เช็กอาการ! เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบรึเปล่า?
  1. เช็กอาการ! เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบรึเปล่า?

เช็กอาการ! เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบรึเปล่า?

มาเช็กกันด่วน กระเพาะปัสสาวะอักเสบภัยร้ายใกล้ตัวที่ห้ามมองข้ามเลย มาดูกันว่าเราเสี่ยงเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบอยู่รึเปล่าน้า แล้วใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคนี้
writerProfile
27 ก.พ. 2018 · โดย
Video at https://www.facebook.com/WongnaiBeauty/videos/1625879317488181/


เรื่องโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หากใครคิดว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวต้องฟังทางนี้ค่ะ เพราะจากสถิติพบว่าผู้หญิงกว่า 50% จะเคยมีอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบในช่วงชีวิตและผู้หญิงก็มีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชายด้วยนะ เพราะท่อปัสสาวะของผู้หญิงสั้นกว่าผู้ชาย มากไปกว่านั้น 20% ของคนที่เคยเป็นแล้วจะกลับมาเป็นซ้ำอีก สาว ๆ ฟังดูอาจจะเริ่มหวั่นใจ งั้นมาเช็กอาการกันดีกว่าว่ามีอาการไหนบ้างที่เข้าข่ายเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

Source: 1


1. ปัสสาวะบ่อย


อาการแรกที่เข้าข่ายก็คือ เข้าห้องน้ำบ่อย เพราะปัสสาวะบ่อย แต่ปัสสาวะครั้งละน้อย ๆ บางครั้งก็ปัสสาวะไม่ออก หรือรู้สึกว่าปัสสาวะไม่สุด 

2. แสบขัดบริเวณท่อปัสสาวะ


อาการที่สองคือรู้สึกปวดขัดหรือแสบร้อนบริเวณท่อปัสสาวะในขณะปัสสาวะ บางครั้งอาจมีอาการหน่วง ๆ ปวดท้องน้อยร่วมด้วย ถ้ามีสองอาการร่วมให้เริ่มสงสัยได้เลยว่าเราเข้าข่ายการเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบแล้ว


3. สีของปัสสาวะผิดปกติ

Source: 1


ข้อที่ 3 ข้อนี้ค่อนข้างเห็นชัด เพราะสีของปัสสาวะเปลี่ยนจากสีใสกลายเป็นสีขุ่น หรือมีเลือดปน ซึ่งการมีเลือดปนมาในปัสสาวะในขณะที่ไม่ได้มีรอบเดือนนั้นเป็นเรื่องไม่ปกติ หรือบางครั้งอาจมีกลิ่นรวมด้วย ใครเป็นต้องรีบไปปรึกษาแพทย์ด่วนเลย

สาเหตุของการเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

หลัก ๆ เลยของการเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบคือเกิดการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ (UTI : Urinary Tract Infection) ซึ่ง 85% เกิดจากเชื้อแบคทีเรียอีโคไลที่เข้าสู่ร่างกายโดยย้อนขึ้นมาทางท่อปัสสาวะ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการมีเพศสัมพันธ์หรือที่เรียกกันว่าโรคฮันนีมูน หรือ Honeymoon Cystitis นั่นเอง ที่เรียกว่าโรคฮันนีมูนเพราะช่วงที่ไปฮันนีมูน คู่รักจะมีเพศสัมพันธ์กันบ่อยครั้ง ทำให้เกิดการอักเสบ ฟกช้ำบริเวณช่องคลอด และในบางคนที่มีเชื้ออยู่แล้ว ก็ยิ่งกระตุ้นเชื้อแบคทีเรียอีโคไลเข้าสู่ระบบทางเดินปัสสาวะได้ง่ายขึ้นไปอีก

ปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดโรคนี้

  • ความสะอาดของคู่รัก
  • ความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์
  • ช่วงอายุ (ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงทำให้เนื้อเยื่อเปลี่ยนแปลง)
  • ผู้ที่เคยเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือเคยผ่าตัดสวนท่อปัสสาวะ
  • ผู้ที่กลั้นปัสสาวะนานหรือดื่มน้ำน้อยเป็นประจำ

วิธีรักษาและป้องกัน

  • ไปพบแพทย์ซึ่งคุณหมอจะให้ยาปฏิชีวนะมากิน 
  • รักษาความสะอาดของทั้งตัวเองและคู่รัก

  • ดื่มน้ำมาก ๆ และควรปัสสาวะทั้งก่อนและหลังการมีเพศสัมพันธ์

  • งดมีเพศสัมพันธ์เมื่อมีอาการ

  • ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ

และโดยปกติกว่า 20% ของคนที่เคยเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบแล้ว จะกลับมาเป็นซ้ำอีก ทำให้หมอต้องจ่ายยาปฏิชีวนะต่อเนื่องและเพิ่มโดสยาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการดื้อยาได้

ดังนั้นถ้าไม่อยากดื้อยาและไม่อยากเป็นซ้ำ แนะนำให้ป้องกันก่อนที่จะเป็น ด้วยการดูแลโดยวิธีธรรมชาติ คือการทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดธรรมชาติจากแครนเบอร์รี่

Source: 1

แครนเบอร์รี่ มีสารสำคัญที่เรียกว่า แพค (PAC - Proanthocyanidins) ซึ่งมีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่ามีส่วนช่วยต่อต้านการยึดเกาะของแบคทีเรียอีโคไลกับผนังกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของการเกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และช่วยให้ร่างกายขจัดเชื้อแบคทีเรียอีโคไลออกร่างกายได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยผลการวิจัยทางคลินิกพบว่า ต้องบริโภคแครนเบอร์รี่เพื่อให้ได้ PAC จำนวน 36 มก./วัน จึงจะสามารถขจัดเชื้อแบคทีเรียอีโคไลให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และแน่นอนว่าการจะกินแครนเบอร์รี่ให้ได้จำนวน 36 มก./วัน นั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ เพราะคงต้องกินกันเป็นกิโล ๆ ซึ่งคงจะเบื่อและเอียนกันแย่เลย แต่เดี๋ยวนี้เค้ามีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สกัดจากแครนเบอร์รี่เข้มข้น อยู่ในรูปของแคปซูลทานง่ายมาก อย่างแบรนด์ Urell ซึ่งเป็นแครนเบอร์รี่สายพันธุ์มาโคคาโปนที่ปลูกในทวีปอเมริกาซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวที่ให้สารแพคสูง แล้วส่งไปผลิตเป็นแคปซูลที่ประเทศฝรั่งเศสและนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยแล้วตอนนี้

** สามารถทานต่อเนื่องได้เพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ
หน้ากล่อง
หลังกล่อง

วิธีใช้

ตัวนี้ทานง่ายมาก เพียงวันละ 1 แคปซูลก็ได้สารสำคัญแพค ในปริมาณถึง 36 มก. ครบถ้วน และที่สำคัญคือมีอย. จากกระทรวงสาธารณสุขอย่างถูกต้อง จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยแน่นอน

ทานวันละ 1 แคปซูล

สำหรับสาว ๆ คนไหนที่อยากมีสุขภาพที่ดีห่างไกลโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบต้องรีบไปหามาทานแล้วล่ะ ทานได้ทุกวันเหมือนทานผลไม้เลยค่ะ เพราะตัวนี้ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ แต่ต้องทานน้ำเยอะ ๆ ควบคู่ด้วยนะคะเพื่อให้ได้ผลดีในการขจัดเชื้อแบคทีเรียอีโคไลซึ่งส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม