วิธีเช็ก! แบบเราเรียกว่าหน้าแก่หรือยัง ?
  1. วิธีเช็ก! แบบเราเรียกว่าหน้าแก่หรือยัง ?

วิธีเช็ก! แบบเราเรียกว่าหน้าแก่หรือยัง ?

ใคร ๆ ก็มีสัญญาณริ้วรอยแห่งวัยกันได้ทั้งนั้น งั้นวันนี้มาเช็กกันค่ะว่าเราเริ่มมีสัญญาณแห่งวัยหรือหน้าแก่แล้วหรือยัง จะได้รีบจัดการก่อนสายเกินแก้ค่ะ
26 ก.ย. 2019 · โดย

พออายุมากขึ้นปัญหาผิวก็ยิ่งมากขึ้นตาม บางคนอาจมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ส่วนบางคนก็อาจสูญเสียความอิ่มฟูของใบหน้า ทำให้หน้าซูบตอบ หรือบางคนอาจจะพบทั้งปัญหาผิวหย่อนคล้อยและหน้าซูบตอบร่วมกัน ซึ่งไม่ว่าจะอายุน้อยหรือมากสัญญาณแห่งวัยเหล่านี้ก็มีได้ในทุกคน โดยที่แต่ละคนก็มีสัญญาณแห่งวัยแตกต่างกันไป วันนี้ Wongnai Beauty จะพาสาว ๆ ไปเช็กกันค่ะ ว่าเราเริ่มมีสัญญาณแห่งวัยหรือเรียกว่าหน้าแก่แล้วหรือยัง และจะมีวิธีการจัดการกับริ้วรอยอย่างไรบ้าง ไปดูกันเล้ยย!

สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้หน้าแก่

จริง ๆ แล้วสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อยนั้นมีเยอะมาก ๆ วันนี้เราเลยรวบรวมแค่ปัจจัยหลัก ๆ มาให้สาว ๆ ได้รู้กันก่อนค่ะ

สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดริ้วรอย

ปัจจัยภายใน

  • คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวลดลง : พออายุมากขึ้น สารหลัก ๆ ที่เป็นองค์ประกอบของผิวอย่างคอลลาเจนและอีลาสตินก็จะลดลง เป็นสาเหตุให้ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ และเกิดริ้วรอย 
  • ความเครียด : ความเครียดจะทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งและแข็งเป็นไต ๆ ได้ ซึ่งจะทำให้การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองขัดข้อง สารอาหารที่ถูกลำเลียงโดยเลือดและน้ำเหลือง ก็ไม่สามารถไปเลี้ยงและฟื้นฟูผิวบางส่วนได้ เป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อยนั่นเอง
  • การแสดงอารมณ์ทางสีหน้า : การแสดงอารมณ์ทางสีหน้าไม่ว่าจะเป็นการขมวดคิ้วหรือเลิกคิ้วเวลาครุ่นคิด การยิ้มและหัวเราะเวลาดีใจ การแสดงสีหน้าเหล่านี้ก็อาจทำให้เกิดริ้วรอยได้เช่นกัน 

ปัจจัยภายนอก

  • แสงแดด : แสงแดดเป็นตัวการร้ายแรงที่สุด ที่ทำให้หน้าแก่ เกิดริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ เนื่องจากแสงแดดนั้นสามารถทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวชั้นหนังแท้ได้ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ และปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมาอีกนับไม่ถ้วน
  • มลภาวะ : ฝุ่นควัน มลภาวะ โดยเฉพาะเจ้า PM 2.5 เป็นตัวการทำร้ายผิวและทำให้หน้าแก่ มีริ้วรอย ไม่แพ้แสงแดดเลย เนื่องจากโมเลกุลของพวกฝุ่น ควัน มันเล็กมาก เลยสามารถผ่านเข้าทางผิวหนังและเข้าไปสู่กระแสเลือด ทำให้ผิวเกิดการอักเสบและเกิดริ้วรอยตามมาได้
  • บุหรี่และควันบุหรี่ : ไม่ว่าสาว ๆ จะสูบบุหรี่หรือไม่ได้สูบ แต่ดันไปโดนควันบุหรี่ ก็ล้วนแล้วแต่ทำให้ผิวแก่และเกิดริ้วรอยได้
  • ของหวาน : ใครชอบกินหวาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารรสหวานหรือขนมหวาน ขอเตือนตรงนี้เลยค่ะ ว่าให้ลด ละ เลิก ก่อนหน้าแก่ เพราะถ้าเรากินของหวานมาก ๆ น้ำตาลในเลือดจะไปจับโปรตีนในร่างกายและมันก็จะเข้าไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว เลยทำให้เกิดริ้วรอยได้นั่นเอง 

มาเช็กสัญญาณแห่งวัยกันเถอะ!

