ต้องยอมรับเลยว่าในยุคนี้เทรนด์การแต่งตัวประโคมแบรนด์เนมแบบตะโกนว่า I'm Rich! กำลังจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบง่ายที่แฝงไปด้วยความดูดีมีระดับ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “แต่งน้อย แต่แพงมาก” ยกตัวอย่างเช่น เทรนด์ Quiet Luxury และ Old Money ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นมากในช่วงปีที่ผ่านมา วันนี้ Wongnai Beauty จึงถือโอกาสนำ 4 ทริคครีเอตลุคให้เลอค่าสไตล์ Classy Woman มาแนะนำกัน
นิยามของคำว่า “Classy Woman”

“Classy Woman” หากแปลตรงตัวก็คือ “ผู้หญิงมีคลาส” หลายคนอาจจะกำลังคิดว่าต้องรวยเท่านั้น ถึงจะสามารถเป็นผู้หญิงที่มีคลาสได้ แต่ความจริงแล้วไม่ว่าคุณจะมีสถานะทางการเงินแบบไหน ก็สามารถเป็นผู้หญิงที่ดูแพงได้ โดยไม่ต้องประโคมแบรนด์เนม หรือถือกระเป๋าราคาหลักแสน เพราะนิยามที่แท้จริงของคำว่า Classy Woman คือ ผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ มีทัศนคติที่ดี และมีมารยาททางสังคม
นอกจากนี้การแต่งกายยังเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ ที่สามารถถ่ายทอดคำว่า Classy Woman ออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด เพราะการแต่งกายเปรียบเสมือนเครื่องสะท้อนถึงบุคลิกและรสนิยมของผู้สวมใส่ ซึ่งการแต่งกายสไตล์ Classy Woman จะเน้นความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความดูดีมีระดับ และให้ความสำคัญกับการแต่งกายถูกต้องตามกาลเทศะ
ทริคเลือกบราเหมาะกับชุด
ไม่ใช่แค่การสวมใส่เสื้อผ้าที่คัตติงเนี้ยบเท่านั้น แต่การจะเป็นผู้หญิงมีคลาสจะต้องเริ่มจากดีเทลเล็ก ๆ อย่างการเลือกบราเหมาะกับชุด เพื่อคอมพลีทลุคให้ออกมาเรียบร้อยและสมบูรณ์แบบมากที่สุด โดยมีทริคง่าย ๆ ดังนี้

- ทีเชิ้ตบรา (T - Shirt Bra) : ทีเชิ้ตบรา มีลักษณะเป็นเสื้อชั้นในไร้ตะเข็บ ทำให้ไม่เห็นขอบชุดชั้นใน จึงเหมาะกับการสวมใส่คู่กับเสื้อยืด ตอบโจทย์สำหรับหน้าอกทุกไซซ์ และทุกรูปทรง เรียกได้ว่าเป็นเบสิกไอเทมที่สาว ๆ ทุกคนควรมีติดตู้!
- สปอร์ตบรา (Sport Bra) : เสื้อชั้นในสำหรับออกกำลังกาย ถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงกว่าเสื้อชั้นในทั่วไป ตัดเย็บจากผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี แห้งไว และเพิ่มความกระชับ โดยมีคุณสมบัติช่วยพยุงและลดการเคลื่อนไหวของหน้าอกขณะออกกำลังกาย
- บราทรงคอลึก (Plunge Bra) : เสื้อชั้นในแบบเต็มตัว ไร้ตะเข็บ โดดเด่นด้วยการออกแบบบริเวณกลางหน้าอกให้เว้าลึกลงไปเป็นรูปตัววี หรือตัวยู โอบอุ้มทรวงอก พร้อมช่วยดันทรงให้เต็มขึ้น เหมาะสำหรับวันที่ต้องการใส่เสื้อแหวกอก หรือเสื้อยืดคอลึก
- บราดันทรง (Push Up Bra) : เสื้อชั้นในที่มาพร้อมฟองน้ำ หรือซิลิโคนในตัว ช่วยเสริมหน้าอกให้ดูมีทรงสวย และเพิ่มขนาดให้หน้าอกดูเต็มขึ้น เหมาะสำหรับสาว ๆ คัพเล็กที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจให้กับการแต่งตัว
- แผ่นแปะจุก (Nipple Silicone Pad) : เป็นไอเทมที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ สำหรับแผ่นแปะจุกที่ผลิตจากซิลิโคนนิ่ม ไร้ขอบ พร้อมกาวในตัว ทำให้ใช้งานง่าย และพกพาสะดวก เพราะมีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับชุดว่ายน้ำ ชุดโชว์หลัง รวมถึงวันสบาย ๆ ที่ต้องการความคล่องตัว
- บราเกาะอก (Strapless Bra) : สำหรับวันที่ต้องการใส่เสื้อปาดไหล่ เสื้อสายเดี่ยว หรือเสื้อเกาะอก สาว ๆ ควรเลือกบราเกาะอกที่มีลักษณะคล้ายเสื้อชั้นในทั่วไป แต่สามารถถอดสายออกได้ และเพิ่มความกระชับ ทำให้สามารถซัพพอร์ตหน้าอกได้เป็นอย่างดี
- บราปีกนก (Wing Bra) : มีลักษณะเป็นบราซิลิโคนครึ่งตัว ไร้สายและตะขอ โดดเด่นด้วยดีไซน์คล้ายปีกนก ช่วยดันทรงและยกกระชับให้ทรงสวย หน้าอกชิด มาพร้อมกาวในตัวที่ทำหน้าที่ยึดเกาะกับหน้าอกโดยตรง มีคุณสมบัติกันน้ำ กันเหงื่อ จึงติดทนนาน เหมาะสำหรับชุดว่ายน้ำ เสื้อสายเดี่ยว เสื้อเกาะอก ชุดโชว์ไหล่ และชุดโชว์หลัง
Color Matching เทคนิคจับคู่สีเสื้อผ้า

