น

ศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง, ดึงหน้า, ศัลยกรรมตกแต่ง

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายพื้นที่หรือเพิ่มเครื่องมือเท่านั้น แต่หมายถึงการยกระดับมาตรฐานการรักษา ตั้งแต่ห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐานโรงพยาบาล ทีมวิสัญญีแพทย์ที่อยู่ดูแลตลอดการผ่าตัด ไปจนถึงระบบการดูแลหลังทำที่ออกแบบให้ผู้ป่วยรู้สึกมั่นใจและผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้าน

ศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง, ดึงหน้า, ศัลยกรรมตกแต่ง
คุณหมอเจ – นพ. อนุชิต อดิโรจนานนท์ (ว.45390) ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และรองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ของโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดิอาท
ศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง, ดึงหน้า, ศัลยกรรมตกแต่ง
ศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง, ดึงหน้า, ศัลยกรรมตกแต่ง

คุณหมอเจ – นพ. อนุชิต อดิโรจนานนท์ ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และรองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ของโรงพยาบาล (ว.45390) เล่าถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ว่า

“ไม่ว่าหัตถการเล็กหรือใหญ่ก็มีความเสี่ยง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคนไข้ต้องมั่นใจว่าแพทย์ได้รับการรับรอง และสถานพยาบาลมีมาตรฐานเพียงพอในการดูแลคนไข้ให้ปลอดภัยได้ตลอดเส้นทาง”

ศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง, ดึงหน้า, ศัลยกรรมตกแต่ง

นี่จึงเป็นที่มาที่ทำให้ The Art Plastic Surgery Hospital ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าสถานที่ทำศัลยกรรม แต่คือ “โรงพยาบาลศัลยกรรมที่พร้อมด้วยมาตรฐานการรักษา” เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจได้ว่า ทุกขั้นตอนอยู่ในมือศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ที่มีความชำนาญและเทคนิคการรักษา พร้อมส่งต่อผลลัพธ์ที่ทั้งสวยงามและตรงตามความต้องการของคนไข้

โปรแกรมดึงหน้าคืออะไร และเหมาะกับใคร?

เมื่อพูดถึงการศัลยกรรมที่ช่วยให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ “การดึงหน้า” (Facelift) มักถูกพูดถึงเป็นอย่างแรก เพราะสามารถแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อย ริ้วรอยลึก และกรอบหน้าที่ไม่ชัดเจนได้ ต่างจากการยกกระชับด้วยเครื่องมือที่แม้จะช่วยให้ผิวตึงขึ้นบ้าง แต่ไม่สามารถจัดการกับโครงสร้างชั้นลึกของกล้ามเนื้อใบหน้าได้เต็มที่

ศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง, ดึงหน้า, ศัลยกรรมตกแต่ง

ปัจจุบันการดึงหน้าไม่ได้จำกัดแค่ในกลุ่มอายุที่มากอย่างในอดีต แต่ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความกังวลของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นร่องแก้มลึก แก้มตก หนังตาหรือหางตาที่หย่อน รวมถึงปัญหาคอที่เริ่มมีรอยพับและหย่อนคล้อย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงตามวัยที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ก็มักเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง

คุณหมอเจ – นพ. อนุชิต อดิโรจนานนท์ (ว.45390) อธิบายว่า “หัวใจสำคัญของการดึงหน้าไม่ใช่การเปลี่ยนคนให้กลายเป็นอีกคน แต่คือการพาคนไข้กลับไปสู่ความเป็นตัวเองเสมือนในวันที่อ่อนเยาว์กว่าเดิม” ด้วยเหตุนี้การผ่าตัดแต่ละครั้งจึงต้องออกแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Design) เพื่อให้สอดคล้องกับโครงหน้า ความต้องการ และบุคลิกภาพของแต่ละคน

โปรแกรมดึงหน้าจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความสวยงาม แต่ยังเป็นการ คืนความมั่นใจและความสุขในการใช้ชีวิตประจำวัน ให้กับผู้ที่เลือกทำอีกด้วย

Deep Plane Facelift เทคนิคดึงหน้าที่เป็นซิกเนเจอร์ของหมอเจ

เมื่อพูดถึงการดึงหน้า หลายคนอาจคุ้นกับภาพการ “ดึงผิวหนังด้านบน” ให้ตึง วิธีนี้แม้จะเห็นผลเร็วและใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน แต่ข้อเสียคือผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน และบางครั้งทำให้ใบหน้าดูแข็ง ต่างจากเทคนิคที่คุณหมอเจพัฒนาจนกลายเป็นซิกเนเจอร์ของตัวเอง นั่นคือ Deep Plane Facelift

