เดี๋ยวนี้สาว ๆ หลายคนหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งการออกกำลังกาย เลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ รวมไปถึงขั้นตอนการลงสกินแคร์ที่ต้องลงดีเทลมากขึ้น เพิ่มขั้นตอนมากขึ้น และให้ความสำคัญกับปริมาณที่ใช้ในแต่ละขั้นตอนมากขึ้น ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงขั้นตอนการลงสกินแคร์ที่ถูกต้องกันค่ะ! กับ 8 Step Skincare Routine ทั้ง 8 ขั้นตอน! เพราะว่าการลงสกินแคร์ให้ถูกต้องและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนั้นมาจากหลายปัจจัย เช่น การเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับผิวหน้า การเรียงลำดับการลงสกินแคร์จากเนื้อบางเบาไปเนื้อเข้มข้น และการใช้ผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละชนิด แนะนำให้เริ่มจากการทำความสะอาดผิวหน้า ตามด้วยการปรับสภาพผิวด้วยโทนเนอร์ จากนั้นจึงลงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตามลำดับเนื้อสัมผัส ซึ่งเราจะเรียงจากสกินแคร์เนื้อบางเบาไปเข้มข้น และปิดท้ายด้วยครีมกันแดด ซึ่งวันนี้ Wongnai Beauty พร้อมมาแนะนำขั้นตอนการลงสกินแคร์รวมถึงปริมาณสกินแคร์ที่ใช้แล้ววว ตามไปดูกันซิสสส!

Step 1 Cleansing
ปริมาณการใช้ : เหรียญ 1 บาท
ก่อนที่เราจะไปลงสกินแคร์เพื่อดูแลผิวหน้ากัน ก็ต้องเริ่มจากการทำความสะอาดผิวหน้าก่อนเลยค่ะ ทั้งการเช็ดผิวหน้าด้วย Makeup Remover หรือ Cleansing แล้ว ให้ Double Cleansing ด้วยการทำความสะอาดขจัดสิ่งสกปรกและละอองฝุ่นต่าง ๆ ที่ตกค้างบนผิวด้วยโฟมล้างหน้า สบู่ล้างหน้า เจลล้างหน้า หรือเนื้อ Cleansing ที่เหมาะกับสภาพผิวหน้าของแต่ละคน เพื่อให้การทำความสะอาดมีประสิทธิภาพและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งปริมาณการใช้เราแนะนำที่ 1 เหรียญบาท ก่อนใช้ให้ผสมน้ำนิด ๆ แล้วทำการถูขยี้ให้เนื้อโฟมกระจายตัวแล้วค่อยทำการถูเบา ๆ บนใบหน้า ค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกหนึ่งรอบค่ะ
Step 2 Toner
ปริมาณการใช้ : 3-4 หยด
หลังจากที่เราล้างหน้าด้วยเทคนิค Double Cleansing เรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการลงสกินแคร์แบบจริงจังขั้นตอนแรก นั่นคือการเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ค่ะ เพราะว่าการล้างหน้า 2 ขั้นตอน อาจจะทำให้ผิวหน้ามีความแห้งตึงได้ เราจึงควรเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์เพื่อปรับสภาพผิวให้สมดุล และช่วยเปิดรูขุมขนให้รับการบำรุงขั้นตอนต่อไปได้มีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งปริมาณการใช้โทนเนอร์ที่เราแนะนำคือ 3-4 หยด ให้ทำการเหยาะเนื้อโทนเนอร์ลงบนสำลีเช็ดหน้าแล้วปาดลงบนผิวหน้าแบบเบามือ ไม่ให้ระคายเคืองผิวหน้ามากที่สุด ซึ่งควรปาดจากกลางหน้าออกไปที่กรอบหน้า และเป็นทิศทางที่ปาดลงด้วยนะคะ
