ในยุคที่สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต รวมถึงเครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ที่คนส่วนใหญ่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันแบบนี้ หนึ่งในผลกระทบที่ตามมา คือ ปัญหาอาการตาล้า ปวดตา โดยมีสาเหตุมาจากแสงสีฟ้า (Blue Light) จากหน้าจอ ซึ่งถ้าหากปล่อยไว้โดยไม่ดูแลรักษา อาจจะเสี่ยงเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะวันนี้ Wongnai Beauty มี 4 เคล็ดลับดูแลสายตาไม่ให้เสื่อมก่อนวัยจากแสงสีฟ้ามาบอกต่อกันแล้วว~

วิธีที่ 1 : ใช้แว่นกรองแสงสีฟ้า

หลายคนอาจจะคิดว่าแสงสีฟ้ามีแหล่งกำเนิดมาจากหน้าจอเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว แสงสีฟ้ามีอยู่รอบตัวเราเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟ แสงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงแสงจากดวงอาทิตย์ ถึงแม้จะเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถปกป้องดวงตาจากแสงเหล่านี้ได้ ด้วยการใช้แว่นกรองแสงสีฟ้า ซึ่งนอกจากจะช่วยถนอมสายตาแล้ว ยังช่วยลดการสะท้อนแสงจากจอภาพให้ดวงตาสามารถใช้งานได้นานยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ
วิธีที่ 2 : ใช้หลักการพักสายตา 20-20-20


ใครที่เล่นโทรศัพท์ หรือชาวออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ จนรู้สึกว่าปวดตา และตาล้า แนะนำให้ลองใช้หลักการถนอมสายตาด้วยกฎ 20-20-20 โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ทำงาน 20 นาที แล้วละสายตาจากหน้าจอ 20 วินาที ด้วยการมองสิ่งของที่อยู่ห่างออกไป 20 ฟุต หรือถ้ากะระยะไม่ถูกจริง ๆ แค่มองออกไปนอกหน้าต่างก็ได้เช่นกัน วิธีนี้จะช่วยป้องกันอาการปวดตา ตาล้าที่เกิดจากการใช้สายตามากเกินไปได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
วิธีที่ 3 : เพิ่มความชุ่มชื้นด้วยน้ำตาเทียม


หนึ่งในผลกระทบที่เกิดจากแสงสีฟ้า คือ “อาการตาล้า ตาแห้ง” โดยเกิดจากดวงตาได้รับแสงสีฟ้าที่มีความเข้มข้นสูงเป็นเวลานาน ๆ ซึ่งสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตาได้ ด้วยการหยอดน้ำตาเทียมที่สารให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา ใช้ทดแทนน้ำตาตามธรรมชาติ ช่วยบรรเทาอาการตาล้า ตาแห้งได้แบบเร่งด่วน
วิธีที่ 4 : รับประทานอาหารเสริมที่ช่วยดูแลสายตา

นอกจากการป้องกันภายนอกแล้ว การดูแลสุขภาพดวงตาจากภายในก็สำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ โดยเฉพาะคนที่ใช้สายตาเป็นประจำ หรือต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดจอประสาทตาเสื่อมก่อนวัยได้ ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีตัวช่วยอย่าง “ENEL APlus” อาหารเสริมดูแลสายตาและการมองเห็น ที่ตอบโจทย์สำหรับคนยุคใหม่ที่ต้องใช้สายตาเป็นประจำ

สารอาหารที่สำคัญต่อดวงตา
สำหรับอาหารเสริม ENEL APlus กล่องนี้คิดค้นโดยทีมเภสัชกรที่จบจากมหิดลและยังเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากการศึกษาวิจัยทางคลินิก AREDS2 ที่สนับสนุนโดยสถาบันสุขภาพดวงตา (National Eye Institute) มาพร้อมกับส่วนผสมสำคัญอย่าง “Lutein” และ “Zeaxanthin” ที่สกัดจากดอกดาวเรือง NON-GMO และอยู่ในรูปแบบ Lutein Ester ซึ่งมีการดูดซึมได้ดีกว่า Lutein ทั่วไป จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญต่อดวงตา ซึ่งอยู่บริเวณจอประสาทตา ทำหน้าที่ช่วยกรองแสงต่าง ๆ เช่น แสงสีฟ้า และแสงยูวีจากดวงอาทิตย์ที่เป็นอันตรายต่อดวงตา

นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของสารอาหารที่สำคัญต่อดวงตาและการมองเห็นอื่น ๆ อีกกว่า 11 ชนิด มากกว่าวิตามินสายตาสูตรทั่วไป นำเข้าสารสกัดจากประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อิตาลี เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ อีกทั้งยังมีการควบคุมปริมาณสารสำคัญที่ออกฤทธิ์เต็มโดสตามงานวิจัย

โดยรับประทานง่าย ๆ เพียงครั้งละ 1 เม็ด 1 ครั้ง หลังอาหารมื้อไหนก็ได้ (รับประทานพร้อมอาหาร ไปจนถึงหลังอาหาร 1 ชั่วโมง)
** ควรรับประทานห่างจากผลิตภัณฑ์กลุ่มที่มีกากใยสูง เช่น ไฟเบอร์แบบซอง อย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือแยกรับประทานคนละมื้ออาหาร
** สามารถรับประทานวันละ 2 เม็ดได้ โดยพิจารณาตามความต้องการ (รับประทานห่างกันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง)
ข้อควรระวัง
- ผู้แพ้อาหารทะเล ไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์ เนื่องจากมีส่วนผสมของ Astaxanthin ที่ได้จากสาหร่ายแดง
- ผู้รับประทานยา Warfarin ควรระวังในการรับประทานผลิตภัณฑ์ เนื่องจากมี Astaxanthin ซึ่งอาจส่งเสริมฤทธิ์ของยาดังกล่าว ทำให้เลือดหยุดไหลช้า หากเกิดบาดแผล ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์

ต้องบอกเลยว่าอาหารเสริมดูแลสายตา ENEL APlus กล่องนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง เพราะเขาได้รวบรวมด้วยส่วนผสมของสารอาหารที่สำคัญต่อดวงตาและการมองเห็นไว้ในตัวเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลดวงตา ผู้ที่ใช้สายตาอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน ๆ และผู้ที่ต้องเจอกับแสงจ้าเป็นประจำ

ดวงตา เป็นหนึ่งในอวัยวะสำคัญของร่างกายที่มีความเปราะบาง ด้วยเหตุนี้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพของดวงตาจากหลายปัจจัยในการใช้ชีวิต นอกจากการรับประทานอาหารเสริมดูแลสายตาแล้ว แนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สายตาตามคำแนะนำข้างต้นควบคู่กันไปด้วย เพื่อสุขภาพดวงตาที่ดีในระยะยาว
สำหรับใครที่สนใจอาหารเสริมดูแลสายตา ENEL APlus ขนาดบรรจุ 30 แคปซูล ราคากล่องละ 990 บาท สามารถหาซื้อได้ง่าย ๆ ที่ เฟซบุ๊กเพจ ENEL Thailand, LINE : @enelthailand และ Lazada มีโปรโมชั่นดี ๆ เพียบ ทั้งนี้
* ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทุกครั้งก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์
* ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์


