ดูแพงได้ ไม่ง้อแบรนด์เนม! 4 ทริคครีเอตลุคให้เลอค่าสไตล์ Classy Woman
  1. ดูแพงได้ ไม่ง้อแบรนด์เนม! 4 ทริคครีเอตลุคให้เลอค่าสไตล์ Classy Woman

ดูแพงได้ ไม่ง้อแบรนด์เนม! 4 ทริคครีเอตลุคให้เลอค่าสไตล์ Classy Woman

อัปเกรดตัวเองให้ดูแพงสไตล์ Classy Woman ด้วย 4 ทริคครีเอตลุคให้เลอค่า โดยไม่จำเป็นต้องสวมใส่เสื้อผ้าแพง ๆ หรือประโคมแบรนด์เนม
writerProfile
25 ม.ค. 2025 · โดย

ต้องยอมรับเลยว่าในยุคนี้เทรนด์การแต่งตัวประโคมแบรนด์เนมแบบตะโกนว่า I'm Rich! กำลังจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบง่ายที่แฝงไปด้วยความดูดีมีระดับ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “แต่งน้อย แต่แพงมาก” ยกตัวอย่างเช่น เทรนด์ Quiet Luxury และ Old Money ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นมากในช่วงปีที่ผ่านมา วันนี้ Wongnai Beauty จึงถือโอกาสนำ 4 ทริคครีเอตลุคให้เลอค่าสไตล์ Classy Woman มาแนะนำกัน

นิยามของคำว่า “Classy Woman”

Classy Woman, ครีเอตลุค, ผู้หญิงมีคลาส, แต่งตัว

“Classy Woman” หากแปลตรงตัวก็คือ “ผู้หญิงมีคลาส” หลายคนอาจจะกำลังคิดว่าต้องรวยเท่านั้น ถึงจะสามารถเป็นผู้หญิงที่มีคลาสได้ แต่ความจริงแล้วไม่ว่าคุณจะมีสถานะทางการเงินแบบไหน ก็สามารถเป็นผู้หญิงที่ดูแพงได้ โดยไม่ต้องประโคมแบรนด์เนม หรือถือกระเป๋าราคาหลักแสน เพราะนิยามที่แท้จริงของคำว่า Classy Woman คือ ผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ มีทัศนคติที่ดี และมีมารยาททางสังคม

นอกจากนี้การแต่งกายยังเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ ที่สามารถถ่ายทอดคำว่า Classy Woman ออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด เพราะการแต่งกายเปรียบเสมือนเครื่องสะท้อนถึงบุคลิกและรสนิยมของผู้สวมใส่ ซึ่งการแต่งกายสไตล์ Classy Woman จะเน้นความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความดูดีมีระดับ และให้ความสำคัญกับการแต่งกายถูกต้องตามกาลเทศะ

ทริคเลือกบราเหมาะกับชุด

ไม่ใช่แค่การสวมใส่เสื้อผ้าที่คัตติงเนี้ยบเท่านั้น แต่การจะเป็นผู้หญิงมีคลาสจะต้องเริ่มจากดีเทลเล็ก ๆ อย่างการเลือกบราเหมาะกับชุด เพื่อคอมพลีทลุคให้ออกมาเรียบร้อยและสมบูรณ์แบบมากที่สุด โดยมีทริคง่าย ๆ ดังนี้

