10 สารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ที่ไม่เคยตกเทรน !  (ตอนที่1)
  1. 10 สารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ที่ไม่เคยตกเทรน ! (ตอนที่1)

10 สารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ที่ไม่เคยตกเทรน ! (ตอนที่1)

มารู้จัก สารต้านอนุมูลอิสระ เผื่อป้องกันผิวเสื่อมสภาพกันเถอะ

อนุมูลอิสระ เป็นตัวการที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์และเนื้อเยื่อและอาจนำไปสู่ระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่สมดุล กระบวนการชรา หรือ ผิวที่หย่อนคล้อย ริ้วรอยก่อนวัย ดังนั้นการได้รับ สารต้านอนุมูลอิสระจึงถือว่ามีความจำเป็นอย่างมาก โดยสารต้านอนุมูล ในกลุ่ม วิตามิน เกลือแร่ ยอดฮิตที่ทราบกันอยู่แล้วได้แก่ วิตามิน A,C,E และ selenium

วิตามินเอ - ต่อสู้กับรังสียูวีและความเสียหายที่ผิวหนัง โดยรูปหนึ่งของวิตามิน A คือ retinoic acid ที่ช่วยเพิ่มการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน ผิวกระชับขึ้นและผลัดเซลล์ผิวลดริ้วรอย ทำให้หน้าใส รวมทั้งลดความมันบนใบหน้า

วิตามินซีและอี - ช่วยปกป้องเซลล์เนื้อเยื่อผิวหนัง และอวัยว ของร่างกายจากการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ

ซีลีเนียม - เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ

นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆที่มีผลต่อผิวพรรณ แบ่งเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ สารต้านอนุมูลอิสระจากภายนอก ได้รับจากอาหารร่างกายสร้างเองไม่ได้

สารอนุมูลอิสระที่ร่างกายสร้างไม่ได้

1. EGCG

สารต้านอนุมูลอิสระ


Epigallocatechin-3-gallate (EGCG) เป็น สาร คาเทชิน ที่มีมากที่สุดในชา เขียว นับได้ว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในชาเขียว มีความแรงของการต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินซี และวิตามินอี 25-100 เท่า

ประโยชน์ของ : epigallocatechin gallate (EGCG) คุณสมบัติเพิ่มการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิวหนังรวมทั้งการสร้างผิวใหม่ที่มีความยืดหยุ่น นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอย นอกจากนี้ยังช่วยลดการหลั่งเม็ดสีเมลานิน อันเป็นสาเหตุของฝ้า กระ

Source : 1

2. Pycnogenol

สารต้านอนุมูลอิสระ


Pycnogenol เป็นสูตรที่ได้รับการจดสิทธิบัตรของ Pine Bark Extract (เปลือกสนฝรั่งเศส) ซึ่ง เป็นโครงสร้างคล้ายกับ คาเทชิน ของ ชาเขียว

ประโยชน์ของ : Pycnogenol ถูกดึงไปเป็นกรดอะมิโนโปรตีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคอลลาเจนและอีลาสติน จะปกป้องโปรตีนเหล่านี้จากความเสียหายอนุมูลอิสระที่ไปทำลายคอลลาเจน และยังช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจน นอกจากนี้ยังเพิ่มการผลิตกรดไฮยาลูโรนิกตามธรรมชาติเพิ่มความยืดหยุ่นความชุ่มชื้นของเนื้อเยื่อ ประโยชน์ในอีกทางหนึ่ง ช่วยเพิ่มการผลิตไนตริกออกไซด์ (NO) เป็นตัวขยายหลอดเลือดซึ่งจะช่วยผ่อนคลายหลอดเลือดทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ผลที่ได้คือเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและออกซิเจนไปผิวหนังช่วยให้สารอาหารที่ดีที่สุด

Source : 1

3. Resveratrol

สารต้านอนุมูลอิสระ


Resveratrol ดั้งเดิมเป็นสารป้องกันเชื้อโรคภายในพืช ไม่ว่าจะเป็นจากการโจมตีของเชื้อรา ภัยแล้ง การฉายรังสีอัลตราไวโอเลต หรือ การอักเสบต่างๆ และเนื่องจากคุณสมบัติที่ต้านอนุมูลอิสระ มีความสำคัญกับการชะลอวัย ต้านการอักเสบ ทำให้ หัวใจแข็งแรง และ ต่อต้านมะเร็งโดยอาศัยกลไกต่าง ๆ มีมากมายในผิวขององุ่นแดง รวมทั้งไวน์แดง

ประโยชน์ของ : สามารถต้านอาการผิดปกติของผิวหนัง เช่น ผิวแห้งและมะเร็งผิวหนัง

Source : 1

4. Astaxanthin

สารต้านอนุมูลอิสระ


Astaxanthin เป็นสารสีส้มแดง กลุ่ม carotenoid (สารกลุ่มวิตามินเอ) เชื่อกันว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพมากที่สุด มีความเข้มข้นมากกว่าวิตามินอีถึง 550 เท่าและแข็งแรงกว่าวิตามินซีถึง 6,000 ใคร ซึ่งสารนี้เรา พบได้ ในสาหร่ายสีแดง (Haematococcus Pluvialis) ปลาแซลมอน และกุ้งชนิดเล็ก

ประโยชน์ของ : แอสตาแซนทินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีพลังมากและมีพลังมากกว่าวิตามินอีหลายเท่าซึ่งหมายความว่าผิวหนังได้รับการปกป้องจากความเสียหายจากอนุมูลอิสระ นอกจากนี้แอสตาแซนทินยังช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีที่เป็นอันตราย รวมทั้งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความชุ่มชิ้น ของผิวและปราศจากริ้วรอย

Source : 1

5. Lycopene

สารต้านอนุมูลอิสระ


ไลโคปีน เป็น Carotenoid ซึ่ง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สกัดจากมะเขือเทศ ซึ่งทำให้มะเขือเทศมีสีแดง แหล่งอื่น ๆ ของไลโคปีน ได้แก่ มะละกอ, วอฟเบอรรี่, โกจิเบอรรี่ และ องุ่นสีชมพู

ประโยชน์ของ : ทำให้ผิวเรียบเนียนอมชมพู เป็นตัวบ่งชี้ถึงผิวที่มีสุขภาพดี การเพิ่มระดับไลโคปีนในอาหารโดยการเสริมด้วยไลโคปีนมะเขือเทศเป็นวิธีที่ง่ายในการรักษาระดับสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องและช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำลายจากแสงแดด รังสี UV และมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม

Source : 1