วิธีที่จะเช็กว่าหน้าเราแก่หรือยังนั้นไม่มีอะไรมากเลยค่ะ แค่ดูสัญญาณแห่งวัยก็จะรู้ได้ทันที งั้นมาค่ะ! เรามาเช็กกันดีกว่าว่าสัญญาณริ้วรอยแห่งวัยนั้นมีสัญญาณอะไรบ้าง และขอบอกไว้เลยนะคะถ้าสาว ๆ คนไหนเริ่มมีสัญญาณริ้วรอยแห่งวัยแล้ว แสดงว่าหน้าของสาว ๆ นั้นไม่เด็กแล้วนะคะ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าหน้าเริ่มแก่แล้วนั่นเอง! 

สัญญาณแห่งวัยที่ 1 

หน้าแก่ ริ้วรอย

ลักษณะ : ผิวหน้าเริ่มแห้ง หยาบกร้าน ขาดน้ำและบางลง พอผิวแห้งและบางลงเรื่อย ๆ โอกาสที่จะเกิดริ้วรอยต่อไปก็ง่ายขึ้น แถมยังทำให้ผิวไวต่อแสง ส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ ไม่สดใสในที่สุดค่ะ


สัญญาณแห่งวัยที่ 2

หน้าแก่ ริ้วรอย

ลักษณะ : จะเริ่มมีริ้วรอยบาง ๆ บริเวณหน้าผาก ใต้ตา หางตา (หรือมักจะเรียกกันว่า "ตีนกา") และร่องแก้ม ซึ่งริ้วรอยเหล่านี้จะเห็นชัดขึ้นเวลาแสดงสีหน้าทางอารมณ์ เช่น ขมวดคิ้ว เลิกคิ้ว ยิ้ม หัวเราะ 


สัญญาณแห่งวัยที่ 3 

หน้าแก่ ริ้วรอย

ลักษณะ : สัญญาณแห่งวัยนี้ ผิวจะเริ่มหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ ไม่ยืดหยุ่น โดยผิวบริเวณใต้ตา แก้ม และกราม จะเป็นบริเวณที่หย่อนคล้อยมากที่สุด

สัญญาณแห่งวัยที่ 4

หน้าแก่ ริ้วรอย

ลักษณะ : ผิวหน้าจะดูเหมือนขาดขาดวอลลุ่ม เนื่องจากไขมันบริเวณแก้มเริ่มหายไป ส่งผลให้ให้หน้าบริเวณแก้มซูบตอบ ไม่อิ่มฟู นอกจากนี้พอหน้าซูบตอบ ก็จะยิ่งทำให้หน้าดูโทรมและไม่สดใสอีกด้วย

ไหนใครได้ลองเช็ก และปรากฏว่าตัวเองมีสัญญาณแห่งวัยแล้วขอให้ยกมือขึ้น! สาว ๆ รู้ไหมคะว่าทุกคนต่างก็มีสัญญาณแห่งวัยได้ทั้งนั้น โดยแต่ละคนก็จะมีสัญญาณที่แตกต่างกันไป อย่างบางคนหน้าอาจหย่อนคล้อย บางคนอาจซูบตอบ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือบางคนอาจมีหลายสัญญาณรวมกันก็เป็นไปได้ ต่อไปเราเราจะพาไปดูวิธีการจัดการกับริ้วรอยและสัญญาณแห่งวัยกันค่ะ