Classy Woman, ครีเอตลุค, ผู้หญิงมีคลาส, แต่งตัว
  • ทีเชิ้ตบรา (T - Shirt Bra) : ทีเชิ้ตบรา มีลักษณะเป็นเสื้อชั้นในไร้ตะเข็บ ทำให้ไม่เห็นขอบชุดชั้นใน จึงเหมาะกับการสวมใส่คู่กับเสื้อยืด ตอบโจทย์สำหรับหน้าอกทุกไซซ์ และทุกรูปทรง เรียกได้ว่าเป็นเบสิกไอเทมที่สาว ๆ ทุกคนควรมีติดตู้!
  • สปอร์ตบรา (Sport Bra) : เสื้อชั้นในสำหรับออกกำลังกาย ถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงกว่าเสื้อชั้นในทั่วไป ตัดเย็บจากผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี แห้งไว และเพิ่มความกระชับ โดยมีคุณสมบัติช่วยพยุงและลดการเคลื่อนไหวของหน้าอกขณะออกกำลังกาย
  • บราทรงคอลึก (Plunge Bra) : เสื้อชั้นในแบบเต็มตัว ไร้ตะเข็บ โดดเด่นด้วยการออกแบบบริเวณกลางหน้าอกให้เว้าลึกลงไปเป็นรูปตัววี หรือตัวยู โอบอุ้มทรวงอก พร้อมช่วยดันทรงให้เต็มขึ้น เหมาะสำหรับวันที่ต้องการใส่เสื้อแหวกอก หรือเสื้อยืดคอลึก
  • บราดันทรง (Push Up Bra) : เสื้อชั้นในที่มาพร้อมฟองน้ำ หรือซิลิโคนในตัว ช่วยเสริมหน้าอกให้ดูมีทรงสวย และเพิ่มขนาดให้หน้าอกดูเต็มขึ้น เหมาะสำหรับสาว ๆ คัพเล็กที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจให้กับการแต่งตัว
  • แผ่นแปะจุก (Nipple Silicone Pad) : เป็นไอเทมที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ สำหรับแผ่นแปะจุกที่ผลิตจากซิลิโคนนิ่ม ไร้ขอบ พร้อมกาวในตัว ทำให้ใช้งานง่าย และพกพาสะดวก เพราะมีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับชุดว่ายน้ำ ชุดโชว์หลัง รวมถึงวันสบาย ๆ ที่ต้องการความคล่องตัว
  • บราเกาะอก (Strapless Bra) : สำหรับวันที่ต้องการใส่เสื้อปาดไหล่ เสื้อสายเดี่ยว หรือเสื้อเกาะอก สาว ๆ ควรเลือกบราเกาะอกที่มีลักษณะคล้ายเสื้อชั้นในทั่วไป แต่สามารถถอดสายออกได้ และเพิ่มความกระชับ ทำให้สามารถซัพพอร์ตหน้าอกได้เป็นอย่างดี
  • บราปีกนก (Wing Bra)​​ : มีลักษณะเป็นบราซิลิโคนครึ่งตัว ไร้สายและตะขอ โดดเด่นด้วยดีไซน์คล้ายปีกนก ช่วยดันทรงและยกกระชับให้ทรงสวย หน้าอกชิด มาพร้อมกาวในตัวที่ทำหน้าที่ยึดเกาะกับหน้าอกโดยตรง มีคุณสมบัติกันน้ำ กันเหงื่อ จึงติดทนนาน เหมาะสำหรับชุดว่ายน้ำ เสื้อสายเดี่ยว เสื้อเกาะอก ชุดโชว์ไหล่ และชุดโชว์หลัง

Color Matching เทคนิคจับคู่สีเสื้อผ้า

Classy Woman, ครีเอตลุค, ผู้หญิงมีคลาส, แต่งตัว
  • Brown & Gold : สีน้ำตาลและสีทองเป็นสองเฉดสีที่เข้ากันได้อย่างลงตัว โดยสีน้ำตาลให้ความรู้สึกมั่นคง เรียบง่าย และหนักแน่น ส่วนสีทองก็เปรียบเสมือนตัวแทนของความมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์ เมื่อนำสองเฉดสีนี้มาจับคู่กัน จึงช่วยเสริมให้ลุคดูอบอุ่น แต่แฝงไปด้วยความหรูหรา
  • Black & White : สำหรับใครที่ไม่ชอบสวมใส่เสื้อผ้าสีสดใส สีดำและสีขาวถือเป็นทางเลือกที่ดี เพราะเป็นสองเฉดสีสุดคลาสสิก ที่ไม่ว่าจะนำมาจับคู่กันเมื่อไรก็ไม่มีเอาต์
  • Earth Tone : เมื่อพูดถึงสีเอิร์ธโทน เชื่อว่าหลาย ๆ คนมักจะนึกถึงเสื้อผ้าเฉดสีน้ำตาลและสีเขียวเท่านั้น แต่ในความจริงแล้วสีเอิร์ธโทนยังมีให้เลือกอีกหลากหลายเฉดสี นอกจากจะสะท้อนความเรียบง่าย อบอุ่น และผ่อนคลายแล้ว สีเอิร์ธโทนยังสามารถนำมาจับคู่กับเฉดสีอื่นได้อย่างลงตัว
  • Beige & White : แต่งน้อย แต่แพงมาก! สไตล์ Quiet Luxury ที่เน้นความเรียบง่าย แต่แอบซ่อนความหรูหราไว้แบบเงียบ ๆ ด้วยการหยิบเสื้อผ้าสีเบจมาแมตช์กับสีขาว ที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย สไตล์มินิมอล โดยแนะนำให้เลือกเสื้อผ้าที่ผ่านการตัดเย็บอย่างประณีต ผสานเนื้อผ้าคุณภาพดี และมีดีไซน์ที่ทันสมัย
  • All White : สีขาวเป็นตัวแทนของความรู้สึกสะอาด สุภาพ และเรียบง่าย นอกจากจะเหมาะกับทุกโอกาสแล้ว ยังสามารถจับคู่กับสีอื่น ๆ ได้หลากหลายด้วย หนึ่งในเคล็ดลับแมตช์ลุค All White ให้ดูไม่น่าเบื่อ คือ เพิ่มแว่นกันแดดสีดำ หรือแอ็กเซสซอรีส์สีทองลงไปในลุค เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเพิ่มกิมมิกให้ลุคดูแพงขึ้นอีกเป็นกอง
  • All Black : สำหรับลุค All Black หรือการแต่งตัวด้วยสีดำล้วน ถือเป็นอีกหนึ่งลุคสุดคลาสสิก ที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ โดยเป็นเฉดสีที่ให้ความรู้สึกลึกลับ น่าค้นหา และทรงพลัง ช่วยเสริมลุคให้ผู้สวมใส่ดูโดดเด่น

ทริคเลือกเครื่องประดับตาม Personal Color

เพิ่มดีกรีความลักชูรีขึ้นอีกระดับ ด้วยการหยิบแอ็กเซสซอรีส์มาแมตช์ โดยสาว ๆ สามารถเลือกเครื่องประดับตาม Personal Color ได้ดังนี้

Classy Woman, ครีเอตลุค, ผู้หญิงมีคลาส, แต่งตัว
  • ผิวโทนเย็น (Cool Undertones) : มีลักษณะผิวขาวอมชมพู และเส้นเลือดบริเวณข้อมือมีสีน้ำเงินหรือสีม่วง โดยเป็นโทนสีผิวที่สามารถเลือกใส่เครื่องประดับได้ทุกรูปแบบ แต่ถ้าต้องการเสริมลุคให้ดูหรูหรายิ่งขึ้น เครื่องประดับสีเงิน หรือสี White Gold ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี
  • ผิวโทนธรรมชาติ หรือผิวโทนกลาง (Neutral Undertones) : เป็นสีผิวที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างโทนเย็นและโทนอุ่น โดยเส้นเลือดบริเวณข้อมือมีสีน้ำเงินหรือสีเขียว เหมาะกับเครื่องประดับสี Gold หรือสี Yellow Gold เพราะสีทองจะช่วยขับผิวให้ดูเปล่งประกาย
  • ผิวโทนอุ่น (Warm Undertones) : ผิวโทนอุ่นมักจะมีสีผิวอมเหลือง เส้นเลือดที่ข้อมือเป็นสีเขียว โดยสามารถเลือกใส่เครื่องประดับได้เกือบทุกเฉดสี แต่ถ้าต้องการเสริมลุคให้ดูโดดเด่น แนะนำให้เลือกเครื่องประดับสี Rose Gold และในขณะเดียวกันก็ควรหลีกเลี่ยงสี Yellow Gold เพราะจะยิ่งทำให้ผิวดูเหลืองกว่าเดิม