เทคนิคนี้มุ่งเน้นการแก้ไขที่ชั้นลึกของกล้ามเนื้อใบหน้า (SMAS Layer) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความหย่อนคล้อย เมื่อปรับยกในชั้นนี้ ผลลัพธ์ที่ได้คือใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ เรียบเนียน และใบหน้ายังดูไม่ฝืน ไม่ตึงเกินไป แถมอยู่ได้นานกว่าการดึงผิวเพียงอย่างเดียว

ศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง, ดึงหน้า, ศัลยกรรมตกแต่ง

คุณหมอเจ – นพ. อนุชิต อดิโรจนานนท์ (ว.45390) อธิบายว่า “หัวใจสำคัญคือการฟังความต้องการของคนไข้ แล้วปรับเข้ากับโครงสร้างใบหน้าในเชิงกายวิภาค”

ด้วยแนวคิดนี้ การผ่าตัดแต่ละครั้งจึงถูกออกแบบเฉพาะบุคคล (Tailor - Made Surgery) เพื่อให้ผลลัพธ์กลมกลืนไปกับเอกลักษณ์ของคนไข้ ไม่ใช่ใบหน้าที่ถูกทำให้เหมือนกัน

อีกหนึ่งข้อดีของ Deep Plane Facelift คือสามารถแก้ไขได้หลายจุดพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นกรอบหน้า ร่องแก้ม แก้มตก หรือคอที่เริ่มหย่อนคล้อย ทำให้คนไข้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

ด้วยเหตุนี้ Deep Plane Facelift จึงถูกยกให้เป็น “Signature Facelift” ของคุณหมอเจ และกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ทั้งคนไข้ชาวไทยและต่างประเทศเลือกเดินทางมาที่ The Art Plastic Surgery Hospital เพื่อเข้ารับการผ่าตัดด้วยเทคนิคนี้

Ultimate Face Lock เทคนิคดึงหน้าจาก “หมอเจ” ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดิอาท

หลายคนที่กำลังมองหาการดึงหน้า (Facelift) มักมีคำถามในใจเสมอว่า “ทำแล้วหน้าจะดูเนียนหรือเปล่า?” “แผลจะเห็นชัดไหม?” หรือ “ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน?” ที่ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดิอาท คำตอบเหล่านี้ได้ถูกคิดค้นและพัฒนาโดย นพ. อนุชิต อดิโรจนานนท์ หรือหมอเจ ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง แผนกศัลยกรรมดึงหน้า ที่มาพร้อมเทคนิค Ultimate Face Lock

ดึงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า

ศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง, ดึงหน้า, ศัลยกรรมตกแต่ง

ต่างจากการดึงหน้าแบบดั้งเดิมที่มักดึงแค่ผิวและชั้นไขมัน หมอเจเลือกผ่าตัดลงลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic System) ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของใบหน้า ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เพียงแลดูเรียบเนียน แต่ยังคงอยู่ได้นาน ไม่หย่อนคล้อยกลับมาโดยง่าย

โปรแกรมเสริมเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจุด

หมอเจยังออกแบบโปรแกรมเสริมที่ทำควบคู่ไปกับการทำศัลยกรรมดึงหน้า เพื่อแก้ปัญหาแต่ละบุคคล เช่น

  • โปรแกรม Endosculpt Browlift : สำหรับคิ้วตกและร่องขมวดคิ้ว
  • โปรแกรม V - neck Lift : สำหรับเหนียง คอไก่งวง และกรอบหน้าไม่ชัด
  • โปรแกรม Lower Eyelid Recontour : สำหรับถุงใต้ตา ร่องน้ำตา ร่องหนวดแมว
  • โปรแกรม Selffat Harmony : เติมเต็มใบหน้าด้วยไขมันตัวเองให้ดูละมุน
  • โปรแกรม Artbrow Refine : สำหรับผู้ที่มีหางตาตก ทำให้หน้าดูเศร้า

ทุกเทคนิคเกิดจากการวิจัย พัฒนา และความชำนาญเฉพาะด้านของทีมแพทย์ร่วมกับหมอเจโดยตรง

คอนเซปต์ “ปากไม่กว้าง ตาไม่ชี้ หน้าไม่แปลก”