วิธีการจัดการริ้วรอยให้อยู่หมัด บอกลาหน้าแก่ไปได้เล้ยย

วิธีจัดการริ้วรอย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ : การไม่นอนดึกและพักผ่อนให้เพียงพอถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทำให้สุขภาพเราดี เนื่องจากระหว่างที่เราหลับร่างกายจะฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองไปด้วย ทำให้โอกาสหน้าแก่หรือเกิดริ้วรอยลดน้อยลง
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : อาหารที่มีประโยชน์ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่ผัก ผลไม้ พวกโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันดี ก็ถือเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในการที่ร่างกายจะเอาไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้การเกิดริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อยเกิดได้ช้าลง
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสหวานและขนมหวาน : อย่างที่บอกไปค่ะ ว่าการกินอาหารรสหวานหรือขนมหวานนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อผิวเอามาก ๆ เพราะนอกจากจะทำให้อ้วนแล้วยังทำให้หน้าแก่ ผิวเหี่ยวอีกด้วยนะเออ 
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ : เป็นที่รู้กันดีค่ะว่าแสงแดดเป็นตัวการตัวร้าย ที่ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวของเราถูกทำลายและลดน้อยลง เป็นสาเหตุทำให้ผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอย ไม่กระชับ
  • ใช้วิธีทางการแพทย์ : เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์และความงาม ที่ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อยนั้นมีเยอะมาก แถมยังให้ผลเร็ว แต่ก็ต้องแลกกับความเจ็บและราคาที่ค่อนข้างแพง
  • ใช้ครีมลดเลือนริ้วรอย : ใครที่ไม่อยากใช้วิธีทางการแพทย์เพราะกลัวเจ็บ ก็อาจจะต้องเลือกสกินแคร์ที่ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อยได้อย่างตรงจุดมาใช้สักตัว และไม่ใช่จะใช้สกินแคร์อะไรก็ได้นะ ต้องเลือกให้ถูกกับปัญหาจริง ๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาได้แล้ว ยังไม่เจ็บตัวแถมประหยัดกว่าด้วย

เอาล่ะค่ะสำหรับใครที่เช็กใบหน้าของตัวเอง แล้วพบว่าเริ่มมีสัญญาณแห่งวัยหรือหน้าเริ่มแก่แล้วนั้น เราก็อยากจะแนะนำให้สาว ๆ รีบหาวิธีจัดการกับปัญหาริ้วรอยตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่หน้าเราจะเข้าสู่ริ้วรอยระยะที่มากขึ้น วันนี้ Wongnai Beauty เลยมีสกินแคร์ที่ช่วยกระชับผิวและดูแลปัญหาริ้วรอยจาก Clinique อย่าง Clinique Fresh Pressed™ Repair Clinical MD Multi-Dimensional Age Transformer มาแนะนำให้สาว ๆ รู้จักกันค่ะ ขอบอกว่าเหมาะมากกับคนที่ต้องการแก้ปัญหาริ้วรอย แต่ไม่อยากเจ็บตัวและไม่อยากจ่ายแพงค่ะ

Clinique Fresh Pressed™ Repair Clinical MD Multi-Dimensional Age Transformer

ครีมลดเลือนริ้วรอย Clinique

อย่างที่เกริ่นนำไปค่ะ ว่าแต่ละคนก็จะมีสัญญาณแห่งวัยที่แตกต่างกันไป บางคนใบหน้าอาจจะหย่อนคล้อย ส่วนบางคนก็สูญเสียความฟูอิ่มของใบหน้าไป ทำให้หน้าซูบตอบไม่สดใส หรือบางคนอาจจะพบปัญหาทั้ง 2 อย่างร่วมกัน ทางแบรนด์ Clinique มองเห็นถึงปัญหานี้ เค้าเลยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างตรงจุด โดยมีพื้นฐานคือช่วยลดเลือนริ้วรอย ร่องลึก และยังช่วยในเรื่องของการยกกระชับใบหน้า ให้ผิวดูฟูอิ่มขึ้นด้วย

ครีมลดเลือนริ้วรอย Clinique

ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยในกลุ่ม Clinique Fresh Pressed™ Repair Clinical MD Multi-Dimensional Age Transformer มีทั้งหมด 3 สูตร ให้สาว ๆ ได้เลือกตามปัญหาริ้วรอยและสัญญาณแห่งวัยของเราเลยค่าา 

1. Clinique Fresh Pressed™ Repair Clinical MD Multi-Dimensional Age Transformer Resculpt : ครีมเนื้อเจล กระปุกสีม่วงอ่อน ช่วยในการยกกระชับผิวหน้าและส่วนอื่น ๆ ที่หย่อนคล้อย เช่น คอ ให้ดูเรียวขึ้น โดยทางแบรนด์เคลมว่า คุณสมบัติของตัวนี้ใกล้เคียงกับการทำ Hifu เลยละ แต่ไม่ได้เห็นผลเร็วและต้องใช้อย่างต่อเนื่องค่ะ

