เดี๋ยวนี้วงการเครื่องสำอางในบ้านเราน่ากลัวขึ้นมาก วันนี้วงในบิวตี้เลยมานำเสนอวิธีเบื้องต้นในการอ่านฉลากเครื่องสำอาง ฉบับเข้าใจง่าย ให้สาว ๆ ปลอดภัย จากการตกเป็นเหยื่อเครื่องสำอางปลอมที่กำลังระบาดกันค่ะ
ข้อควรรู้ : บนฉลากเครื่องสำอางต้องมีอะไรบ้าง

ก่อนอื่นเลยเราต้องรู้ก่อนว่าข้อความที่ต้องระบุบนฉลากเครื่องสำอางมีอะไรบ้าง ถ้ามีไม่ครบตามนี้ ถือว่าไม่ผ่านด่านแรกแล้วค่ะ ไม่ให้ไปต่อเด็ดขาดเลย!
เลขจดแจ้งคืออะไร

เลขจดแจ้งคือ เลขที่อย. อนุมัติให้ผลิตขายได้ ซึ่งจะมีทั้งหมด 10 หลัก โดยแต่ละตัวจะมีความหมายดังนี้ค่ะ
รูปแบบ : xx-x-xxxxxxx
ซึ่งตัวเลขแต่ละตัวมีความหมาย ดังนี้
- 2 หลักแรก คือ จังหวัดที่ขอจดแจ้งรายละเอียด
- หลักที่ 3 คือ เป็นสินค้าที่ผลิต(1)หรือนำเข้า(2)
- หลักที่ 4 และ 5 คือ ปี พ.ศ. ที่ขอจดแจ้งรายละเอียด
- หลักที่ 6 ถึง 10 คือ ลำดับของการออกใบรับแจ้งในปี พ.ศ. นั้น
วิธีการตรวจสอบฉลากเบื้องต้น
1. ดูเลขจดแจ้งบนฉลาก

- ดูฉลากสินค้าด้านหลังว่ามี เลขที่ใบรับแจ้งไหม
2. เปิดหน้าเว็บไซต์ของอย.

- เข้าไปที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th
- เลือกจากหมวดเครื่องสำอาง
- เลือกสืบค้นข้อมูลเครื่องสำอาง
- หรือคลิกที่นี่ เพื่อไปหน้าสืบค้น
3. นำเลขจดแจ้งบนฉลากมาตรวจสอบ

- นำเลขจดแจ้งมาใส่ที่ช่อง "ค้นจากเลขที่แจ้ง"
- เมื่อใส่เรียบร้อยแล้ว ให้กด "ค้นหา"
Note : ใส่ขีดคั่นตัวเลขให้ตรงตามฉลากด้วยนะคะ
4. ดูสถานะการค้นหา

สังเกตด้านล่างจะมีข้อมูลปรากฎ
- ดูที่เลขจดแจ้ง: ว่าตรงกับข้างผลิตภัณฑ์หรือเปล่า
- ชื่อผู้ประกอบการ: สังเกตดูว่าเป็นบริษัทเดียวกันไหม
- ชื่อการค้า: เช็กดี ๆ ว่าชื่อการค้าต้องตรงกันนะคะ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: เช็กอีกที เอาให้ชัวร์ว่าไม่ได้ขโมยเลขอย.ใครมาแปะแน่ ๆ
- สถานะ: ถ้าขึ้นว่าอนุมัติ ก็ถือว่าเป็นอันเรียบร้อยค่ะ
วิธีเช็กสินค้าประเภทนำเข้า

ถึงแม้จะเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ก็ต้องมีฉลากภาษาไทยกำกับไว้ตามพรบ.เครื่องสำอางค่ะ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่อ้างว่านำเข้าเลยไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่ได้เลยนะคะ เน้นว่า ต้องมีเท่านั้นค่ะ!
เป็นยังไงบ้างคะสาว ๆ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์และทำให้สาว ๆ คลายความกังวลจากการเลือกซื้อเครื่องสำอางกันได้บ้างนะคะ