สิ่งที่ผู้เข้ารับบริการไว้วางใจ คือผลลัพธ์ที่หน้าแลดูเรียบเนียน ไม่ตึง ไม่ฝืน หมอเจยึดคอนเซปต์ว่า “ปากไม่กว้าง ตาไม่ชี้ หน้าไม่แปลก” พร้อมออกแบบรอยแผลซ่อนอย่างประณีตโดยใช้เทคนิคของศัลยแพทย์ตกแต่ง เพื่อให้ทุกเคสได้ใบหน้าที่กระชับ เรียบเนียน แลดูอ่อนเยาว์ และมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

เติมเต็มใบหน้าด้วย Lift & Fill

หลายเคสหมอเจยังผสมผสานแนวคิด Lift & Fill กล่าวคือ ไม่เพียงแค่ยกกระชับ แต่ยังเติมเต็มใบหน้าให้ดูสดใสขึ้น ด้วยไขมันตัวเองที่ผ่านการสกัดอย่างละเอียด ร่วมกับเกล็ดเลือดตนเอง เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิว เพิ่มความกระจ่างใสและความเรียบเนียน

ทำไมต้องเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง?

ปัจจุบันมีแพทย์หลายสาขาที่หันมาทำหัตถการด้านความงาม ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ หรือแม้กระทั่งการผ่าตัดบางประเภท ทำให้หลายคนอาจสงสัยว่า “จำเป็นจริงหรือไม่ที่จะต้องเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง?”

คำตอบคือ จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับหัตถการที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน เช่น การศัลยกรรมดึงหน้า

ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางต้องผ่านการฝึกอบรมยาวนานกว่า 5 ปี หลังเรียนจบแพทย์ทั่วไป และในแต่ละปีมีเพียง 20 - 30 คนทั่วประเทศเท่านั้น ที่ได้รับโอกาสเข้าฝึกฝนในสาขานี้ ซึ่งหลักสูตรไม่ได้ครอบคลุมแค่ศัลยกรรมเพื่อความงาม แต่ยังรวมถึงการรักษาความผิดปกติของใบหน้า เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่ เนื้องอก ไปจนถึงการแก้ไขกระดูกหักและบาดแผลซับซ้อน เป็นต้น ทำให้แพทย์มีความชำนาญเรื่องโครงสร้างใบหน้าในระดับกายวิภาค

ศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง, ดึงหน้า, ศัลยกรรมตกแต่ง

คุณหมอเจ – นพ. อนุชิต อดิโรจนานนท์ (ว.45390) อธิบายว่า ความรู้เชิงลึกเหล่านี้คือ “หัวใจสำคัญของการทำศัลยกรรม” เพราะเมื่อแพทย์มีความชำนาญในด้านกายวิภาค อย่างเส้นเลือด กล้ามเนื้อ และเส้นประสาททุกเส้นบนใบหน้า ก็จะผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ สามารถดูแลคนไข้ให้ปลอดภัยได้ และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน

ดังนั้นการเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ไม่ได้หมายถึงการลงทุนเพื่อความสวยเพียงอย่างเดียว แต่คือการลงทุนเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรถูกมองข้าม

The Art Plastic Surgery Hospital – ศิลปะแห่งความงามที่ผสานความชำนาญระดับมาตรฐานโรงพยาบาล

การทำศัลยกรรมในปัจจุบัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ฝีมือแพทย์” เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมี ระบบการดูแล การรักษา และมาตรฐานระดับโรงพยาบาล ที่สามารถดูแลผู้ป่วยได้ตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัด นี่คือเหตุผลที่ The Art Plastic Surgery Hospital ถือกำเนิดขึ้นมาในฐานะโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเต็มรูปแบบ

ศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง, ดึงหน้า, ศัลยกรรมตกแต่ง

ที่นี่ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Art & Science” หมายความว่า ทุกขั้นตอนตั้งแต่การวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า การออกแบบการผ่าตัด ไปจนถึงการดูแลหลังผ่าตัด ต้องผสานกันระหว่าง ศิลปะ และ วิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ทั้งสวยงาม และตรงตามความต้องการของคนไข้ได้จริง

