เช็กตัวเอง เรามีหลุมสิวแบบไหน แล้วรักษายังไงดี?
  1. เช็กตัวเอง เรามีหลุมสิวแบบไหน แล้วรักษายังไงดี?

เช็กตัวเอง เรามีหลุมสิวแบบไหน แล้วรักษายังไงดี?

เปิดปัญหาโลกแตกของคนเป็นสิวอย่าง “หลุมสิว” สิวหายแล้วแต่หลุมสิวยังอยู่ต้องทำไงกันดีนะ
31 ก.ค. 2020 · โดย

บอกเลยว่านี่น่าจะเป็นปัญหาที่สาว ๆ หลายคนเคยเจอค่ะ แค่เป็นสิวก็วุ่นวายตอนรักษาจะแย่แล้ว แถมบางคนยังมี “หลุมสิว” ทิ้งรอยเอาไว้บนหน้าให้เจ็บใจเล่น ๆ Wongnai Beauty ขอพาสาว ๆ ไปเช็กผิวหน้าตัวเองว่าหลุมสิวที่เราเป็นอยู่นั้นเป็นแบบไหน แล้วต้องรักษายังไงถึงถูกวิธี ไปดูกัน

เรามาทำความเข้าใจกันสั้น ๆ ก่อนค่ะว่าหลุมสิวนั้นมีอยู่ด้วยกันกี่แบบ แล้วหลุมสิวแต่ละแบบเกิดจากอะไรกันแน่ ทำไมทุกครั้งที่เป็นสิว เราถึงได้มีหลุมสิวเกิดขึ้นบนใบหน้ากันนะ

หลุมสิว

Rolling Scar หรือ “หลุมแอ่งกระทะ” หลุมสิวแบบแรกจะเป็นระดับทั่วไป รุนแรงน้อยที่สุดค่ะ เกิดจากการที่เราเป็นสิวแล้วไปแกะหรือเกามันนั่นเอง

Box Scar หรือ “หลุมกล่อง” ระดับความรุนแรงปานกลาง เกิดจากสิวอักเสบหรืออีสุกอีใส ขนาดของหลุมสิวประมาณ 3-5 มิลลิเมตร มีลักษณะเหมือนกล่อง ตื้น ๆ ไม่ถึงชั้นรูขุมขนค่ะ

Ice Pick Scar หรือ “หลุมจิก” ระดับความรุนแรงมากที่สุด โดยเกิดจากการกดหรือบีบสิวอุดตัน โดยถ้าใครที่ปล่อยให้เกิดหลุมสิวแบบนี้จะรักษายากที่สุดค่ะ

การดูแลรักษาหลุมสิวแต่ละประเภท

เมื่อรู้กันแล้วว่าเรากำลังประสบปัญหาหลุมสิวแบบไหนอยู่ ลองไปดูอย่างละเอียดกันค่ะว่าหลุมสิวแต่ละประเภทนั้นมีวิธีการดูแลรักษาให้ดีขึ้นได้อย่างไร

Rolling Scar

หลุมสิว

อย่างที่บอกว่าเป็นหลุมสิวที่รุนแรงระดับทั่วไป มีลักษณะเป็นหลุมสิวแบบตื้น ๆ กินพื้นที่แค่ส่วนบนของผิวเพียงเล็กน้อยจากการไปแกะหรือเกาสิวนั่นเอง

โดยวิธีการรักษาหลุมสิวชนิดนี้ มีดังนี้

  • ใช้ยาที่มีส่วนผสมของอนุพันธ์วิตามินเอ หรือ RETINOIDS เพื่อเติมเต็มผิวส่วนที่เป็นหลุม
  • ทำทรีตเมนต์ เช่น AHA ลอกผิวด้านบนออก
  • ทำ IPL หรือใช้คลื่นแสงกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกลับมาเรียบเนียน
  • ฉีดฟิลเลอร์ เติมเต็มผิวส่วนที่เป็นหลุม
  • กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี (Microdermabrasion) ข้อดีคือไม่เป็นแผลหลังทำ แต่ต้องทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งจะทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นค่ะ
  • ทำเลเซอร์เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ควรปรึกษาคุณหมอเรื่องระดับความแรงของเลเซอร์แต่ละชนิดก่อนนะคะ

Box Scar

หลุมสิว

หลุมสิวแบบนี้จะสามารถมองเห็นได้ชัดกว่าแบบแรก เกิดจากสิวอักเสบหรืออีสุกอีใส ขนาดประมาณ 3-5 มิลลิเมตร ขอบและก้นกว้างเท่ากัน คล้ายกล่อง และมีขอบหลุมชัดเจน

หลุมสิวลักษณะนี้จะรักษายากกว่าแบบแรก โดยวิธีการรักษามีหลายแบบ เช่น

  • ใช้ยาอนุพันธ์วิตามินเอ หรือ RETINOIDS
  • ทำทรีตเมนต์ เช่น AHA ลอกผิวด้านบนออก
  • ทำเลเซอร์เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ควรปรึกษาคุณหมอเรื่องระดับความแรงของเลเซอร์แต่ละชนิดก่อนนะคะ
  • ตัดพังผืดใต้ผิวหนัง (Subcision) วิธีนี้จะใช้ทำให้ผิวช้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่หลุมสิวจะดูตื้นขึ้นค่ะ
  • ฉีดฟิลเลอร์ เติมเต็มผิวส่วนที่เป็นหลุม และกระตุ้นคอลลาเจน
  • กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี (Microdermabrasion) ข้อดีคือไม่เป็นแผลหลังทำ แต่ต้องทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งจะทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นค่ะ
  • ศัลยกรรมผ่าตัดหลุมสิว (Punch Excision & Grafting) สำหรับการรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่หายค่ะ

Ice Pick Scar

หลุมสิว

หลุมสิวแบบสุดท้ายที่แน่นอนว่ารักษายากที่สุด มีลักษณะแหลมและลึก ปากแคบ มีขนาดประมาณ 0.5 มิลลิเมตร เกิดจากการกดหรือบีบสิวอุดตัน ไม่สามารถหายได้ด้วยการทายา จึงควรปรึกษาคุณหมอเพื่อรักษาโดยวิธีทางการแพทย์ค่ะ

วิธีการรักษาที่นิยม เช่น

  • ทำทรีตเมนต์ เช่น AHA ลอกผิวด้านบนออก
  • ทำเลเซอร์เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ควรปรึกษาคุณหมอเรื่องระดับความแรงของเลเซอร์แต่ละชนิดก่อนนะคะ
  • ตัดพังผืดใต้ผิวหนัง (Subcision) วิธีนี้จะใช้ทำให้ผิวช้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่หลุมสิวจะดูตื้นขึ้นค่ะ
  • ศัลยกรรมผ่าตัดหลุมสิว (Punch Excision & Grafting) สำหรับการรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่หายค่ะ

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษาขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ทางที่ดีสาว ๆ ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อรับการรักษาได้อย่างตรงจุดและไม่รุนแรงต่อผิวหน้าจนเกินไปนะคะ

แล้วอย่าลืม! ติดตามดีลสุดพิเศษสำหรับดูแลผิวหน้าและหลุมสิวได้ที่นี่ คลิกเลย! https://bit.ly/2DZ7GQT

ดูบิวตี้ดีลสุดคุ้มทั้งหมดได้ที่นี่ https://bit.ly/39aDVI6