- Brown & Gold : สีน้ำตาลและสีทองเป็นสองเฉดสีที่เข้ากันได้อย่างลงตัว โดยสีน้ำตาลให้ความรู้สึกมั่นคง เรียบง่าย และหนักแน่น ส่วนสีทองก็เปรียบเสมือนตัวแทนของความมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์ เมื่อนำสองเฉดสีนี้มาจับคู่กัน จึงช่วยเสริมให้ลุคดูอบอุ่น แต่แฝงไปด้วยความหรูหรา
- Black & White : สำหรับใครที่ไม่ชอบสวมใส่เสื้อผ้าสีสดใส สีดำและสีขาวถือเป็นทางเลือกที่ดี เพราะเป็นสองเฉดสีสุดคลาสสิก ที่ไม่ว่าจะนำมาจับคู่กันเมื่อไรก็ไม่มีเอาต์
- Earth Tone : เมื่อพูดถึงสีเอิร์ธโทน เชื่อว่าหลาย ๆ คนมักจะนึกถึงเสื้อผ้าเฉดสีน้ำตาลและสีเขียวเท่านั้น แต่ในความจริงแล้วสีเอิร์ธโทนยังมีให้เลือกอีกหลากหลายเฉดสี นอกจากจะสะท้อนความเรียบง่าย อบอุ่น และผ่อนคลายแล้ว สีเอิร์ธโทนยังสามารถนำมาจับคู่กับเฉดสีอื่นได้อย่างลงตัว
- Beige & White : แต่งน้อย แต่แพงมาก! สไตล์ Quiet Luxury ที่เน้นความเรียบง่าย แต่แอบซ่อนความหรูหราไว้แบบเงียบ ๆ ด้วยการหยิบเสื้อผ้าสีเบจมาแมตช์กับสีขาว ที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย สไตล์มินิมอล โดยแนะนำให้เลือกเสื้อผ้าที่ผ่านการตัดเย็บอย่างประณีต ผสานเนื้อผ้าคุณภาพดี และมีดีไซน์ที่ทันสมัย
- All White : สีขาวเป็นตัวแทนของความรู้สึกสะอาด สุภาพ และเรียบง่าย นอกจากจะเหมาะกับทุกโอกาสแล้ว ยังสามารถจับคู่กับสีอื่น ๆ ได้หลากหลายด้วย หนึ่งในเคล็ดลับแมตช์ลุค All White ให้ดูไม่น่าเบื่อ คือ เพิ่มแว่นกันแดดสีดำ หรือแอ็กเซสซอรีส์สีทองลงไปในลุค เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเพิ่มกิมมิกให้ลุคดูแพงขึ้นอีกเป็นกอง
- All Black : สำหรับลุค All Black หรือการแต่งตัวด้วยสีดำล้วน ถือเป็นอีกหนึ่งลุคสุดคลาสสิก ที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ โดยเป็นเฉดสีที่ให้ความรู้สึกลึกลับ น่าค้นหา และทรงพลัง ช่วยเสริมลุคให้ผู้สวมใส่ดูโดดเด่น
ทริคเลือกเครื่องประดับตาม Personal Color
เพิ่มดีกรีความลักชูรีขึ้นอีกระดับ ด้วยการหยิบแอ็กเซสซอรีส์มาแมตช์ โดยสาว ๆ สามารถเลือกเครื่องประดับตาม Personal Color ได้ดังนี้