Step 3 Mineral Spray
ปริมาณการใช้ : สเปรย์ทั่วใบหน้า
นี่อาจเป็นขั้นตอนการลงสกินแคร์ที่ไม่ได้เป็นที่นิยมนัก จะมีแค่สาว ๆ ที่ให้ความสำคัญมาก ๆ กับการดูแลผิวที่ใช้สเปรย์น้ำแร่ก่อนลงครีมทาผิวหรือสกินแคร์ต่าง ๆ รู้หรือไม่ว่าการใช้สเปรย์น้ำแร่ก่อนลงสกินแคร์เป็นวิธีที่ดีในการเตรียมผิวหน้าและเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงผิว เพราะการฉีดสเปรย์น้ำแร่จะช่วยให้ผิวเปิดรับสกินแคร์ได้ดีขึ้น และดูดซับคุณประโยชน์ต่าง ๆ จากสกินแคร์ได้มากขึ้น ซึ่งสเปรย์น้ำแร่บางชนิดมีส่วนผสมที่ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง และลดอาการแพ้ได้ด้วยนะคะ ขั้นตอนนี้ให้สาว ๆ ถือขวดสเปรย์ห่างจากใบหน้าประมาณ 20-30 เซนติเมตร และฉีดให้ทั่วใบหน้า
Step 4 Essence
ปริมาณการใช้ : เหรียญ 2 บาท
ต่อด้วยการบำรุงผิวด้วย Essence หรือน้ำตบที่มีเนื้อบางเบามากที่สุดของผลิตภัณฑ์บำรุงผิว สามารถใช้น้ำตบตัวเดียวกันในการลงสกินแคร์ตอนเช้าและก่อนนอนได้เลยค่ะ เพื่อให้ Essence ช่วยบำรุงผิวหน้า เติมความชุ่มชื้น และทั้งช่วยให้ผิวซึมซาบเนื้อสกินแคร์ในขั้นตอนต่อไปได้ดีขึ้น รวมถึงเป็นการกระตุ้นไหลเวียนของเลือดได้ด้วยค่ะ สำหรับปริมาณการใช้น้ำตบ เราแนะนำที่เหรียญ 2 บาท วิธีการลงน้ำตบคือให้เหยาะน้ำตบลงบนฝ่ามือ วอร์มเนื้อน้ำตบให้สารบำรุงแตกตัว หลังจากนั้นให้ลูบไล้ทั่วใบหน้าและลำคอ พร้อมตบเบา ๆ ด้วยปลายนิ้วให้เนื้อซึมลงบนผิว
Step 5 Serum
ปริมาณการใช้ : เหรียญ 50 สตางค์
ถึงขั้นตอนสำคัญของการลงสกินแคร์ที่หลาย ๆ คนให้ความสำคัญนั่นคือการลง Serum หรือเซรั่มนั่นเองค่ะ เพราะเซรั่มเป็นสกินแคร์ที่ช่วยบำรุงผวได้แบบลึกล้ำ ยิ่งถ้าได้ลงตอนกลางคืนจะได้บำรุงผิวอย่างลึกล้ำมากยิ่งขึ้น และแนะนำให้เลือกเป็นเซรั่มที่ช่วยบำรุงตามสภาพผิวของเรา เพื่อให้เซรั่มทำงานได้ดี และบำรุงผิวให้ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งปริมาณที่เราแนะนำคือประมาณเหรียญ 50 สตางค์ ซึ่งปริมาณที่ไม่เยอะเพราะเนื้อเซรั่มส่วนใหญ่มักจะมีความเข้มข้นในตัวเองอยู่แล้ว ให้บีบเซรั่มประมาณ 2-3 หยดลงบนฝ่ามือ แล้วค่อย ๆ เกลี่ยให้ทั่วใบหน้าและลำคอ นวดเบา ๆ จนเซรั่มซึมเข้าสู่ผิวก็เพียงพอแล้วค่ะ
Step 6 Eye Cream
ปริมาณการใช้ : 1 เมล็ดถั่วเขียว
สำหรับสาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำหรือใต้ตาดำ ห้ามข้ามขั้นตอนการลงสกินแคร์ขั้นตอนนี้เลยนะคะ เพราะการลง Eye Cream อาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ทันทีหลังใช้ครั้งแรก แต่ถ้าเราใช้ไปเรื่อย ๆ เป็นระยะเวลานานจะช่วยทำให้ใต้ตาคล้ำ ๆ ของเราดีขึ้นได้นะคะ สำหรับผิวบริเวณรอบดวงตาเป็นส่วนที่ค่อนข้างบอบบางก็ไม่ควรละเลย ซึ่งเราแนะนำให้สาว ๆ ลง Eye Cream ในตอนกลางคืนให้มีความชุ่มชื้น เหมือนได้มาสก์ใต้ตาช่วงเวลาที่เราหลับไป เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และควรเลือกสกินแคร์ที่มีความอ่อนโยน เหมาะกับรอบดวงตาโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคือง แนะนำให้ใช้ปริมาณ 1 เมล็ดถั่วเขียวก็เพียงพอแล้วค่ะ
Step 7 Moisturizer
ปริมาณการใช้ : เหรียญ 1 บาท
หลังจากบำรุงผิวด้วยเซรั่มเข้มข้นแล้ว ก็ต้องทับด้วย Moisturizer หรือมอยส์เจอไรเซอร์ ที่เป็นขั้นตอนการลงสกินแคร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าอย่างล้ำลึก ซึ่งถ้าเราลงมอยส์เจอไรเซอร์ในตอนก่อนนอน สามารถเลือกตัวที่มีความหนาและเข้มข้นได้เลยค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าลงแล้วจะหน้าเมือก เพราะถ้าเราได้โบกมอยส์เจอไรเซอร์ไว้ข้ามคืนจะทำให้ตื่นเช้ามาพร้อมกับผิวชุ่มชื้น เต่งตึง และสดใส ส่วนสาว ๆ คนไหนที่มีผิวมันควรเลือกเป็นมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเจล ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อป้องกันการอุดตัน สามารถใช้ปริมาณ 1 เหรียญบาทได้เลย หรือจะใช้มากกว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละคนค่ะ
Step 8 Sunscreen
ปริมาณการใช้ : เหรียญ 10 บาท
สุดท้ายค่ะ ก่อนออกจากบ้านห้ามลืมลงครีมกันแดดเด็ดขาด! เอาจริง ๆ ขั้นตอนนี้ถือว่าสำคัญมาก ๆ ค่ะ เพราะการทาครีมกันแดดให้ทั่วถึงและสม่ำเสมอทุก ๆ วัน ก็เพื่อให้ผิวได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่ที่เราต้องออกไปเจอแสงแดดภายนอก การทาครีมกันแดดเป็นการลงสกินแคร์ขั้นตอนสุดท้ายก่อนแต่งหน้า และควรที่จะทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง หรือตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญแสงแดดจัด แนะนำให้ทาครีมกันแดดก่อนออกแดดประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้ครีมกันแดดทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วนปริมาณนั้นเราแนะนำที่เหรียญ 10 บาท ต้องทาให้ทั่วใบหน้า ไม่น้อยเกินไปนะคะ สำคัญมากกกก!
ได้ทำความรู้จักกับขั้นตอนการลงสกินแคร์แบบครบ ๆ แล้ว ก็อย่าลืมหยิบเอาทริคการลงสกินแคร์ของเราเอาไปใช้ในทุก ๆ วันด้วยนะคะ เพราะว่าการดูแลผิวเป็นประจำทุกวันอย่างสม่ำเสมอถือว่าเป็นการลงทุนในระยะยาว ที่ช่วยให้ผิวหน้าของเราสุขภาพดี แข็งแรง และผิวดีฉ่ำน้ำได้จริง ๆ นะ อยากให้สาว ๆ ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพผิวหน้ากันมากขึ้น เราจะได้มีผิวหน้าที่ดีไปพร้อม ๆ กันค่ะ!
อ่านบทความแนะนำเพิ่มเติมได้ที่...