2. Clinique Fresh Pressed™ Repair Clinical MD Multi-Dimensional Age Transformer Revolumize : เนื้อครีมเข้มข้นสีม่วงอ่อน กระปุกสีม่วงเข้ม ช่วยฟื้นฟูผิว ให้อิ่มฟู ช่วยแก้ปัญหาแก้มซูบตอบ ซึ่งตัวนี้ทางแบรนด์เคลมว่าคุณสมบัติใกล้เคียงกับการฉีด Filling Substace หรือ Botulinum Toxin แต่ไม่ได้เห็นผลเร็วเท่ากันและต้องใช้ต่อเนื่องเช่นกันค่ะ

3. Clinique Fresh Pressed™ Repair Clinical MD Multi-Dimensional Age Transformer Duo Resculpt + Revolumize : สำหรับตัวนี้ เค้ารวมครีมทั้ง 2 สูตรไว้ในกระปุกเดียว ซึ่งเหมาะมากกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและซูบตอบร่วมกัน ไม่ต้องซื้อแยกให้วุ่นวายเลยค่ะ 

ครีมลดเลือนริ้วรอย Clinique
ครีมลดเลือนริ้วรอย Clinique

ผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ตัว นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยที่แตกต่างกันในแต่ละตัวแล้ว ทุกตัวยังช่วยในเรื่องของการลดเลือนริ้วรอย ลดความหมองคล้ำ ให้ผิวกระจ่างใส และผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ตัวยังไม่ใส่น้ำหอม พาราเบน และ พาทาเล็ต ที่ก่อให้เกิดการแพ้ การระคายเคืองอีกด้วย ซึ่งเป็นอะไรที่อ่อนโยนและเหมาะกับผิวที่มีริ้วรอยแห่งวัยมาก ๆ เลย

Tips : ทาครีมลดเลือนริ้วรอยให้ได้ผล!
ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยทั้ง 3 ตัว สามารถทาได้ทั่วทั้งใบหน้าเพื่อให้ผิวกระจ่างใสและลดเลือนริ้วรอยไปพร้อม ๆ กัน และแต่ละสูตรก็ยังสามารถทาเน้นเฉพาะจุดที่มีปัญหาได้ด้วยเช่นกัน งั้นไปดูกันค่ะว่าตัวไหนต้องทาบริเวณไหนถึงจะเห็นผล

วิธีทาครีมลดเลือนริ้วรอย
  • สูตร Resculpt : ทาทั่วใบหน้า โดยทาเน้นบริเวณผิวหย่อนคล้อยที่ต้องการความกระชับ เช่น กราม คอ
  • สูตร Revolumize : ทาทั่วใบหน้า เน้นบริเวณหน้าที่ซูบตอบ ต้องการให้ดูอิ่มฟู เช่น แก้ม ร่องลึกที่แก้ม หรือหน้าผาก
  • สูตร Duo (Resculpt + Revolumize) : ทาครีมเนื้อเจลทาบริเวณผิวหย่อนคล้อย ต้องการความกระชับ เช่น กราม คอ และทาเนื้อครีมเข้มข้นสีม่วงอ่อนในส่วนที่เหลือทั่วใบหน้า และบริเวณที่ต้องการให้ดูฟูอิ่มเช่น แก้ม ร่องลึกที่แก้มหรือหน้าผาก

สาว ๆ รู้ไหมคะว่าการเลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวเป็นเรื่องสำคัญมาก เช่น ใครที่เริ่มมีสัญญาณแห่งวัยก็ควรเลือกสกินแคร์ที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยเฉพาะอย่าง Clinique Fresh Pressed™ Repair Clinical MD Multi-Dimensional Age Transformer ที่ตอบโจทย์ปัญหาริ้วรอยได้อย่างครอบคลุมและครบถ้วนมาใช้ ขืนเลือกใช้สุ่มสี่สุ่มห้านอกจากจะไม่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวแล้ว ผิวอาจจะพังมากกว่าเดิมอีกนะ สาว ๆ สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ตัวนี้ได้ที่เคาน์เตอร์ Clinique ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และ Clinique.co.th ในราคา 3,600 บาท (50 ml.) ทั้ง 3 ตัวเลยค่ะ ถึงราคาจะแรง แต่คุณภาพเค้าแรงกว่าราคานะจ๊ะ!