สิ่งที่ทำให้แตกต่างจากคลินิกทั่วไป คือ The Art Plastic Surgery Hospital มีทีมแพทย์เฉพาะทางในแต่ละแผนก ทั้งศัลยแพทย์ตกแต่ง วิสัญญีแพทย์ประจำการ รวมถึงทีมพยาบาลผู้ชำนาญ ห้องผ่าตัดและห้องพักฟื้นถูกออกแบบตามมาตรฐานโรงพยาบาล พร้อมระบบติดตามอาการหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด

คุณหมอเจ – นพ. อนุชิต อดิโรจนานนท์ (ว.45390) อธิบายว่า “ศัลยกรรมที่ดี ไม่ใช่แค่ได้ผลลัพธ์ที่สวย แต่ต้องมั่นใจได้ว่าเราสามารถดูแลคนไข้ให้ปลอดภัยได้ กลับบ้านใช้ชีวิตได้ตามปกติ”

นี่คือปรัชญาที่ The Art Plastic Surgery Hospital ยึดถือมาโดยตลอด และทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลศัลยกรรมธรรมดา แต่คือ จุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่มองหาความงามที่ยั่งยืนและให้ความเชื่อมั่นได้

ศิลปะแห่งการออกแบบใบหน้า (Facial Design & Contouring)

ในวงการศัลยกรรมนั้น เป็นที่รู้กันว่าความงามที่แท้จริงไม่ใช่การเปลี่ยนใบหน้าให้เหมือนใคร แต่คือการออกแบบให้ ความงามที่มีอยู่แล้วชัดเจนขึ้น และยังคงความเป็นตัวตนของแต่ละคนไว้อย่างลงตัว คุณหมอเจ – นพ. อนุชิต อดิโรจนานนท์ (ว.45390) เชื่อว่าหัวใจสำคัญของการศัลยกรรมดึงหน้าที่ดี อยู่ที่ การออกแบบใบหน้า (Facial Design & Contouring) ก่อนลงมือผ่าตัดจริง

การออกแบบใบหน้าคือการมองภาพใหญ่ (Holistic View) ของคนไข้ ไม่ได้โฟกัสเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่น การยกแก้ม หรือตัดหนังตา แต่ต้องพิจารณาความสัมพันธ์ของทุกองค์ประกอบ ทั้ง ตา จมูก ปาก กราม และโครงหน้า ว่าจะทำอย่างไรให้ทุกอย่างดูสมดุลและกลมกลืน ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่หน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น แต่คือความงามที่สอดคล้องกับบุคลิกภาพของแต่ละคน

คุณหมอเจมีหลักการออกแบบง่าย ๆ แต่ทรงพลัง คือ

“ปากไม่กว้าง ตาไม่ชี้ หน้าไม่แปลก”

ซึ่งสะท้อนว่าใบหน้าที่สวยอย่างแท้จริง ต้องยังไม่แข็งตึงหรือผิดสัดส่วน

สิ่งที่ทำให้วิธีการนี้แตกต่าง คือ การผสมผสาน ศาสตร์ของกายวิภาค ที่แม่นยำกับ ศิลปะแห่งความงาม ที่อาศัยสายตาและเทคนิคการรักษาของศัลยแพทย์ เมื่อทั้งสองอย่างมาบรรจบกัน ผลลัพธ์คือใบหน้าที่ไม่เพียงแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น แต่ยังสะท้อนเอกลักษณ์ที่แท้จริงของแต่ละคนได้อย่างงดงาม

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนไข้จำนวนมากทั้งในไทยและต่างประเทศ จึงเลือกมาที่ The Art Plastic Surgery Hospital เพราะที่นี่ไม่ได้ทำให้ “สวยแบบใคร” แต่ทำให้ “สวยในแบบของตัวเอง”

ดึงหน้าต่างกับการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดอย่างไร?

ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีด้านความงามมีความก้าวหน้าอย่างมาก หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อของ โปรแกรมยกกระชับ HIFU ,โปรแกรมยกกระชับ Ulthera , โปรแกรมยกกระชับ Thermage หรือเครื่องมือยกกระชับอื่น ๆ ที่ช่วยทำให้ผิวตึงขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด วิธีเหล่านี้ได้รับความนิยมเพราะทำได้รวดเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น และเห็นผลในระดับหนึ่งหลังทำ แต่คำถามสำคัญ คือ แตกต่างจากการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้าอย่างไร?

การยกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัดเหมาะสำหรับผู้ที่อายุยังไม่มาก หรือมีปัญหาความหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ เมื่อทำแล้วจะช่วยให้ผิวแน่นขึ้น ดูสดใสขึ้น แต่ผลลัพธ์จะอยู่ได้เพียงชั่วคราวประมาณ 6 เดือน - 1 ปี

ในทางกลับกัน การผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift Surgery) เป็นวิธีแก้ปัญหาอีกรูปแบบหนึ่ง โดยจะผ่าตัดลงลึกไปถึงชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า (SMAS Layer) ซึ่งเป็นต้นเหตุของการหย่อนคล้อยจริง ๆ ผลลัพธ์ที่ได้จึงชัดเจนกว่า อยู่ได้นานหลายปี และสามารถแก้ปัญหาได้ในหลายบริเวณ เช่น ร่องแก้มลึก แก้มตก หนังตาหรือหางตาหย่อน รวมถึงคอที่เหี่ยวย่น

คุณหมอเจ – นพ. อนุชิต อดิโรจนานนท์ (ว.45390) อธิบายว่า “การเลือกวิธีไหนขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคนและเป้าหมายที่อยากได้ผลลัพธ์แบบไหน หากต้องการแก้ปัญหาเล็กน้อยและไม่อยากพักฟื้น การใช้เครื่องมือยกกระชับก็เหมาะสม แต่ถ้าอยากแก้ไขความหย่อนคล้อยในระดับลึกและเห็นผลยาวนาน การศัลยกรรมดึงหน้าเป็นอีกตัวเลือกที่แก้ปัญหาได้”

ดังนั้นการเลือกว่าจะ “ผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด” จึงไม่ใช่เรื่องของแฟชั่นหรือกระแส แต่คือการเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับใบหน้า และความต้องการของตัวเองจริง ๆ

ขั้นตอนการผ่าตัดและการพักฟื้น - คนไข้ควรรู้อะไรบ้าง?

หลายคนที่สนใจการดึงหน้าอาจรู้สึกกังวลกับคำว่า “การผ่าตัด” เพราะมักจินตนาการถึงแผลใหญ่ การพักฟื้นนาน และความเจ็บปวด แต่ในความเป็นจริง หากทำโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และในโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน ทุกขั้นตอนถูกออกแบบให้สามารถดูแลคนไข้ให้ปลอดภัยได้ มีความนุ่มนวล และมีการฟื้นตัวที่ใช้เวลาไม่นานมาก

ขั้นตอนการผ่าตัด เริ่มจากการปรึกษาและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล โดยคุณหมอเจ – นพ. อนุชิต อดิโรจนานนท์ (ว.45390) จะสอบถามปัญหาที่คนไข้กังวลมากที่สุด 3 อันดับแรก เพื่อนำมาวางแผนการผ่าตัดต่อไป ระหว่างผ่าตัดจะมี วิสัญญีแพทย์ดูแลการดมยาสลบหรือยานอนหลับตลอดเวลา ทำให้ผู้ป่วยแทบจะไม่รู้สึกเจ็บ

หลังผ่าตัด คนไข้จะพักฟื้นในโรงพยาบาล อย่างน้อย 2 คืน เพื่อให้ทีมแพทย์และพยาบาลติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ช่วง 1 - 2 สัปดาห์แรกอาจมีรอยบวมช้ำเล็กน้อย แต่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากนั้น 1 - 3 เดือน

คุณหมอเจอธิบายว่า “การพักฟื้นไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากได้รับการดูแลที่ถูกต้อง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด” เช่น การประคบเย็น การนอนยกศีรษะสูง การรับประทานยาตามกำหนด และมาตรวจติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งสำคัญที่สุด คือ คนไข้ไม่ควรรีบร้อนเลือกสถานที่ทำเพียงเพราะราคา แต่ควรพิจารณาที่มาตรฐานการดูแลรักษา เพราะการดึงหน้าไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงาม แต่คือ การลงทุนกับสุขภาพและความมั่นใจในระยะยาว

สามารถดูคลิปอธิบายขั้นตอนการพักฟื้นจากหมอเจได้ที่นี่

youtube.com/watch?v=HrLzYE4HCV8&feature=youtu.be

รีวิวเคสจริงและประสบการณ์จากคนไข้ต่างประเทศ

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ The Art Plastic Surgery Hospital ได้รับความไว้วางใจจากผู้คนจำนวนมาก คือการที่มีคนไข้เดินทางมาจากต่างประเทศ เพื่อเข้ารับการผ่าตัดดึงหน้ากับคุณหมอเจ – นพ. อนุชิต อดิโรจนานนท์ (ว.45390) ไม่ว่าจะเป็นจากประเทศ อังกฤษ นอร์เวย์ สหรัฐอเมริกา แคนาดา หรือออสเตรเลีย ซึ่งต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันถึงมาตรฐานการดูแลรักษาและผลลัพธ์ที่ออกมาตรงกับความต้องการ

ศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง, ดึงหน้า, ศัลยกรรมตกแต่ง

ตัวอย่างเช่น คุณนา จากประเทศอังกฤษ ที่บินตรงมาดึงหน้าเพื่อแก้ปัญหาร่องแก้มลึกและหางตาตก หลังผ่าตัดครบ 1 เดือน เธอกลับมารีวิวพร้อมรอยยิ้มและความมั่นใจใหม่ โดยเล่าว่า “สิ่งที่แตกต่างจากที่อื่น คือคุณหมอเจฟังปัญหาของเราจริง ๆ และออกแบบการผ่าตัดที่เหมาะสมกับเรา ไม่ใช่แค่ทำให้หน้าตึง แต่ทำให้เรายังเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่แลดูอ่อนเยาว์”

หรือกรณีของ คุณเจน จากประเทศนอร์เวย์ ที่เคยมีประวัติฉีดสารเหลวในแก้มและคางมาก่อน จนเกิดความหย่อนคล้อยอย่างชัดเจน คุณหมอเจใช้เทคนิค Deep Plane Facelift ร่วมกับการแก้ไขชั้นไขมัน ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้ใบหน้าเธอดูสดใสขึ้นและสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

รีวิวเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความชำนาญและเทคนิคการผ่าตัด แต่ยังสะท้อนถึง ความใส่ใจในการรับฟังและดูแลคนไข้ ของคุณหมอเจและทีม The Art Plastic Surgery Hospital ที่มองว่าความงามไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ แต่คือการคืนความสุขและความมั่นใจในการใช้ชีวิต

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ The Art Plastic Surgery Hospital กลายเป็น Medical Destination ด้านศัลยกรรมดึงหน้า ที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ทำไม “ความงามที่แท้จริง” ต้องมาพร้อมความมั่นใจ?

สำหรับคุณหมอเจ – นพ. อนุชิต อดิโรจนานนท์ (ว.45390) ความสวยไม่ได้วัดจากใบหน้าที่ตึงขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการที่คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ รู้สึกดีกับตัวเอง และกล้าที่จะยิ้มอีกครั้ง นี่คือเหตุผลว่าทำไมปรัชญาการทำงานของคุณหมอจึงยึดถือเสมอว่า “การดึงหน้าที่ดี ต้องทำให้คนไข้ยังคงเป็นตัวเอง เพียงแต่ให้แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น”

ศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรม, โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง, ดึงหน้า, ศัลยกรรมตกแต่ง

หลายคนอาจมองว่าการศัลยกรรมคือการ “เปลี่ยนแปลง” แต่ในมุมมองของหมอเจ การดึงหน้าคือการ “คืนคุณค่าเดิม” ที่เคยมีให้กลับมา ไม่ว่าจะเป็นกรอบหน้าที่ชัดขึ้น ร่องแก้มที่ตื้นขึ้น หรือรอยยิ้มที่สดใสกว่าเดิม ผลลัพธ์เหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนออกมาทางใบหน้า แต่ยังส่งผลต่อ จิตใจและคุณภาพชีวิต ของคนไข้โดยตรง

สิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์แตกต่าง คือ การที่คุณหมอเจไม่เพียงมองคนไข้ในฐานะ “เคสผ่าตัด” แต่ยังรับฟังปัญหา ความกังวล และความต้องการของคนไข้ ก่อนจะออกแบบแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Plan) เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาลงตัวกับเอกลักษณ์ของแต่ละคน

ดังนั้น “ความงามที่แท้จริง” ไม่ได้หมายถึงการทำให้หน้าสวยเหมือนใคร แต่คือการทำให้คนไข้ได้เป็นตัวเองในแบบที่ดีและเหมาะสม และเมื่อใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ ความมั่นใจที่หายไปก็กลับคืนมา พร้อมพลังใจใหม่ที่จะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่อีกครั้ง

นี่คือเหตุผลที่ The Art Plastic Surgery Hospital และคุณหมอเจตั้งใจสร้างผลลัพธ์ให้เป็นมากกว่าความสวย แต่คือ ศิลปะแห่งการคืนความสุขให้กับชีวิต