- ผิวโทนเย็น (Cool Undertones) : มีลักษณะผิวขาวอมชมพู และเส้นเลือดบริเวณข้อมือมีสีน้ำเงินหรือสีม่วง โดยเป็นโทนสีผิวที่สามารถเลือกใส่เครื่องประดับได้ทุกรูปแบบ แต่ถ้าต้องการเสริมลุคให้ดูหรูหรายิ่งขึ้น เครื่องประดับสีเงิน หรือสี White Gold ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี
- ผิวโทนธรรมชาติ หรือผิวโทนกลาง (Neutral Undertones) : เป็นสีผิวที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างโทนเย็นและโทนอุ่น โดยเส้นเลือดบริเวณข้อมือมีสีน้ำเงินหรือสีเขียว เหมาะกับเครื่องประดับสี Gold หรือสี Yellow Gold เพราะสีทองจะช่วยขับผิวให้ดูเปล่งประกาย
- ผิวโทนอุ่น (Warm Undertones) : ผิวโทนอุ่นมักจะมีสีผิวอมเหลือง เส้นเลือดที่ข้อมือเป็นสีเขียว โดยสามารถเลือกใส่เครื่องประดับได้เกือบทุกเฉดสี แต่ถ้าต้องการเสริมลุคให้ดูโดดเด่น แนะนำให้เลือกเครื่องประดับสี Rose Gold และในขณะเดียวกันก็ควรหลีกเลี่ยงสี Yellow Gold เพราะจะยิ่งทำให้ผิวดูเหลืองกว่าเดิม
How to เลือกกระเป๋าให้เหมาะกับรูปร่าง
นอกจากการเลือกเสื้อผ้าแล้ว การหยิบแอ็กเซสซอรีส์อย่าง “กระเป๋า” มาแมตช์ก็ช่วยเสริมลุคให้ดูดี มีคลาสขึ้นได้เช่นกัน เราจึงมีทริคในการเลือกกระเป๋าให้เหมาะกับรูปร่างมาแนะนำกัน

รูปร่างใหญ่
- Do : สำหรับคนรูปร่างใหญ่ จัดอยู่ในไทป์สาวอวบ เจ้าเนื้อที่มีช่วงตัวหนา ควรเลือกกระเป๋าที่มีสายสะพายสั้น โดยสะพายแล้วความยาวไม่เกินช่วงสะโพก และมีขนาดบาง เพื่ออำพรางรูปร่างและดึงดูดความสนใจจากเอวและสะโพกมาไว้ที่กระเป๋า
- Don’t : หลีกเลี่ยงกระเป๋าทรงหนา เช่น กระเป๋าคาดเอว หรือกระเป๋าสะพายหลังที่มีขนาดใหญ่ เพราะจะยิ่งทำให้ช่วงตัวของคุณดูหนาขึ้น
รูปร่างเล็ก
- Do : สาวรูปร่างเล็ก ตัวผอมบาง ควรเลือกกระเป๋าขนาดกลางที่ไม่เล็ก หรือใหญ่จนเกินไป เช่น กระเป๋า Tote Bag และกระเป๋าสะพายไหล่
- Don’t : หลีกเลี่ยงกระเป๋าที่มีขนาดเล็ก เพราะจะทำให้เห็นรูปร่างที่ผอมบางของคุณได้อย่างชัดเจน และในขณะเดียวกันก็ไม่ควรเลือกกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่ และกว้างจนเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้ดูเตี้ยแล้ว ยังทำให้รูปร่างดูตันขึ้นด้วย
รูปร่างสูง
- Do : หลายคนอาจมองว่าคนตัวสูงได้เปรียบในการเลือกกระเป๋า แต่ในความจริงแล้วหากเลือกกระเป๋าไม่เหมาะกับรูปร่างของตัวเอง ก็อาจจะตกม้าตายได้เช่นกัน โดยคนรูปร่างสูงควรเลือกกระเป๋าขนาดกลาง ความยาวของสายกระเป๋าไม่ยาวจนเกินไป หรืออาจจะเลือกเป็นกระเป๋าคลัตช์ (Clutch Bag) ที่ใช้ถือ หรือเหน็บข้างลำตัวก็ดูเก๋ไปอีกแบบ
- Don’t : หลีกเลี่ยงกระเป๋าที่มีสายยาวลงมาข้างเอว หรือสะโพก เพราะจะทำให้รูปร่างของคุณไม่สมส่วน และดูเก้งก้างเกินไป
รูปร่างเตี้ย
- Do : สาวไซซ์มินิที่กังวลเกี่ยวกับเรื่องส่วนสูง เหมาะกับกระเป๋าขนาดเล็กถึงขนาดกลาง และมีสายยาวประมาณเอว หรือสะโพก เพราะจะช่วยหลอกตาให้รูปร่างของคุณดูสูงขึ้น
- Don’t : หากไม่อยากให้รูปร่างดูเตี้ยกว่าเดิม ต้องหลีกเลี่ยงกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่ หรือยาวจนเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้ช่วงตัวดูสั้นลงนั่นเอง
ต้องบอกเลยว่าทริคเหล่านี้เป็นเพียงพื้นฐานง่าย ๆ ที่สามารถเปลี่ยนลุคและอัปเกรดการแต่งตัวของทุกคนให้ดูดีขึ้นได้ในสไตล์ Classy Woman โดยไม่จำเป็นต้องสวมใส่เสื้อผ้าแพง ๆ หรือประโคมแบรนด์เนม