How to เลือกกระเป๋าให้เหมาะกับรูปร่าง

นอกจากการเลือกเสื้อผ้าแล้ว การหยิบแอ็กเซสซอรีส์อย่าง “กระเป๋า” มาแมตช์ก็ช่วยเสริมลุคให้ดูดี มีคลาสขึ้นได้เช่นกัน เราจึงมีทริคในการเลือกกระเป๋าให้เหมาะกับรูปร่างมาแนะนำกัน

Classy Woman, ครีเอตลุค, ผู้หญิงมีคลาส, แต่งตัว

รูปร่างใหญ่

  • Do : สำหรับคนรูปร่างใหญ่ จัดอยู่ในไทป์สาวอวบ เจ้าเนื้อที่มีช่วงตัวหนา ควรเลือกกระเป๋าที่มีสายสะพายสั้น โดยสะพายแล้วความยาวไม่เกินช่วงสะโพก และมีขนาดบาง เพื่ออำพรางรูปร่างและดึงดูดความสนใจจากเอวและสะโพกมาไว้ที่กระเป๋า
  • Don’t : หลีกเลี่ยงกระเป๋าทรงหนา เช่น กระเป๋าคาดเอว หรือกระเป๋าสะพายหลังที่มีขนาดใหญ่ เพราะจะยิ่งทำให้ช่วงตัวของคุณดูหนาขึ้น

รูปร่างเล็ก

  • Do : สาวรูปร่างเล็ก ตัวผอมบาง ควรเลือกกระเป๋าขนาดกลางที่ไม่เล็ก หรือใหญ่จนเกินไป เช่น กระเป๋า Tote Bag และกระเป๋าสะพายไหล่
  • Don’t : หลีกเลี่ยงกระเป๋าที่มีขนาดเล็ก เพราะจะทำให้เห็นรูปร่างที่ผอมบางของคุณได้อย่างชัดเจน และในขณะเดียวกันก็ไม่ควรเลือกกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่ และกว้างจนเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้ดูเตี้ยแล้ว ยังทำให้รูปร่างดูตันขึ้นด้วย

รูปร่างสูง

  • Do : หลายคนอาจมองว่าคนตัวสูงได้เปรียบในการเลือกกระเป๋า แต่ในความจริงแล้วหากเลือกกระเป๋าไม่เหมาะกับรูปร่างของตัวเอง ก็อาจจะตกม้าตายได้เช่นกัน โดยคนรูปร่างสูงควรเลือกกระเป๋าขนาดกลาง ความยาวของสายกระเป๋าไม่ยาวจนเกินไป หรืออาจจะเลือกเป็นกระเป๋าคลัตช์ (Clutch Bag) ที่ใช้ถือ หรือเหน็บข้างลำตัวก็ดูเก๋ไปอีกแบบ
  • Don’t : หลีกเลี่ยงกระเป๋าที่มีสายยาวลงมาข้างเอว หรือสะโพก เพราะจะทำให้รูปร่างของคุณไม่สมส่วน และดูเก้งก้างเกินไป

รูปร่างเตี้ย

  • Do : สาวไซซ์มินิที่กังวลเกี่ยวกับเรื่องส่วนสูง เหมาะกับกระเป๋าขนาดเล็กถึงขนาดกลาง และมีสายยาวประมาณเอว หรือสะโพก เพราะจะช่วยหลอกตาให้รูปร่างของคุณดูสูงขึ้น
  • Don’t : หากไม่อยากให้รูปร่างดูเตี้ยกว่าเดิม ต้องหลีกเลี่ยงกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่ หรือยาวจนเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้ช่วงตัวดูสั้นลงนั่นเอง

ต้องบอกเลยว่าทริคเหล่านี้เป็นเพียงพื้นฐานง่าย ๆ ที่สามารถเปลี่ยนลุคและอัปเกรดการแต่งตัวของทุกคนให้ดูดีขึ้นได้ในสไตล์ Classy Woman โดยไม่จำเป็นต้องสวมใส่เสื้อผ้าแพง ๆ หรือประโคมแบรนด์เนม